Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2322/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดินสายนครสวรรค์ - ตากฯ พ.ศ.2509 บัญญัติให้อธิบดีกรมทางหลวงเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกรมทางหลวงจำเลยที่ 1 ได้แต่งตั้งกรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว กรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้นจึงเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ในฐานะอธิบดีกรมทางหลวงและเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้ กรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์มีหน้าที่ไกล่เกลี่ยเจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืนให้ตกลงกันในเรื่องจำนวนเงินค่า ทดแทนตามมาตรา 18, 22, 25, 26 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2497 จึงเห็นได้ว่ากรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ย่อมมีหน้าที่กำหนดจำนวนเงินค่าทดแทนให้แก่เจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืนด้วย ที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนเพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดิน กรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ได้ประชุมกำหนดจำนวนเงินค่าทดแทนที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืนให้แก่โจทก์ ตารางวาละ 1,000 บาท รวมเป็นเงิน 399,000 บาท โจทก์ตกลงยอมรับ และคณะกรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์กับโจทก์ได้ทำสัญญาจ่ายเงินค่าทดแทนกันไว้แล้ว กรมทางหลวงจำเลยที่ 1 จึงต้องผูกพันจ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่โจทก์ตามนั้น จะอ้างว่าจำเลยที่ 1 ยังไม่ได้อนุมัติตามข้อตกลง และยับยั้งไม่จ่ายเงินดังกล่าวหาได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2497 มาตรา 4 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2497 มาตรา 18 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2497 มาตรา 22 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2497 มาตรา 25 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2497 มาตรา 26 พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดินสายนครสวรรค์ - ตาก ในท้องที่ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ พ.ศ. 2509 มาตรา 3 ป.พ.พ. มาตรา 820 ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 44 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ว่าด้วยการเวนคีณอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 มาตรา 3 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 มาตรา 9

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๐๙ ได้มีพระบรมราชโองการประกาศในหนังสือราชกิจจานุเบกษาให้ใช้พระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อเวนคืน อสังหาริมทรัพย์ในท้องที่อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ให้แก่กรมทางหลวงเพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดินสายนครสวรรค์ - ตาก และที่ดินโจทก์ตามโฉนดเลขที่ ๑๑๘๕๐ ได้ถูกเวนคืนคิดเป็นเนื้อที่ ๓ งาน ๙๙ ตารางวา ครั้นเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๑๒ คณะกรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยชอบด้วยกฎหมายอันประกอบด้วยนายช่างแขวง การทางนครสวรรค์ผู้แทนกรมทางหลวงแผ่นดิน นายอำเภอเมืองนครสวรรค์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครสวรรค์ ได้ทำสัญญากับโจทก์ตามบันทึกข้อตกลงยอมจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์ในราคาตารางวาละ ๑,๐๐๐ บาท

รวมเป็นเงิน ๓๙๙,๐๐๐ บาท โจทก์ได้แบ่งแยกที่ดินที่ถูกเวนคืนออกจากโฉนดเดิมให้ไปแล้วตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๑๒ จำเลยที่ ๒ เป็นช่างแขวงการทางนครสวรรค์ได้เสนอเรื่องราวขอรับเงินค่าทดแทนของโจทก์ต่อจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นอธิบดีกรมทางหลวง สังกัดกระทรวงคมนาคม เพื่ออนุมัติจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินของโจทก์ตามมติคณะกรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว แต่จำเลยทั้งสองขอผัดชำระเงินค่าทดแทนเรื่อยมา โจทก์มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินจำนวน ๓๙๙,๐๐๐ บาท ตั้งแต่วันโอนที่ดิน จำเลยจึงต้องเสียดอกเบี้ยให้โจทก์ร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จึงขอให้จำเลยทั้งสองใช้เงินดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ย

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างทางหลวงสายนครสวรรค์ - ตาก มีอำนาจพิจารณาสั่งจ่ายเงินให้เจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืนจากมติคณะกรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ แต่คณะกรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์จะบันทึกตกลงเรื่องราคาค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนได้จะต้องได้รับความเห็นชอบจากจำเลยที่ ๑ ก่อน โจทก์ทราบดีว่าบันทึกข้อตกลงของโจทก์จำนวน ๓๙๙,๐๐๐ บาท ยังไม่มีผลบังคับและไม่ผูกพันจำเลยที่ ๑ เพราะคณะกรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ยังไม่ได้เสนอให้จำเลยที่ ๑ เห็นชอบด้วยเสียก่อน และจำเลยทั้งสองไม่ใช่คู่กรณีหรือมีส่วนรู้เห็นในการทำบันทึกข้อตกลงนั้น คณะกรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ตามบันทึกนั้นไม่ใช่ตัวแทนของจำเลยทั้งสอง

