Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2322/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาทำขึ้นในขณะบริษัทโจทก์ใช้ชื่อว่าบริษัทโรงพยาบาลพัฒนเวช จำกัด ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นชื่อบริษัทพัฒนประเวศ จำกัด ซึ่งตามหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทมีกรรมการบริษัท 2 คน คือ ส. กับ ร.คนใดคนหนึ่งลงลายมือชื่อและประทับตราของบริษัทมีอำนาจทำการแทนบริษัทได้ ดังนี้ โจทก์เป็นนิติบุคคลและเป็นบริษัทเดียวกับบริษัทโรงพยาบาลพัฒนเวช จำกัด ที่เป็นคู่สัญญากับจำเลย และ ส.ย่อมมีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราของบริษัท ฟ้องจำเลยแทนโจทก์ได้ จำเลยซื้อกิจการโรงพยาบาลจากโจทก์และได้รับมอบกิจการไปดำเนินการแล้ว โจทก์จำเลยตกลงกันให้จำเลยชำระค่าเช่าซื้อเครื่องเอกซเรย์แทนโจทก์ต่อไป แต่จำเลยไม่นำเงินไปชำระ บริษัทผู้ให้เช่าซื้อจึงเรียกร้องให้โจทก์ชำระ เมื่อโจทก์ได้ชำระไปแล้ว จำเลยซึ่งเป็นคู่สัญญากับโจทก์จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ ตามสัญญากำหนดเบี้ยปรับของการไม่ชำระหนี้เป็นดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี เมื่อจำเลยผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่าซื้อกับบริษัทผู้ให้เช่าซื้อเครื่องเอกซเรย์ตามข้อตกลง โจทก์เรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้ โจทก์นำสืบว่าโจทก์ต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่บริษัทผู้ให้เช่าซื้ออัตราร้อยละ 18 ต่อปี ที่ศาลกำหนดให้จำเลยรับผิดเป็นดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยตกลงซื้อกิจการโรงพยาบาลและใบอนุญาตจากโจทก์ รวมทั้งทรัพย์อุปกรณ์เป็นเงินสี่ล้านบาท เงินจำนวนแปดแสนบาทจำเลยตกลงจะจ่ายให้แก่บริษัทภัทรธนกิจ จำกัด เป็นค่าเครื่องเอกซเรย์แทนโจทก์ภายใน ๗ วัน หลังจากรับโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแล้ว แต่จำเลยไม่ยอมชำระ จึงขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเครื่องเอกซเรย์ ๘๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง บริษัทภัทรธนกิจ จำกัด ชอบที่จะเรียกให้จำเลยชำระหนี้โดยตรง และโจทก์ไม่ได้รับช่วงสิทธิมาฟ้องบริษัทภัทรธนกิจ จำกัด ไม่ยอมให้จำเลยผ่อนชำระค่าเช่าซื้อ โจทก์เรียกค่าเสียหายจากจำเลยไม่ได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษา ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๘๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี โดยโจทก์จะต้องดำเนินการโอนเครื่องเอกซเรย์ให้จำเลยทั้งสองทันทีเมื่อได้รับชำระหนี้ครบถ้วน

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า...เดิมโจทก์ใช้ชื่อว่า บริษัทโรงพยาบาลหัวหมาก จำกัด ต่อมาได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทโรงพยาบาลพัฒนเวช จำกัด และจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อครั้งสุดท้ายเป็นบริษัทพัฒนประเวศ จำกัด ซึ่งตามหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทเอกสารท้ายฟ้อง มีกรรมการบริษัท ๒ คน คือร้อยตำรวจเอกสัณห์ กับนางสิริลักษณ์ และกรรมการคนหนึ่งคนใดลงลายมือชื่อและประทับตราของบริษัทมีอำนาจทำการแทนบริษัทได้ สัญญา จ.๓ ทำขึ้นในขณะที่บริษัทโจทก์ใช้ชื่อว่าบริษัทโรงพยาบาลพัฒนเวช จำกัด ส่วนจำเลยทั้งสองไม่มีพยานนำสืบหักล้างหลักฐานพยานของโจทก์ จึงรับฟังได้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลและเป็นบริษัทเดียวกับบริษัทโรงพยาบาลพัฒนเวช

จำกัด ที่เป็นคู่สัญญากับจำเลยทั้งสองตามสัญญา จ.๓ ดังนี้ ร้อยตำรวจเอกสัณห์ แต่ผู้เดียวย่อมมีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราของบริษัททำการแทนโจทก์ฟ้องคดีนี้ได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง จำเลยทั้งสองได้รับมอบกิจการโรงพยาบาลและเข้าดำเนินการโรงพยาบาลและเข้าดำเนินกิจการโรงพยาบาลตามสัญญา จ.๓ แล้ว ซึ่งขณะนั้นเครื่องเอกซเรย์อันเป็นวัตถุแห่งหนี้ตามสัญญา จ.๓ ก็มีติดตั้งอยู่ในอาคารโรงพยาบาลที่มีการตกลงซื้อขายกันตามสัญญา จ.๒ อยู่แล้ว จึงพอถือได้ว่าจำเลยทั้งสองได้รับมอบเครื่องเอกซเรย์ไว้จากโจทก์แล้วตั้งแต่วันที่จำเลยทั้งสองได้รับมอบกิจการโรงพยาบาลและเข้าดำเนินกิจการโรงพยาบาลแทนโจทก์เป็นต้นไป ได้ความจากนายศรชัย พยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายกำกับหนี้สินของบริษัทภัทรธนกิจ

