คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่ากู้เงินจำเลยไปได้เอาที่ดินเป็นประกัน จำเลยได้ปลูกเรือนในที่ดินนั้นครั้นโจทก์ใช้เงินแล้วจำเลยก้ไม่ออกจากที่จึงฟ้องขับไล่
จำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ขายที่รายพิพาทให้จำเลย ๆ ได้ปกครองมา ๒๐-๒๑ ปีแล้ว ศาลฎีกาตัดสินว่าตามเอาสารที่โจทก์อ้างว่าเป็นหนังสือกู้-นั้นมีใจความสำคัญว่าโจทก์ได้รับเงินของจำเลยไป ๖๕ บาทจึงยอมยกที่สวนให้จำเลยยึดถือปกครองไว้แทนตัวเงินที่ได้รับไป จริงอยู่ในสัญญาไม่มีข้อความโดยตรงว่าเป็นการกู้ยืม แต่เมื่อ่านข้อความทั้งหมดรวมกันและเพ่งเล็งเจตนาของคู่กรณีแล้วเห็นว่าเป็นการกู้ยืมกันโดยเอาที่รายพิพาทให้ยึดถือไว้ ฉะนั้นที่จำเลยครอบครองที่รายนี้มาก็โดยอาศัยสิทธิตามสัญญาจะยกข้อครอบครองขึ้นใช้ยันโจทก์มิได้ เมื่อจำเลยยึดถือที่ดินของผู้อื่นไว้เพื่อประโยชน์เช่นนี้ เป็นทรัพยสิทธิอันหนึ่งซึ่งต้องจดทะเบียนตามประมวลแห่ง ๆ ม.๑๒๙๙ แต่ในคดีนี้หาได้จดทะเบียนกันไม่จำเลยจึงไม่มีสิทธิจะยึดที่ดินของโจทก์ต่อไป ตามฎีกาที่ ๑๒๘๓/๒๔๘๐ ส่วนเรื่องเงินกู้โจทก์จะได้ใช้คืนแล้วหรือไม่ ๆวินิจฉันให้เพราะจำเลยมิได้ฟ้องแย้งขึ้นมา แต่ไม่ตัดสิทธิจำเลยที่อาจฟ้องร้องได้ต่อไป
ผลคำพิพากษา
พิพากษากลับศาลอุทธรณ์ให้ขับไล่จำเลย