Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 23/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สำนักงานกองทุนเงินทดแทนขึ้นอยู่ในกรมแรงงาน การปฏิบัติงานของสำนักงานนี้ดำเนินการโดยคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน ซึ่งมีอธิบดีกรมแรงงานเป็นประธานต้องรับผิดในการกระทำของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนนั้นด้วย โจทก์จึงชอบที่จะฟ้องกรมแรงงานได้ ไม่ต้องฟ้องกรรมการทุกคน โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน และให้กรมแรงงานจำเลยจ่ายเงินทดแทนและค่ารักษาพยาบาลจากกองทุนเงินทดแทนอ้างว่าโจทก์เดินไปเข้าห้องส้วมตามกระดานที่นายจายพาดไว้ไม่เรียบร้อย โจทก์หกล้มเป็นอัมพาต แต่ทางพิจารณาได้ความว่าโจทก์เป็นโรคความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว มาทำงานล่วงเวลาหลายวันทำให้เกิดความเคร่งเครียด โรคความดันโลหิตสูงทวีความรุนแรงขึ้น ในที่สุดล้มป่วยลงขณะทำงานให้นายจ้างและเป็นอัมพาต ดังนี้ จะวินิจฉัยว่าโจทก์ประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานมิได้ เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ปรากฏในคำฟ้อง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานมาตรา 52 ไม่เข้าข้อยกเว้นในกรณีที่ศาลแรงงานเห็นสมควรเพื่อความเป็นธรรมจะพิพากษาหรือสั่งเกินคำขอบังคับได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 52 ป.วิ.พ. มาตรา 55 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 พ.ศ.2515 มาตรา 3

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของบริษัท ย. จำเลยเป็นกรมในรัฐบาลมีสำนักงานกองทุนเงินทดแทนเป็นหน่วยงานของจำเลย เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๒๓ โจทก์ทำงานล่วงเวลาให้บริษัทนายจ้างตามปกติ เวลาประมาณ ๒๐ นาฬิกา โจทก์เดินไปเข้าห้องส้วม โดยเดินไปตามกระดานไม้ที่นายจ้างพาดไว้ กระดานไม้ได้พลิกคว่ำ โจทก์หกล้ม ศีรษะและแขนด้านซ้ายกระแทกกับพื้นฐานห้องส้วมอย่างแรง ทำให้โจทก์มีอาการปากเบี้ยว คอแข็ง ขยับตัวไม่ได้ ในที่สุดโจทก์เป็นอัมพาตซีกซ้าย เสียสมรรถภาพในการทำงานโดยสิ้นเชิง ไม่สามารถจะรักษาให้หายเป็นปกติได้ ถือว่าโจทก์ประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานหรือเนื่องจากสภาพของงาน หรือสภาพของโรงงานไม่ปลอดภัย โจทก์ได้ยื่นคำร้องเรียกเงินค่าทดแทนจากสำนักงานกองทุนเงินทดแทนสำนักงานแรงงานจังหวัดสมุทรสาคร แต่ได้รับแจ้งว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินทดแทน

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์คำวินิจฉัยต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนแจ้งให้โจทก์ทราบว่า โจทก์มิได้เจ็บป่วยด้วยโรคซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากการทำงาน จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินทดแทน โจทก์เห็นว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวไม่ชอบ ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน กรมแรงงาน กระทรวงมหาดไทย ให้จำเลยจ่ายเงินทดแทนและค่ารักษาพยาลจากเงินทุนเงินทดแทนให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องกรมแรงงานจำเลย เพราะคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่โจทก์ขอให้เพิกถอนเป็นของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน ไม่เกี่ยวกับกรมแรงงาน อาการอัมพาตเกิดจากโรคประจำตัวของโจทก์ และโรคดังกล่าวก็มิใช่โรคที่เกิดจากการทำงาน จึงไม่จ่ายเงินทดแทนให้โจทก์ อัตราการจ่ายเงินทดแทนที่โจทก์คิดมานั้นไม่ถูกต้อง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง เชื่อว่าคืนเกิดเหตุระหว่างทำงานล่วงเวลา โจทก์ไปเข้าห้องน้ำ เมื่อกลับมานั่งทำงานโดยพับเสื้อได้อีก ๑ ตัว ก็เกิดอาการปากเบี้ยวและกลายเป็นอัมพาต พอถือได้ว่าโจทก์ประสบอันตรายโดยได้รับอันตรายแก่กายเนื่องจากการทำงานให้นายจ้าง แม้โจทก์จะอ้างมาในฟ้องว่าโจทก์เป็นอัมพาตเพราะหกล้มหน้าห้องส้วม แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์เป็นอัมพาตเพราะการทำงานให้นายจ้าง ไม่ใช่หกล้มหน้าห้องส้วม ศาลก็ยังสามารถพิพากษาให้โจทก์ได้รับเงินทดแทนโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา ๕๒ แต่โจทก์มีสิทธิได้รับเงินทดแทนและค่ารักษาพยาบาลเท่าใด ชอบที่จะให้สำนักงานกองทุนเงินทดแทนคิดคำนวณให้ ศาลไม่อาจสั่งให้ได้มีคำสั่งให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน คำขอข้ออื่นของโจทก์ให้ยก โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ ข้อ ๓ ให้มีกองทุนเงินทดแทนในกรมแรงงาน ให้มีสำนักงานกองทุนเงินทดแทนในกรมแรงงานให้มีคณะกรรมการเรียกว่า คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน ประกอบด้วยอธิบดีกรมแรงงานเป็นประธาน และกรรมการอื่นอีกจำนวนไม่น้อยกว่าสี่คนแต่ไม่เกินแปดคน คดีนี้โจทก์ฟ้องกรมแรงงานซึ่งเป็นนิติบุคคล สำนักงานกองทุนเงินทดแทนขึ้นอยู่ในกรมแรงงาน เมื่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนปฏิบัติงานอันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ กรมแรงงานต้องรับผิดในการกระทำของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนนั้นด้วย โจทก์จึงชอบที่จะฟ้องกรมแรงงานได้ หาจำต้องฟ้องกรรมการกองทุนเงินทดแทนทุกคนไม่ โจทก์กล่าวในคำฟ้องว่า

