Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2297/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยขับรถพุ่งชนและทับไปบนร่างของผู้ตาย ทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายทันที จึงไม่ใช่กรณีที่ไม่แสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียง จนเป็นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับอันตรายสาหัสหรือตาย อันจะทำให้ได้รับโทษหนักขึ้นตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78 และ 160 วรรคสอง คงเป็นความผิดตามมาตรา 160 วรรคแรกเท่านั้น และปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความจะมิได้อุทธรณ์ฎีกาศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์บรรทุกด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง เป็นเหตุให้รถของจำเลยพุ่งเข้าเฉี่ยวชนรถยนต์กระบะได้รับความเสียหายทั้งสองคัน แล้วรถของจำเลยยังพุ่งชนและทับไปบนร่างของนางเภาไรย์ ทำให้นางเภาไรย์ถึงแก่ความตายในทันทีหลังเกิดเหตุจำเลยซึ่งเป็นผู้ขับรถที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลและทรัพย์สินของผู้อื่นได้ทิ้งรถหลบหนีไป ไม่แสดงตัวและแจ้งเหตุที่เกิดขึ้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงในทันทีขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 91 ที่แก้ไขแล้วพระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43, 78, 157, 160ที่แก้ไขแล้ว

จำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 43, 157 เป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก 6 ปีกระทงหนึ่ง และมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 78, 160 วรรคสอง จำคุก 2 เดือน อีกกระทงหนึ่ง รวมจำคุก6 ปี 2 เดือน

จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 1 เดือนไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษจำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษหรือลงโทษสถานเบาศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยประการแรกว่า มีเหตุสมควรกำหนดโทษจำเลยให้น้อยลงหรือไม่ เห็นว่าสำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 นั้น ข้อเท็จจริงปรากฏตามคำร้องขอฝากขังและคำฟ้องโจทก์ ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพฟังได้ว่า ขณะเกิดเหตุการจราจรอยู่ในภาวะติดขัดอย่างมาก จำเลยขับรถเร็วเนื่องจากเจ้าพนักงานจราจรเปิดช่องเดินรถพิเศษเพื่อระบายรถที่ติดขัด

ทำให้เกิดเหตุคดีนี้ขึ้น เป็นพฤติการณ์พิเศษที่น่าเห็นใจจำเลย สมควรกำหนดโทษจำเลยในข้อหานี้ให้น้อยลง ส่วนความผิดฐานไม่แสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงซึ่งศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 78, 160 วรรคสอง มานั้น ปรากฏตามคำฟ้องว่าการที่จำเลยขับรถพุ่งชนและทับไปบนร่างของผู้ตาย ทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายทันที จึงไม่ใช่กรณีที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 78จนเป็นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับอันตรายสาหัสหรือตาย อันจะทำให้ได้รับโทษหนักขึ้น ตามมาตรา 160 วรรคสอง คงเป็นความผิดตามมาตรา160 วรรคแรก เท่านั้น และการที่ศาลอุทธรณ์ปรับบทกฎหมายลงโทษจำเลยไม่ถูกต้อง เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้คู่ความจะมิได้อุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสองประกอบด้วยมาตรา 225

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ปัญหาต่อไปมีว่าสมควรรอการลงโทษจำเลยหรือไม่ปรากฏข้อเท็จจริงจากรายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติว่าผู้เสียหายในคดีนี้ทุกคนได้รับการชดใช้ค่าเสียหายจากจำเลยจนเป็นที่พอใจ และไม่ติดใจดำเนินคดีแพ่งและคดีอาญาแก่จำเลยอีกต่อไปและจำเลยขับรถมานานประมาณ 10 ปี ไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนทั้งในสำนวนนี้ปรากฏว่าจำเลยต้องขังมานานครึ่งปีเศษพอหลาบจำแล้วการให้โอกาสแก่จำเลยได้กลับตัวเป็นพลเมืองดีจักเป็นประโยชน์กว่าจึงสมควรรอการลงโทษจำเลย ฎีกาจำเลยฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 78, 160 วรรคแรก จำคุก 1 เดือน สำหรับโทษในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ให้จำคุก 3 ปี รวมจำคุก3 ปี 1 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาของศาล ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้วคงจำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี 6 เดือน 15 วัน ให้รอการลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 มีกำหนด 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วินัย วิมลเศรษฐ · นิเวศน์ คำผอง · ชูชาติ ศรีแสง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7004/2547

จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 จอดรถบรรทุกพ่วงอยู่ชิดขอบทางด้านซ้ายโดยล้อหน้าอยู่บนไหล่ทาง และมีบางส่วนของตัวรถอยู่บนผิวช่องเดินรถ ซึ่งตรงกันข้ามกับคำฟ้องของโจทก์ที่บรรยายว่า จำเลยที่ 1 จอดรถบรรทุกพ่วง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1067/2540

การที่จำเลยจะได้รับโทษหนักขึ้นตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 160 วรรคสองนั้น หมายถึงกรณีที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามมาตรา 78 วรรคหนึ่ง แล้วเป็นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับอันตรายสาหัส มิใช่หมายถึงจำเลยข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3518/2538

การกระทำอันจะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ.2522มาตรา160วรรคสองนั้นต้องเป็นการไม่ปฏิบัติตามมาตรา78จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสหรือตายแต่ตามคำฟ้องได้ความแต่เพียงว่าจำเลยขับรถยนต์บรร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6746/2537

คำพิพากษาศาลชั้นต้นจะถึงที่สุดก็ต่อเมื่อไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ คดีนี้แม้โจทก์จะเป็นผู้อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยให้หนักขึ้นและไม่รอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยก็ตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้นสำหรับจำเลยก็ยังไม่ถึงที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6968/2545

การที่จำเลยจอดรถในทางเดินรถโดยไม่แสดงเครื่องหมายหรือสัญญาณตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกฯ มาตรา 56 วรรคสอง,152 เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของการกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายแก่กาย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้