Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2318/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บุคคลผู้มีสัญชาติไทยตามกฎหมาย แม้จะไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่จดชื่อ เข้าในทะเบียนบ้านของผู้อพยพ ก็ไม่ทำให้ต้องสูญเสียสัญชาติไทย ตามที่โจทก์ทั้งหกและมารดาได้ขอให้เจ้าหน้าที่เพิกถอนชื่อโจทก์ทั้งหกออกจากทะเบียนบ้านคนญวนอพยพ แต่เจ้าหน้าที่ไม่จัดการให้โดยโต้แย้งว่าโจทก์ทั้งหกเป็นคนต่างด้าว เช่นนี้ย่อมถือได้ว่าสิทธิของโจทก์ถูกโต้แย้งแล้ว โจทก์มีอำนาจฟ้อง.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาและพิพากษาโจทก์ทั้งสองสำนวนขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์ทั้งหกเป็นคนสัญชาติไทย ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันถอนชื่อโจทก์ทั้งหกออกจากทะเบียนบ้านคนญวนอพยพจำเลยให้การว่านางพรหม รินระทัย เป็นมารดาโจทก์ทั้งหกและมีสัญชาติไทย แต่ปรากฏหลักฐานว่า นายยือเป็นคนสัญชาติญวนเกิดนอกราชอาณาจักรไทยและเข้ามาอาศัยในราชอาณาจักรไทยโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2518และตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515นั้นการได้สัญชาติและการถอนสัญชาติของคนต่างด้าวเป็นไปตามกฎหมายหาได้เกิดจากการกระทำของจำเลยไม่ ในปี 2519 จำเลยที่ 1 ไม่เคยอ้างว่าโจทก์ที่ 5 เป็นคนสัญชาติญวน และในปี 2514 จำเลยที่ 2ไม่เคยอ้างว่าโจทก์ทั้งหกเป็นคนสัญชาติญวนและเพิ่มชื่อโจทก์ทั้งหกลงในทะเบียนบ้านคนญวนอพยพ

การที่ปรากฏชื่อโจทก์ทั้งหกในทะเบียนบ้านคนญวนอพยพเพราะโจทก์ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าตนเองมีสัญชาติญวนจึงได้ไปแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ไว้ปรากฏเป็นหลักฐานคือทะเบียนบ้านคนญวนอพยพและประวัติคนญวนอพยพทั้งยังให้เจ้าหน้าที่ทำบัตรประจำตัวคนญวนอพยพประจำตัวโจทก์แต่ละคนไว้เป็นหลักฐานด้วยการกระทำของโจทก์เอง เพราะโจทก์ไม่เคยมีสัญชาติไทยมาก่อนนางพรหม รินระทัย เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายยือ บุ่ยซึ่งมีสัญชาติญวน โจทก์ทั้งหกอ้างว่าถูกโต้แย้งสิทธิในปี พ.ศ. 2519และ 2514 เป็นระยะเวลาที่ล่วงเลยมานานจึงขาดอายุความแล้ว จำเลยทั้งสามมิได้โต้แย้งสิทธิเกี่ยวกับสัญชาติของโจทก์ทั้งหกแต่อย่างใดโจทก์ทั้งหกจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้พิพากษายกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

โจทก์ทั้งสองเป็นคนสัญชาติไทย ให้จำเลยร่วมกันถอนชื่อโจทก์ทั้งหกออกจากทะเบียนบ้านคนญวนอพยพเลขที่ 211ถนนพรหมราช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานีค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองสำนวนให้เป็นพับจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ทั้งสองสำนวนศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับโจทก์ทั้งหกฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้มีว่าโจทก์ทั้งหกมีอำนาจฟ้องหรือไม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยอ้างเอาว่าโจทก์เป็นคนสัญชาติญวนและต่อมาได้เพิ่มชื่อโจทก์ลงในทะเบียนบ้านคนญวนอพยพ และเพิ่มเติมในสูติบัตรว่าโจทก์เป็นคนสัญชาติญวน ฟ้องเช่นนี้หมายความว่าจำเลยเป็นคนลงชื่อโจทก์ในทะเบียนบ้านคนญวนอพยพและลงชื่อโจทก์ในสูติบัตรว่าโจทก์เป็นคนสัญชาติญวนด้วยตนเอง แต่โจทก์กลับนำสืบว่า เมื่อโจทก์เกิดบิดามารดาของโจทก์ได้ไปแจ้งให้โจทก์ทั้งหกคนเข้าในทะเบียนบ้านคนญวนอพยพ ก็เท่ากับว่าเจ้าหน้าที่หรือจำเลยไม่ได้ทำเอง แต่ทำไปตามที่บิดามารดาโจทก์แจ้งให้ทำ จำเลยจึงไม่ได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์เกี่ยวกับสัญชาติ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า หากโจทก์ทั้งหกเป็นคนมีสัญชาติไทยตามกฎหมายแล้วแม้บิดามารดาของโจทก์จะไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่จดแจ้งชื่อโจทก์ทั้งหกคนเข้าในทะเบียนบ้านคนญวนอพยพ

ก็ไม่ทำให้โจทก์ทั้งหกต้องสูญเสียสัญชาติไทยและกลายเป็นคนสัญชาติญวนไป ปัญหาทำนองนี้เคยมีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้แล้วดังคำพิพากษาฎีกาที่1487-1489/2500 ระหว่างพนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์นางสาวสุดา ดาลจาวัล หรือฟาติมาบีบี จำเลย ฯลฯ คำพิพากษาฎีกาที่570/2506 ระหว่าง นายแก้ว แซ่ลี้ โจทก์ นายร้อยตำรวจเอกระวีครองแก้ว ในฐานะโดยตำแหน่งนายทะเบียนต่างด้าวประจำอำเภอบางมูลนากจำเลย นอกจากนี้ยังปรากฏข้อเท็จจริงว่าก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์ทั้งหกและมารดาได้ขอให้เจ้าหน้าที่เพิกถอนชื่อโจทก์ทั้งหกออกจากทะเบียนบ้านคนญวนอพยพแต่เจ้าหน้าที่ไม่จัดการให้โดยโต้แย้งว่าโจทก์ทั้งหกเป็นคนต่างด้าวเช่นนี้ ย่อมถือได้ว่า จำเลยทั้งสามได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้วโจทก์ทั้งหกจึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ทั้งหกไม่มีอำนาจฟ้องนั้น

ศาลฎีกาไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งหกฟังขึ้นพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาประเด็นข้ออื่น ๆ ตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสาม แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ ให้ศาลอุทธรณ์รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่".

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สาระ เสาวมล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3682/2568

โจทก์และจำเลยตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างคอนโดมิเนียมขายนำกำไรมาแบ่งปันกัน ต่อมามีผู้สนใจซื้อที่ดินดังกล่าวและผู้เป็นหุ้นส่วนได้ตกลงขายที่ดินเพื่อทำกำไร อันเป็นกรณีที่หุ้นส่วนเปลี่ย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3230/2568

มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้