Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 230/2463

พ.ศ. 2463 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้โจทย์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๑ เวลากลางคืน จำเลยได้บังอาจเปนผู้ร้ายขึ้นไปลักเงินของนางส้มนิ่มที่บนเรือนไป ๓๗ บาท เหตุเกิดที่ตำบลดอนตะโก จังหวัดนครศรีธรรมราช ขอให้ศาลลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณอาญามาตรา ๒๙๓-๒๙๔-๒๙๕ ฯ จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้อ้างฐานที่อยู่ ฯ ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชพิจารณาแล้ว เห็นว่าพยานโจทย์เบิกความแตกต่างกัน กระทำให้เปนที่สงสัย จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทย์ปล่อยจำเลยไป ฯ โจทย์อุทธรณ ศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษปฤกษาคดีแล้วฟังข้อเท็จจริงว่าในวันเวลาโจทย์หา นางส้มนิ่มเจ้าทรัพย์นอนอยู่ที่ห้องรับแขกซึ่งติดกับห้องครัวไฟ ได้ยินเสียงดังเหมือนคนงัดไม้เสาผราทางห้องครัว เข้าใจว่าเปนแมวก็ตวาดไป ทันใดนั้นนางส้มนิ่มเห็นผู้ร้ายคลานออกมาจากห้องครัวไฟ นางส้มนิ่มจำได้ว่าจำเลยเพราะเปนที่นอกชาลเรือนไม่มีหลังคาแลเดือนส่องสว่าง ทั้งเปนคนรู้จักกับนางส้มนิ่มด้วย จึงได้เรียกนางสาวศรีเซาะบุตรีบ

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้โจทย์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๑ เวลากลางคืน จำเลยได้บังอาจเปนผู้ร้ายขึ้นไปลักเงินของนางส้มนิ่มที่บนเรือนไป ๓๗ บาท เหตุเกิดที่ตำบลดอนตะโก จังหวัดนครศรีธรรมราช ขอให้ศาลลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณอาญามาตรา ๒๙๓-๒๙๔-๒๙๕ ฯ

จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้อ้างฐานที่อยู่ ฯ ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชพิจารณาแล้ว เห็นว่าพยานโจทย์เบิกความแตกต่างกัน กระทำให้เปนที่สงสัย จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทย์ปล่อยจำเลยไป ฯ โจทย์อุทธรณ ศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษปฤกษาคดีแล้วฟังข้อเท็จจริงว่าในวันเวลาโจทย์หา นางส้มนิ่มเจ้าทรัพย์นอนอยู่ที่ห้องรับแขกซึ่งติดกับห้องครัวไฟ ได้ยินเสียงดังเหมือนคนงัดไม้เสาผราทางห้องครัว เข้าใจว่าเปนแมวก็ตวาดไป ทันใดนั้นนางส้มนิ่มเห็นผู้ร้ายคลานออกมาจากห้องครัวไฟ นางส้มนิ่มจำได้ว่าจำเลยเพราะเปนที่นอกชาลเรือนไม่มีหลังคาแลเดือนส่องสว่าง ทั้งเปนคนรู้จักกับนางส้มนิ่มด้วย จึงได้เรียกนางสาวศรีเซาะบุตรีบอกว่าจำเลยขึ้นเรือน แลร้องบอกกล่าวให้ชาวบ้านช่วย

จำเลยก็ลงเรือนวิ่งหนีไป นางส้มนิ่มได้ไปดูเงินที่เก็บไว้ในปล้องไม่ไผ่เสาผราในครัวไฟ เห็นรอยรายจำเลยกระชากเสาผราแตกลักเอาเงินซึ่งเก็บไว้ไปปล้องไม้เสาผราไป ๓๗ บาท แล้วนางส้มนิ่มได้ลงเรือนวิ่งตามจำเลยไปทางบ้านจำเลย แลเมื่อนางส้มนิ่มร้องเรียกนางสาวศรีเซาะบุตรีบอกว่าจำเลยขึ้นเรือนนั้น นางสาวศรีเชาะได้ลุกขึ้นมาดูก็ได้เห็นแลจำจำเลยได้ในเวลาจำเลยเดิรลงจากเรือน ใช่แต่เท่านั้นโจทย์ยังมีนายพ่วงเปนพยานประกอบอีกว่า เมื่อเวลานายส้มนิ่มร้องบอกกล่าว นายพ่วงได้วิ่งลงจากเรือนมาเห็นจำเลยวิ่งหนีไปทางบ้านจำเลย แลนางส้มนิ่มวิ่งไล่ตามไป นายพ่วงก็ได้วิ่งตามไปจนถึงบ้านจำเลยด้วย ได้ความดังนี้ ศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษเห็นว่าพยานโจทย์เบิกความประกอบกันสมเหตุผล

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลล่าง ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด ๒ ปี ตามกฎหมายลักษณอาญามาตรา ๒๙๕ กับให้จำเลยใช้เงิน ๓๗ บาทให้แก่เจ้าทรัพย์ ถ้าไม่ใช้ให้จำแทนตามาตรา ๑๘ ฯ จำเลยทูลเกล้า ฯ ถวายฎีกา ฯ กรรมการศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนแลประชุมปฤกษาคดีนี้แล้วเห็นว่าข้อเท็จจริงฟังได้ดังที่ศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษวินิจฉัยมา ถึงแม้นายแคล้วพยานโจทย์จำได้ให้การคลาดเคลื่อนไปบ้างก็ดี ก็ไม่กระทำให้คดีโจทย์เปลี่ยนไปอย่างอื่นได้ เพราะนายแคล้วเปนพยานมีหลักเหตุ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นให้ยกเสีย คงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษ ฯ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พระยาศรีสังกร · พระยานรเนติบัญชากิจ · พระยาพิพากษาสัตยาธิปตัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้