Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2325/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาจ้างแรงงานกำหนดให้โจทก์วางเงินประกันการทำงานไว้ต่อจำเลยผู้เป็นนายจ้างและกำหนดเงื่อนไขในการที่โจทก์จะได้เงินดังกล่าวคืนเมื่อลาออกจากงานว่า โจทก์ได้ทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีโดยแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อยกว่า 1 เดือน เงินดังกล่าวจึงเป็นเงินที่ประกันความเสียหายเนื่องจากการทำงานไม่ครบกำหนดสองปีตามข้อตกลง และมิได้บอกกล่าวล่วงหน้าตามเงื่อนไขข้อบังคับของจำเลย มิใช่เป็นเงินประกันค่าเสียหายเนื่องจากการทำงานของโจทก์ขณะที่โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย แต่ถือได้ว่าเป็นเบี้ยปรับในกรณีผิดข้อตกลงหรือผิดสัญญา เมื่อโจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยไม่ถึงสองปี และได้ลาออกโดยมิได้แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อยกว่า 1 เดือน อันเป็นการผิดข้อตกลงและเงื่อนไขเกี่ยวกับสัญญาจ้างแรงงาน จำเลยย่อมได้รับความเสียหาย และกรณีไม่มีข้อโต้แย้งว่าเป็นจำนวนค่าเสียหายที่สูงเกินส่วน จำเลยจึงมีสิทธิริบเงินประกันได้ทั้งหมด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า เมื่อโจทก์ทั้งสองเริ่มเข้าทำงาน จำเลยได้เรียกเก็บเงินจากโจทก์ทั้งสองคนละ 3,500 บาท เพื่อเป็นประกันความเสียหายในการทำงาน ต่อมาโจทก์ทั้งสองได้ลาออกจากงานโดยมิได้ทำความเสียหายให้แก่จำเลยแต่จำเลยไม่ยอมคืนเงินประกันขอให้พิพากษาบังคับให้จำเลยคืนเงินประกันให้แก่โจทก์ทั้งสองคนละ 3,500 บาทจำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า ในการเข้าทำงานเป็นลูกจ้างนั้นโจทก์ทั้งสองกับจำเลยมีเงื่อนไขและข้อตกลงกันว่า โจทก์ทั้งสองจะต้องวางเงินประกันการทำงานเป็นจำนวนเท่ากับเงินเดือนเดือนแรก และจำเลยจะคืนเงินจำนวนนี้เมื่อโจทก์ลาออก และได้ทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี โดยบอกกล่าวการลาออกและได้รับอนุมัติตามเงื่อนไขข้อบังคับของจำเลยเหตุที่ต้องให้โจทก์ทั้งสองวางเงินประกันเนื่องจากจำเลยจะต้องมีการฝึกอบรมพนักงานของจำเลยเพื่อให้ใช้สินค้าต่าง

ๆ ที่จะขายหรือบริการให้แก่ลูกค้าซึ่งเป็นสินค้าที่มีเทคโนโลยีชั้นสูง หากโจทก์ทั้งสองทำงานไม่ครบตามข้อตกลงจะเป็นภาระให้จำเลยต้องหาพนักงานใหม่เพื่อทำการฝึกเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยได้ โจทก์ทั้งสองทำงานกับจำเลยยังไม่ครบสองปีตามข้อตกลง และการลาออกของโจทก์ทั้งสองปฏิบัติไม่ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับและประกาศของจำเลยจำเลยไม่ต้องคืนเงินประกันให้โจทก์ทั้งสอง ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลาง พิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ทั้งสองคนละ 3,500 บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "

จำเลยอุทธรณ์ว่าโจทก์ทั้งสองสมัครทำงานกับจำเลยโดยมีเงื่อนไขและข้อตกลงว่า"พนักงานใหม่จะต้องมีบุคคลค้ำประกันและต้องวางเงินค้ำประกันการทำงานเป็นเงินสดเป็นจำนวนเท่ากับเงินเดือนเดือนแรกที่ได้รับจากบริษัทและบริษัทจะคืนเงินจำนวนนี้เมื่อพนักงานลาออกและได้ทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี โดยบอกกล่าวการลาออกและได้อนุมัติตามเงื่อนไขข้อบังคับของบริษัท" ซึ่งปรากฏหลักฐานตามใบสมัครงานของโจทก์ทั้งสอง (เอกสารหมาย ล.1, ล.3) ข้อตกลงหรือเงื่อนไขดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลย และตามข้อบังคับของบริษัท (เอกสารหมาย ล.5) ข้อ 13วรรคสอง กำหนดว่า "บริษัทสงวนสิทธิที่จะไม่คืนเงินค้ำประกันการทำงาน