ขณะที่โจทก์ทำงานล่วงเวลา โจทก์ไปส้วมเดินไปตามไม้กระดานที่โจทก์วางไว้ กระดานพลิกคว่ำ โจทก์ล้มลง ศีรษะและแขนด้านซ้ายกระแทกกับพื้นห้องส้วมอย่างแรง ทำให้โจทก์มีอาการปากเบี้ยว คอแข็ง ขยับตัวไม่ได้ ในที่สุดโจทก์เป็นอัมพาตและในคำฟ้องของโจทก์ได้กล่าวเท้าความว่า ตามกฎหมาย บริษัทนายจ้างโจทก์จะต้องมีห้องส้วมไม่ต่ำกว่าเจ็ดส้วมและต้องสะอาดและถูกต้องตามสุขลักษณะ แต่ความจริงมีเพียงสองห้องบริเวณพื้นทางเดินมีน้ำขังอยู่และลื่นใช้เดินไม่ได้ นายจ้างจึงนำขอนไม้มาวางและใช้กระดานพาดไว้ให้ลูกจ้างเดิน โจทก์เดินตามกระดานไม้ที่พาดไว้จึงหกล้ม เป็นการเท้าความให้เห็นว่าการที่โจทก์หกล้มและเป็นอัมพาตนั้นเกิดจากความผิดของนายจ้าง แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์ไม่ได้หกล้มขณะไปเข้าห้องน้ำ

โจทก์ไปห้องน้ำกลับมาแล้วมานั่งปฏิบัติหน้าที่ทำงานให้นายจ้าง ทับเสื้อได้ ๑ ตัวก็เกิดอาการปากเบี้ยวแล้วกลายเป็นอัมพาต อันเนื่องมาจากโจทก์มีโรคความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว มาทำงานล่วงเวลาหลายวันติดต่อกันทำให้เกิดความเคร่งเครียดเป็นเหตุให้โรคความดันโลหิตสูงทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น และที่สุดก็มาล้มป่วยลงขณะที่ทำงานให้นายจ้าง จนเป็นเหตุให้เป็นอัมพาต ศาลแรงงานกลางเห็นว่าพอถือได้ว่าโจทก์ประสบอันตรายโดยได้รับอันตรายแก่กายเนื่องจากการทำงานให้นายจ้าง

ศาลฎีกาเห็นว่า การวินิจฉัยว่าโจทก์ประสบอันตรายหรือป่วยเจ็บหรือถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงานหรือไม่นั้น จะต้องเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำฟ้อง การที่ศาลแรงงานกลางนำข้อเท็จจริงที่มิได้ปรากฏในคำฟ้องมาวินิจฉัยดังกล่าวแล้ว เป็นการต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา ๕๒ เพราะไม่เข้าข้อยกเว้นในกรณีที่ศาลแรงงานเห็นสมควรเพื่อความเป็นธรรมแก่คู่ความ จะพิพากษาหรือสั่งเกินคำขอบังคับก็ได้ตามมาตราดังกล่าวแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย · ขจร หะวานนท์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายวิศิษฏ์ สิมานนท์ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2553 (เลขอ้างอิง 510407)

ตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ทั้งสิบเจ็ดในข้อ 1 ขอให้จำเลยชำระเงินเป็นจำนวนเท่ากับผลต่างของดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 13 ที่จำเลยจะต้องจ่ายกับผลประโยชน์ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม ท. จำกัด หาได้ ซึ่งคิดคำนว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6642/2545

แม้บันทึกที่บริษัทจำเลยที่ 1 มีถึงพนักงานทุกคนให้ละเว้นการออกเงินกู้ด้วยดอกเบี้ยสูงจะมิใช่ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับทำงาน แต่บันทึกดังกล่าวมีสภาพเป็นคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมาย การที่โจทก์นำเงินมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5880/2540

จำเลยที่ 10 และที่ 11 มิได้เป็นนายจ้างของโจทก์มิได้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 10 และที่ 11 ให้รับผิดในส่วนนี้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง ตาม พ.ร.ฎ.ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การเห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3682/2568

โจทก์และจำเลยตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างคอนโดมิเนียมขายนำกำไรมาแบ่งปันกัน ต่อมามีผู้สนใจซื้อที่ดินดังกล่าวและผู้เป็นหุ้นส่วนได้ตกลงขายที่ดินเพื่อทำกำไร อันเป็นกรณีที่หุ้นส่วนเปลี่ย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้