Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2295/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เงินสมทบกองทุนเงินทดแทนที่นายจ้างต้องชำระให้แก่กองทุนเงินทดแทน หาใช่เงินปีตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 166 ไม่ เมื่อไม่มีกฎหมายใดกำหนดอายุความในเรื่องนี้ไว้เป็นอย่างอื่น จึงมีอายุความสิบปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 164 ป.พ.พ. มาตรา 166 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 พ.ศ.2515 มาตรา 2 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 พ.ศ.2515 มาตรา 3

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า สำนักงานกองทุนเงินทดแทนเป็นส่วนราชการของโจทก์ มีหน้าที่เกี่ยวกับกองทุนเงินทดแทนเพื่อเป็นทุนให้มีการจ่ายเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้างในกรณีนายจ้างต้องจ่าย กองทุนเงินทดแทนประกอบด้วยเงินอุดหนุนจากรัฐบาล เงินที่นายจ้างจ่ายสมทบกับเงินอื่น ๆ หากนายจ้างไม่จ่ายภายในกำหนด นายจ้างต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ๕ ต่อเดือนของเงินสมทบค้างจ่าย เมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๒๑ จำเลยที่ ๑ ได้ลงทะเบียนเพื่อจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนต่องานกองทุนเงินทดแทนสำนักงานแรงงานจังหวัดอุดรธานี แล้วจำเลยที่ ๑ ได้ค้างจ่ายเงินสมทบกับเงินเพิ่มแก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนจำนวน ๒๐๒,๔๖๓.๔๔ บาท และเงินเพิ่มในอัตราร้อยละห้าต่อเดือนจากยอดเงินสมทบค้างจ่ายนับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความห้าปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๖ จำเลยทั้งสามไม่ต้องรับผิดตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุมไม่ขาดอายุความ พิพากษาให้จำเลยทั้งสามีร่วมกันชำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนและเงินเพิ่มจำนวน ๒๐๗,๔๖๓.๔๔ บาท พร้อมทั้งเงินเพิ่มอัตราร้อยละห้าต่อเดือนของเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนจำนวน ๖๗,๙๑๑.๐๕ บาท นับแต่วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๑ จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า คำว่า เงินปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๖ หมายความถึงเงินอันจะพึงต้องจ่ายเป็นงวด ๆ มีจำนวนที่แน่นอน และมีกำหนดระยะเวลาจ่ายที่แน่นอนด้วย ทำนองเดียวกับเงินเดือนเงินเบี้ยบำนาญ ค่าเช่า ดอกเบี้ยตามที่ระบุไว้ในมาตราเดียวกันนั้น แต่เงินสมทบกองทุนเงินทดแทนและเงินเพิ่มเป็นเงินที่นายจ้างต้องจ่ายให้แก่สำนักงานกองทุนเงินทดแทน กรมแรงงาน ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราและวิธีการเรียกเก็บเงินสมทบ การจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนและการอุทธรณ์ ลงวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๑๖ โดยพิจารณาจากจำนวนลูกจ้างและอัตราค่าจ้างที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้าง ทั้งหากนายจ้างไม่สามารถแจ้งรายการค่าจ้างหรือสำนักงานกองทุนเงินทดแทนเห็นว่ารายการค่าจ้างที่นายจ้างแจ้งไว้ต่ำกว่าจำนวนที่ควรต้องแจ้ง หรือนายจ้างปฏิเสธที่จะให้ข้อเท็จจริงในการคำนวณเงินสมทบ

สำนักงานกองทุนเงินทดแทนก็มีสิทธิที่จะประเมินเงินสมทบที่นายจ้างผู้นั้นจะต้องจ่ายโดยพิจารณาจากหลักฐานที่เกี่ยวข้องและหากไม่มีหลักฐานที่เกี่ยวข้องก็ให้ประเมินเงินสมทบตามที่เห็นสมควร ดังนี้ เงินสมทบกองทุนเงินทดแทนที่นายจ้างต้องชำระให้แก่กองทุนเงินทดแทนจึงเป็นจำนวนที่ไม่แน่นอนแม้จะได้กำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายเป็นรายปีก็หาใช่เงินปีตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๖ ไม่ เมื่อไม่มีกฎหมายใดกำหนดอายุความในเรื่องนี้ไว้เป็นอย่างอื่น จึงมีอายุความสิบปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๔ คดีของโจทก์ยังไม่ขาดอายุความ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินสมทบและเงินเพิ่มกับดอกเบี้ยให้แก่โจทก์นั้นชอบแล้วอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มาโนช เพียรสนอง · ศักดา โมกขมรรคกุล · นำชัย สุนทรพินิจกิจ
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายวิชัย วิวิตเสวีศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1043/2541

พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ.2537 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1กรกฎาคม 2537 เป็นต้นไป เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2538 ป.บุตรโจทก์ที่ 1 และเป็นบิดาโจทก์ที่ 2 และที่ 3 ถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงานให้จำเลยผู้เป็นนา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 290/2540

โจทก์เป็นองค์การของรัฐบาล จัดตั้งขึ้นโดย พ.ร.ฎ.จัดตั้งองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร พ.ศ. 2517 มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรตามมาตรา 6 (1) ถึง (8) ตามสัญญาซื้อปุ๋ย จำเลยที่ 1 ต้องชำระเงินค่าปุ๋ยให้โจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6229/2538

โจทก์และจำเลยมิได้กำหนดระยะเวลาตัดทอนบัญชีหรือกำหนดระยะเวลาของอายุสัญญาบัญชีเดินสะพัดไว้ ดังนั้น สัญญาบัญชีเดินสะพัดระหว่างโจทก์กับจำเลยจะสิ้นสุดลงต่อเมื่อมีการบอกเลิกสัญญาบัญชีเดินสะพัดและให้หักทอนบั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2118/2537

จำเลยให้การว่า ศาลแรงงานกลางไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ แต่เมื่อศาลชั้นต้นมิได้กำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ จำเลยมิได้โต้แย้งคัดค้านถือว่าจำเลยสละประเด็นข้อนี้แล้ว การที่จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาดังกล่าว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1553/2537

โจทก์เล่นแชร์กับจำเลยโดยโจทก์เป็นนายวง จำเลยประมูลแชร์ได้และออกเช็คให้แก่ลูกวงคนอื่น ๆ ไว้ เมื่อเช็คเรียกเก็บเงินไม่ได้ โจทก์ในฐานะนายวงได้ชำระเงินตามเช็คไปแล้ว โจทก์ฟ้องเรียกเงินจากจำเลยอันเป็นการเรี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้