Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2331/2563

พ.ศ. 2563 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยได้รับสำเนาคำฟ้องซึ่งโจทก์ได้แนบสำเนารายงานผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ไปท้ายฟ้องแล้ว และในวันนัดพร้อมจำเลยก็แถลงรับในรายงานกระบวนพิจารณาว่าแพทย์ได้ตรวจร่างกายผู้เสียหายและทำรายงานผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ไว้จริง เมื่อโจทก์แถลงไม่ติดใจนำสืบแพทย์ จำเลยก็มิได้แถลงเป็นอย่างอื่น ถือว่าคู่ความไม่ติดใจซักถามแพทย์ รายงานผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์จึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานของโจทก์ได้ โดยแพทย์ไม่จำต้องมาเบิกความประกอบพยานเอกสารดังกล่าว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 277, 285, 285/1, 295 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 มาตรา 3, 4

จำเลยให้การรับสารภาพข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและข้อหากระทำความรุนแรงในครอบครัว แต่ให้การปฏิเสธข้อหากระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีและเป็นการกระทำแก่ผู้สืบสันดาน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสาม, 285, 295 (เดิม) (ที่ถูก และ 295) พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 มาตรา 4 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีและเป็นการกระทำแก่ผู้สืบสันดานกับความผิดฐานกระทำความรุนแรงในครอบครัวตามฟ้องข้อ 1.1 และความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีและเป็นการกระทำแก่ผู้สืบสันดานกับความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นและความผิดฐานกระทำความรุนแรงในครอบครัวตามฟ้องข้อ 1.2 ถึง 1.5 ในแต่ละข้อเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีและเป็นการกระทำแก่ผู้สืบสันดานในแต่ละกระทงอันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกกระทงละ 20 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและข้อหากระทำความรุนแรงในครอบครัวเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 13 ปี 4 เดือน รวม 5 กระทง เป็นจำคุก 65 ปี 20 เดือน แต่คงจำคุกเพียง 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3)

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาในชั้นนี้ที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีและเป็นการกระทำแก่ผู้สืบสันดานตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 หรือไม่ เห็นว่า พยานโจทก์ทั้งสี่ปากเบิกความได้สอดคล้องต้องกันเป็นอย่างดีโดยไม่มีข้อพิรุธ โดยเฉพาะผู้เสียหายซึ่งขณะเบิกความมีอายุเพียงประมาณ 10 ปี เบิกความถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นขั้นเป็นตอนตามลำดับข้อเท็จจริงเป็นเรื่องที่ตรงไปตรงมาตามที่ตนเองประสบ โดยปราศจากการปรุงแต่งอันเป็นลักษณะตามประสาเด็กที่ไร้เดียงสาโดยแท้ ทำให้เชื่อว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง แม้โจทก์มีผู้เสียหายเบิกความเป็นประจักษ์พยานเพียงปากเดียว แต่คำเบิกความของผู้เสียหายมีรายละเอียดลำดับเรื่องราวเชื่อมโยงกันสมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่มีข้อพิรุธให้ระแวงสงสัยว่าผู้เสียหายจะนึกคิดเสริมแต่งเรื่องราวขึ้นมาปรักปรำจำเลยซึ่งเป็นบิดาให้ต้องรับโทษ และผู้เสียหายได้บอกให้นายแดงผู้ใหญ่บ้านทราบในทันทีหลังเกิดเหตุจนมีการแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลย

คำเบิกความของผู้เสียหายจึงมีเหตุผลและมีน้ำหนักให้รับฟังได้ อีกทั้งพนักงานสอบสวนพยานโจทก์เบิกความรับรองคำให้การของผู้เสียหายในชั้นสอบสวนที่ผู้เสียหายให้การยืนยันว่าจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหาย โดยบันทึกคำให้การดังกล่าวบันทึกไว้ว่าจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายรวม 5 ครั้ง เมื่อประมาณปี 2559 จำนวน 1 ครั้ง ช่วงปลายปี 2559 จำนวน 2 ครั้ง และเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2560 เวลาประมาณ 6 นาฬิกา 1 ครั้ง และเวลาประมาณ 11 นาฬิกา อีก 1 ครั้ง กับได้บันทึกลักษณะการกระทำชำเราผู้เสียหายของจำเลยไว้โดยละเอียด นอกจากนี้พนักงานสอบสวนยังได้บันทึกภาพและเสียงของผู้เสียหา

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชัยเจริญ ดุษฎีพร · วรงค์พร จิระภาค · ชูชีพ ปิณฑะสิริ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายฐิรพัฒน์ เที่ยงกมล
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายจตุรงค์ นาสมใจ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.2478/2562
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9241/2547

จำเลยกับพวกนำธูปซึ่งมีส่วนผสมของสิ่งของบางอย่างที่ทำให้มึนเมาออกมาให้โจทก์ร่วมและ บ. ดม ทำให้โจทก์ร่วมเกิดอาการมึนศีรษะ เป็นเหตุให้อยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้แล้วจำเลยกับพวกอีก 2 คน ได้ลักทรัพย์ของโจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6969/2544

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 132 พนักงานสอบสวนมีอำนาจหน้าที่รวบรวมหลักฐานในคดีความ เมื่อผู้เสียหายอ้างว่า ลายมือชื่อในใบถอนเงินตามเอกสารพิพาทไม่ใช่ลายมือชื่อของตน แต่จำเลยอ้างว่าเป็นลายมือชื่อของผู้เสียหายซึ่งลง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1941/2544

จำเลยที่ 1 ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้จำเลยที่ 2 ได้รับอันตรายแก่กาย และรถทั้งสองคันเสียหาย จำเลยที่ 2 ศีรษะแตกยาว 3 เซนติเมตร รวม 4 แผล กับกระดูกเข่าซ้ายแตกใช้เวลารักษาหายภายใน 1 เดือนเป็นอย่างน้อย จำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2234/2538

แม้โจทก์จะมิได้นำผู้ตรวจพิสูจน์ของกลางมาเบิกความประกอบรายงานการตรวจพิสูจน์ของกลางเอกสารหมายจ.2ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา243วรรคสองแต่โจทก์ก็ยังมีพนักงานสอบสวนมาเบิกความยืนยันว่าได้ส่งของก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 913/2538

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 277วรรคสาม มีอัตราโทษจำคุกตลอดชีวิต แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพ ศาลก็ยังต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริง ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 176 วรรคแรก ข้อเท็จจริ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้