Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 231/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จะอนุญาตให้ผู้หนึ่งผู้ใดทำเหมืองแร่นั้นเป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติการทำเหมืองแร่โดยตรง เจ้าพนักงานผู้พิจารณาเรื่องราวตามพระราชบัญญัตินี้ มีอำนาจที่จะใช้ดุลพินิจอนุญาตหรือไม่อนุญาตก็ได้ ถ้าเจ้าพนักงานได้ปฏิบัติการไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ศาลย่อมจะไม่พึงใช้อำนาจเข้าไปสอดแทรกแต่ประการใดการปฏิบัติของเจ้าพนักงานในการพิจารณาเรื่องราวขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ทับที่และใช้ดุลพินิจสั่งการอันถือว่าเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 55 พ.ร.บ.การทำเหมืองแร่ พ.ศ.2461 มาตรา 4 พ.ร.บ.การทำเหมืองแร่ พ.ศ.2461 มาตรา 21 พ.ร.บ.การทำเหมืองแร่ (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2485 มาตรา 3

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินทำเหมืองแร่ 2 แปลง ตั้งอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เดิมเป็น (ที่ดินมี) ประทานบัตรที่ 5607/6343 และเป็นที่ขังมูลดินทรายของนายเล่ง สุกจั่น ต่อมาโจทก์ทราบว่านายเล่ง สุกจั่น ตายที่ประเทศจีน (ที่ดิน) ประทานบัตรและที่ขังมูลทราย 2 แปลงนี้จึงตกเป็นที่ว่างเปล่า หมดอายุตามพระราชบัญญัติการทำเหมืองแร่ พ.ศ. 2461 มาตรา 46 โจทก์จึงยื่นเรื่องราวขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ทับที่ทั้ง 2 แปลงนี้ ต่อโลหกิจจังหวัดสุราษฎร์ธานีโลหกิจจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รับเรื่องราวของโจทก์และจดทะเบียนแปลงที่ 1 ไว้เป็นเรื่องราวที่ 18/2500 แปลงที่ 2 เป็นเรื่องราวที่ 19/2500 โดยโจทก์ได้วางเงินค่าธรรมเนียมไว้ครบถ้วนแล้ว ต่อมาจำเลยที่ 1 โดยโลหกิจจังหวัดสุราษฎร์ธานีเจ้าหน้าที่ตัวแทนของจำเลยทั้งสาม

ได้สั่งยกเลิกเรื่องราวที่18/2500 นั้นเสียโจทก์อุทธรณ์คำสั่งต่อกรมโลหกิจจำเลยที่ 2 ๆ ได้แจ้งให้โจทก์ทราบความว่ากระทรวงอุตสาหกรรมเห็นชอบตามที่จังหวัดสั่งยกเลิก กรมโลหกิจมิอาจที่จะสั่งยกเลิกคำสั่งของจังหวัดและการที่จะสั่งให้ประทานบัตรสิ้นอายุหรือสั่งให้ดำเนินเรื่องราวขอประทานบัตรที่ได้สั่งยกเลิกไปแล้ว ก็ย่อมจะทำมิได้ การกระทำของจำเลยทั้งสาม โจทก์ถือว่าร่วมกันมีคำสั่งและกระทำการโดยมิชอบทำให้โจทก์เสียหาย คือ เสียสิทธิที่จะได้รับประทานบัตร ขอให้พิพากษาแสดงว่าเรื่องราวขอประทานบัตรตามฟ้องนั้นเป็นเรื่องราวอันชอบด้วยพระราชบัญญัติการทำเหมืองแร่ พ.ศ. 2461 มาตรา 46 ให้ศาลสั่งเพิกถอนทำลายคำสั่งยกเลิกของจำเลยทั้งสาม และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันดำเนินการออกประทานบัตรการทำเหมืองแร่ให้โจทก์จำเลยที่ 2, 3 ขาดนัด

จำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะไม่มีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของโจทก์ตามกฎหมายและรูปคดีของโจทก์ไม่มีทางที่จะใช้สิทธิทางศาลได้จำเลยที่ 1 ได้สั่งยกเลิกเรื่องราวที่ 18/2500 โดยจำเลยมีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ส่วนเรื่องราวที่ 19/2500 จะได้พิจารณาสั่งยกเลิกต่อไป สิทธิการทำเหมืองแร่เป็นอำนาจของรัฐบาลที่จะอนุญาตให้ผู้หนึ่งผู้ใดทำก็ได้ หรือจะไม่อนุญาตก็ได้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลพิพากษาบังคับ กับให้การต่อสู้เป็นประการอื่นด้วยศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องว่า ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการทำเหมืองแร่ พ.ศ. 2461 ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 8 พ.ศ. 2485 แสดงให้เห็นว่าการที่จะอนุญาตให้ผู้หนึ่งผู้ใดทำเหมืองแร่นั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัตินี้โดยตรง และมาตรา 21 ข้อ 3 วรรคสุดท้ายแห่งพระราชบัญญัติ ฉบับ พ.ศ. 2461ก็มีความหมายว่า เจ้าพนักงานผู้พิจารณาเรื่องราวตามพระราชบัญญัตินี้มีอำนาจตามกฎหมายที่จะใช้ดุลพินิจอนุญาตหรือไม่อนุญาตก็ได้ ฉะนั้น เมื่อเจ้าพนักงานได้ปฏิบัติการไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ศาลย่อมจะไม่พึงใช้อำนาจเข้าไปสอดแทรกแต่ประการใดโจทก์กล่าวไว้ในฟ้องว่า จำเลยที่ 2 ได้มีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบความว่า

กระทรวงอุตสาหกรรมเห็นชอบตามที่จังหวัดสั่งยกเลิกเรื่องราวของโจทก์ และได้สั่งให้จังหวัดทำการสอบสวนเรื่องนายเล่งสุกจั่นว่าถึงแก่กรรมไปแล้วจริงหรือไม่ จากการสอบสวนปรากฏว่าบุตรีบุตรเขย ฯลฯ ต่างให้การยืนยันว่า ในขณะนี้นายเล่ง สุกจั่นยังมีชีวิตอยู่ เมื่อเป็นเช่นนี้ และไม่มีผู้ใดสามารถนำหลักฐานมาหักล้างคำให้การดังกล่าวได้ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงถือว่านายเล่งสุกจั่น ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนเอกสารที่โจทก์ส่งไปกรมโลหกิจเห็นว่าเป็นแต่เพียงคำให้การเท่านั้นจะเชื่อหรือถือเป็นหลักฐานทางราชการมิได้ ดังนี้ สรุปแล้วได้ความว่า เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ได้สอบสวนเรื่องที่โจทก์ว่านายเล่ง สุกจั่น ถึงแก่กรรมนั้นแล้วเห็นว่าหลักฐานของโจทก์ไม่พอที่จะหักล้างถ้อยคำของญาตินายเล่ง

สุกจั่นจึงจะฟังว่านายเล่ง สุกจั่นตายแล้วยังไม่ได้ จึงได้สั่งยกเรื่องราวของโจทก์เสีย แสดงว่าจำเลยได้พิจารณาเรื่องราวของโจทก์และใช้ดุลพินิจภายในขอบเขตของกฎหมาย ฟ้องของโจทก์มิได้แสดงให้เห็นว่าฝ่ายจำเลยได้ปฏิบัติการไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่อย่างใดที่โจทก์จะมาขอสืบพยานว่านายเล่ง สุกจั่น ตายแล้วนั้น จึงเป็นการโต้แย้งความเห็นอันเป็นดุลพินิจของเจ้าพนักงานซึ่งได้ปฏิบัติการไปภายในขอบเขตของกฎหมายย่อมทำไม่ได้ดังได้กล่าวแล้วเมื่อวินิจฉัยข้ออื่นด้วยแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประกอบ หุตะสิงห์ · เชื้อ คงคากุล · สนิท สุมาวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3682/2568

โจทก์และจำเลยตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างคอนโดมิเนียมขายนำกำไรมาแบ่งปันกัน ต่อมามีผู้สนใจซื้อที่ดินดังกล่าวและผู้เป็นหุ้นส่วนได้ตกลงขายที่ดินเพื่อทำกำไร อันเป็นกรณีที่หุ้นส่วนเปลี่ย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3230/2568

มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้