ถ้าพนักงานผู้นั้นลาออกโดยไม่แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย1 เดือน และทำงานอยู่กับบริษัทน้อยกว่าสองปี" เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองทำงานกับจำเลยไม่ครบสองปี และมิได้บอกกล่าวการลาออกให้จำเลยทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน โจทก์ทั้งสองจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาจ้าง และผิดข้อตกลงแห่งสภาพการจ้าง จำเลยจึงไม่ต้องคืนเงินค้ำประกันให้โจทก์ทั้งสอง ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าข้อตกลงและเงื่อนไขระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลยซึ่งปรากฏหลักฐานตามใบสมัครงานของโจทก์ทั้งสอง ตามเอกสารหมายล.1, ล.3 และข้อบังคับของจำเลยตามเอกสารหมาย ล.5 ที่ให้โจทก์ทั้งสองวางเงินประกันการทำงานไว้ต่อจำเลยและกำหนดเงื่อนไขในการที่โจทก์ทั้งสองจะได้เงินดังกล่าวคืนเมื่อลาออกจากงานว่าโจทก์ทั้งสองได้ทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี โดยแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือนนั้น เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลย

เงินประกันที่โจทก์ทั้งสองวางไว้ต่อจำเลยนั้นเป็นเงินประกันความเสียหายเนื่องจากการที่โจทก์ทั้งสองทำงานไม่ครบกำหนดสองปีตามข้อตกลง และมิได้บอกกล่าวการลาออกล่วงหน้าตามเงื่อนไขข้อบังคับของจำเลย มิใช่เป็นเงินประกันค่าเสียหายเนื่องจากการทำงานของโจทก์ทั้งสองขณะที่โจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างของจำเลย แต่เงินดังกล่าวถือได้ว่าเป็นเบี้ยปรับในกรณีผิดข้อตกลงหรือผิดสัญญาเป็นการกำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้า เมื่อโจทก์ทั้งสองทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยไม่ถึงสองปีและได้ลาออกโดยมิได้แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อยกว่า 1 เดือน อันเป็นการผิดข้อตกลงและเงื่อนไขเกี่ยวกับสัญญาจ้างแรงงาน จำเลยย่อมได้รับความเสียหายแล้ว และกรณีไม่มีข้อโต้แย้งว่าเป็นจำนวนค่าเสียหายที่สูงเกินส่วน จำเลยจึงมีสิทธิริบเงินประกันได้ทั้งหมด"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · จำนง นิยมวิภาต
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 19982)

สัญญาจ้างแรงงานกำหนดให้โจทก์วางเงินประกันการทำงานไว้ต่อจำเลยผู้เป็นนายจ้างและกำหนดเงื่อนไขในการที่โจทก์จะได้เงินดังกล่าวคืนเมื่อลาออกจากงานว่า โจทก์ได้ทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีโดยแจ้งล่วงหน้าอย่างน้…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 105414)

สัญญาจ้างแรงงานกำหนดให้โจทก์วางเงินประกันการทำงานไว้ต่อจำเลยผู้เป็นนายจ้างและกำหนดเงื่อนไขในการที่โจทก์จะได้เงินดังกล่าวคืนเมื่อลาออกจากงานว่า โจทก์ได้ทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีโดยแจ้งล่วงหน้าอย่างน้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3679/2530

สัญญาจ้างแรงงานกำหนดว่ากรณีที่ลูกจ้างฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามสัญญา ลูกจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้างริบเงินประกันได้ทันทีโดยให้คำมั่นว่าจะไม่เรียกร้องประการใดจากนายจ้าง จึงเป็นข้อสัญญาซึ่งกำหนดบังคับในลักษณะเป็นเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4836/2567

การที่จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดแรก ต่อมาจำเลยที่ 1 ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนให้แก่โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อโดยไม่ปรากฏว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 มีข้อพิพาทโต้แย้งในส่วนที่เกี่ยวกั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3290/2566

ตามสัญญาเงินกู้ ข้อ 4 ระบุว่า "หากผู้กู้ค้างชำระดอกเบี้ยเกินกว่าหนึ่งปี ผู้กู้ยอมให้นำดอกเบี้ยที่ค้างชำระ มารวมกับเงินต้นเดิมเป็นเงินต้นใหม่ และให้คิดดอกเบี้ยจากเงินต้นใหม่นี้ โดยจะคิดทบไปทุกปี จนกว่า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้