ทั้งจำเลยทั้งสองไม่เคยยอมจ่ายเงินหรือผัดการจ่ายเงินตามบันทึกท้ายฟ้อง โดยจำเลยที่ ๒ เพิ่งมาดำรงตำแหน่งนายช่างแขวงการทางนครสวรรค์ภายหลังทำบันทึกข้อตกลงท้ายฟ้องแล้ว และปรากฏว่าโจทก์เคยเสนอขอรับเงินค่าทดแทนจำนวนใหม่ โดยสละข้อตกลงในบันทึกท้ายฟ้องแล้ว ค่าทดแทนของโจทก์ที่มีสิทธิได้รับเงินตามที่จำเลยที่ ๑ เห็นชอบตามมติคณะกรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ คือ ๑๑๐,๙๒๒ บาท ขอให้ยกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินค่าทดแทนตามสัญญาฉบับลงวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๑๒ เป็นเงิน ๓๙๙,๐๐๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับตั้งแต่วันที่ ๔ กันยายน ๒๕๑๒ จนกว่าจะชำระเงินเสร็จ ให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความ ๗,๕๐๐ บาทแทนโจทก์ด้วย ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความสำหรับจำเลยที่ ๒ เป็นพับไป จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกาขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาพิจารณาแล้วข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเมื่อปี ๒๕๐๙ มีพระบรมราชโองการให้ใช้พระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดินสายนครสวรรค์ - ตาก ในท้องที่อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ โดยจำเลยที่ ๑ ในฐานะอธิบดีกรมทางหลวงเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ และนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งกรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ดังกล่าวตามพระราชบัญญัติดังกล่าวคือ นายช่างโทแขวงการทางนครสวรรค์ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ และเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครสวรรค์ กับนายอำเภอเมืองนครสวรรค์ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่กระทรวงหมาดไทย ที่ดินของโจทก์โฉนดเลขที่ ๑๑๘๕๐ ได้ถูกเวนคืนเพื่อสร้างหลวงแผ่นดินสายดังกล่าวจำนวนเนื้อที่ ๓ งาน ๙๙ ตารางวา

กรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวได้ประชุมกำหนดราคาทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนของโจทก์ในอัตราตารางวาละ ๑,๐๐๐ บาท คิดเป็นเงินที่โจทก์จะได้รับเป็นค่าทดแทนทั้งสิ้น ๓๙๙,๐๐๐ บาท โจทก์ตกลงรับเงินค่าทดแทนจำนวนนี้ คณะกรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์กับโจทก์จึงได้ทำสัญญาจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยต่อไปว่ากรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวมีหน้าที่ไกล่เกลี่ยเจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืนให้ตกลงกันในเรื่องจำนวนเงินค่าทดแทน ตามมาตรา ๑๘, ๒๒, ๒๕, ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.๒๔๙๗ ซึ่งเป็นที่เห็นได้ว่ากรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวมีหน้าที่กำหนดจำนวนเงินค่าทดแทนให้แก่เจ้าของที่ดินที่ ถูกเวนคืนด้วยโดยถือว่ากรรมการเวนคืนอสังริมทรัพย์เป็นตัวแทนของจำเลยที่ ๑ ในฐานะเป็นอธิบดีกรมทางหลวงและเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.๒๕๐๙ ดังนั้น เมื่อกรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ประชุมกำหนดจำนวนเงินค่าทดแทนที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืนให้แก่โจทก์ และโจทก์ยอมรับเอาค่าทดแทนจำนวนดังกล่าว

กรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์และโจทก์ได้ทำสัญญาจ่ายเงินทดแทนจำนวนดังกล่าวให้แก่โจทก์แล้วนั้น จำเลยที่ ๑ จึงต้องผูกพันจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืนให้แก่โจทก์ตามฟ้อง จำเลยที่ ๑ จะอ้างว่าจำเลยที่ ๑ ยังไม่ได้อนุมัติตามบันทึกข้อตกลงและยับยั้งไม่จ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่โจทก์ตามจำนวนที่โจทก์เรียกร้องตามฟ้องหาได้ไม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชุ่ม สุนทรชัย · ไพโรจน์ ไวกาสี · กุศล บุญยืน
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายสมบูรณ์ ฤกษสำราญ
ศาลอุทธรณ์ - นายแถมชัย สิทธิไตรย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3118/2567

จำเลยที่ 1 เป็นโรงเรียนเอกชนในระบบและเป็นนิติบุคคลตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียน และเป็นผู้แทนของจำเลยที่ 1 ตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 มา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2565 (เลขอ้างอิง 689345)

ระเบียบโรงเรียนของมูลนิธิจำเลยที่ 1 ว่าด้วยบำนาญ พ.ศ. 2549 ข้อ 15 ระบุไว้ว่า ครูที่ได้รับบำนาญจะได้รับการพิจารณาขึ้นเงินบำนาญทุกปีการศึกษาใหม่ในอัตรา 10 เปอร์เซ็นต์ของเงินบำนาญที่ได้รับในเดือนพฤษภาคม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1457/2563

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหสถานที่อยู่อาศัยของผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร โดยไม่ได้บรรยายฟ้องถึงองค์ประกอบความผิดว่าจำเลยกระทำโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1435/2563

การที่จำเลยอนุมัติให้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ธ. เป็นบริษัทย่อยของจำเลย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริษัท ธ. รับงานก่อสร้างของจำเลย และให้พนักงานของจำเลยไปร่วมลงลายมือชื่อสั่งจ่ายในเช็คของบริษัท ธ. เพื่อต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1433/2563

โจทก์ไม่ได้ตกลงโอนสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดพิพาทให้แก่จำเลยร่วมเนื่องจากจำเลยที่ 2 ปลอมหนังสือโอนสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จะขายจึงมีหน้าท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้