จำกัด ว่าร้อยตำรวจเอกสัณห์กับจำเลยที่ ๑ เคยไปพบพยานที่บริษัทภัทรธนกิจ จำกัด เกี่ยวกับการชำระค่าเครื่องเอกซเรย์ โดยจะให้จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ชำระแทนโจทก์ตามจำนวนยอดหนี้ที่โจทก์ค้างชำระอยู่ในขณะนั้นเป็นเงินต้นประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ บาท แต่จำเลยที่ ๑ ก็มิได้ชำระเงินดังกล่าวให้แก่บริษัทภัทรธนกิจ จำกัด แต่อย่างใด บริษัทภัทรธนกิจ จำกัด จึงได้ทวงถามและฟ้องเรียกร้องจากโจทก์ ถ้าหากมีการชำระค่าเครื่องเอกซเรย์ที่ค้าง บริษัทภัทรธนกิจ จำกัด ก็ยินยอมให้กรรมสิทธิ์ของเครื่องเอกซเรย์ตกเป็นของโจทก์หรือตามคำสั่งของโจทก์ แสดงว่า หากจำเลยทั้งสองปฏิบัติตามสัญญา จ.๓ โดยชำระค่าเครื่องเอกซเรย์ให้แก่บริษัทภัทรธนกิจ จำกัด ก็ไม่มีเหตุใดที่บริษัทภัทรธนกิจ

จำกัด จะปฏิเสธไม่ยอมรับชำระหนี้ อุปสรรคของการที่จำเลยทั้งสองไม่ได้รับสิทธิให้เป็นผู้เช่าซื้อแทนโจทก์หรือรับโอนกรรมสิทธิ์เครื่องเอกซเรย์จึงมิได้เกิดขึ้นจากการกระทำของโจทก์ โดยเป็นความผิดของจำเลยทั้งสองเองที่ไม่นำเงินค่าเครื่องเอกซเรย์ไปชำระตามที่ตกลงไว้กับนายศรชัย เมื่อจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ค่าเครื่องเอกซเรย์ตามสัญญา จ.๓เป็นเหตุให้บริษัทภัทรธนกิจ จำกัด ฟ้องเรียกร้องเอาจากโจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อเครื่องเอกซเรย์มาจากบริษัทภัทรธนกิจ จำกัดและโจทก์ต้องชำระหนี้ดังกล่าวให้แก่บริษัทภัทรธนกิจ จำกัด จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นคู่สัญญากับโจทก์จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ในผลของการที่จำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ตามสัญญา จ.๓ ตามสัญญา

จ.๓ โจทก์กับจำเลยทั้งสองมีข้อตกลงกันว่าค่าเครื่องเอกซเรย์ที่โจทก์ยังชำระให้แก่บริษัทภัทรธนกิจจำกัด ไม่ครบ จำเลยทั้งสองรับภาระจะชำระให้แก่บริษัทดังกล่าวต่อไป และโจทก์นำสืบว่าจำเลยทั้งสองผิดสัญญา จ.๓ โจทก์ต้องรับผิดชำระหนี้ค่าเอกซเรย์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๘ ต่อปี ให้แก่บริษัทภัทรธนกิจ จำกัด ประกอบกับตามสัญญา จ.๓ มีการกำหนดเบี้ยปรับของการไม่ชำระหนี้ไว้เป็นดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปีด้วย ดังนี้ โจทก์จึงเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองได้ และเห็นว่า ที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดให้จำเลยทั้งสองรับผิดค่าเสียหายคิดเป็นดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฉลิม การปลื้มจิตต์ · จำนง นิยมวิภาต · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสุชาติ สุขสุมิตร
ศาลอุทธรณ์ - นายสถิตย์ เล็งไธสง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 928/2521

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันและแทนกันทำการจัดสรรที่ดินให้โจทก์เป็นผู้เช่าซื้อ แล้วจำเลยทั้งสามประพฤติผิดสัญญาโดยไม่จัดการทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำผ่านหน้าที่ดินของโจทก์และที่ดินที่จำเลยร่วมก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8001/2544

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ในฐานะวิศวกรผู้ออกแบบปฏิบัติผิดสัญญาจ้างออกแบบผิดพลาดเกี่ยวกับการใช้สารกันน้ำซึม และฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 5 และที่ 6 ในฐานะวิศวกรผู้ควบคุมงานปฏิบัติผิดสัญญาจ้างมิได้ตรว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4932/2541

เงินประกันการเช่าตามสัญญาเช่าได้กำหนดให้โจทก์ผู้ให้เช่ามีสิทธินำค่าเช่าที่ค้างชำระหรือหนี้สินอื่นที่ค้างชำระมาหักเงินประกันค่าเช่าได้เมื่อจำเลยผู้เช่าขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากสถานที่เช่าเรียบร้อย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 939/2537

แม้สัญญารับทุนจะใช้แบบตามที่กระทรวงการคลังกำหนดให้ใช้กับข้าราชการผู้รับทุน โดยที่จำเลยที่ 1 มิได้เป็นข้าราชการหรือได้ลาออกจากการเป็นลูกจ้างชั่วคราวแล้วก็ตาม แต่เมื่อจำเลยที่ 1 สมัครใจทำสัญญาที่มีข้อคว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 499/2534

จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดมี ส. เป็นกรรมการผู้จัดการ การที่ ส. สั่งซื้อกรอบรูปจากโจทก์แม้จะลงลายมือชื่อในใบสั่งซื้อเพียงผู้เดียว ก็ถือได้ว่า ส. ทำการแทนจำเลยจำเลยจึงต้องรับผิดชอบตามใบสั่งซื้อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้