Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2339/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัย สิทธิของโจทก์จึงต้องถูกจำกัดไม่เกินสิทธิทั้งหลายบรรดาที่ผู้เอาประกันภัยมีอยู่โดยมูลหนี้ เมื่อผู้เอาประกันภัยรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนในการกระทำละเมิดตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2523 แล้ว โจทก์มาฟ้องให้จำเลยรับผิดในมูลละเมิดเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2524 เกินกำหนด 1 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความ.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80-0004บุรีรัมย์ ด้วยความประมาทเลี้ยวขวาตัดหน้ารถที่โจทก์รับประกันภัยไว้ เป็นเหตุให้รถที่โจทก์รับประกันภัยไว้ได้รับความเสียหาย โจทก์นำรถที่รับประกันภัยไว้ไปซ่อมเสียค่าซ่อม 135,000 บาท เสียค่าจ้างลากรถไปอู่ซ่อม 750 บาท โจทก์ได้ชำระเงินแทนผู้เอาประกันภัยไปเรียบร้อยแล้ว จำเลยที่ 2 ในฐานะนายจ้าง และจำเลยที่ 3 ในฐานะผู้รับประกันภัยจะต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 135,750 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2523 ถึงวันฟ้องเป็นเงิน 9,332 บาท รวมเป็นเงิน 145,082 บาท พนักงานของโจทก์ได้รายงานให้กรรมการ ผู้อำนวนการของโจทก์ทราบเมื่อวันที่ 13พฤศจิกายน 2523 ขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 145,082 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งปี

นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 และ 3 ให้การทำนองเดียวกันว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ 1 มิใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 เหตุรถชนกันเพราะความประมาทเลินเล่อของคนขับรถที่โจทก์รับประกันภัยไว้จำเลยที่ 2 และ 3 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ โจทก์เรียกค่าเสียหายสูงเกินไป และโจทก์ฟ้องคดีเกิน 1 ปี นับแต่วันละเมิด ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์135,750 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่28 พฤศจิกายน 2523 จนกว่าจะชำระเสร็จ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2และที่ 3โจทก์อุทธรณืศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 90,750 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2523 จนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้นายสมพร ชำนินา เจ้าของรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน70-0020 สุโขทัย ที่เอาประกันภัยไว้กับโจทก์เบิกความเป็นพยานโจทก์ว่า "ในชั้นสอบสวนข้าฯ และเจ้าของรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวได้ตกลงกันว่าให้บริษัทผู้รับประกันภัยทั้งสองฝ่ายว่ากล่าวกันเองปรากฏตามสำเนาประจำวันเอกสารหมาย ป.ล.5" ตามบันทึกรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย ป.ล. 5 ซึ่งตรงกับเอกสารหมายป.จ.2 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2523 นายคมสันต์ เรืองชวโรจน์พนักงานตรวจสอบอุบัติเหตุรถยนต์ของโจทก์เบิกความเป็นพยานโจทก์ว่า "ในวันที่ 14 สิงหาคม 2523 ข้าฯ ทราบจากพนักงานสอบสวนว่าเจ้าของรถคันหมายเลขทะเบียนบุรีรัมย์ได้นำทะเบียนรถมาแสดงต่อพนักงานสอบสวน" ตามหนังสือแสดงการจดทะเบียนเอกสารหมาย

ป.จ.1ในช่วงวันดังกล่าว ระบุชื่อผู้ประกอบการขนส่ง คือนายสมบัติสาครไทย จำเลยที่ 2 ซึ่งคำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสองปากดังกล่าวก็ได้ข้อเท็จจริงตรงกับคำเบิกความของจำเลยที่ 2 และนายสมชัย บุญทองที่ว่า หลังจากเกิดเหตุแล้วรถยนต์ถูกยึดไว้จำเลยที่ 2 ไปติดต่อกับพนักงานสอบสวนตามข้อเท็จจริงจากคำพยานและเอกสารดังกล่าว เชื่อได้ว่านายชำนิ เจ้าของรถที่เอาประกันภัยไว้กับโจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายได้รู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนในการทำละเมิดในคดีนี้ว่าใคร ตั้งแต่วันที่14 สิงหาคม 2523 แล้ว ดังนั้นแม้จะเป็นกรณีที่ผู้เสียหายฟ้องคดีเองยังต้องฟ้องภายในกำหนด 1 ปี นับแต่วันดังกล่าวตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 กรณีของโจทก์ที่ฟ้องคดีนี้เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องคดีโดยเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยและของผู้รับประโยชน์ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 880แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

สิทธิของโจทก์จึงต้องถูกจำกัดไม่เกินสิทธิทั้งหลายบรรดาที่นายสมพรผู้เอาประกันมีอยู่โดยมูลหนี้ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 226 โจทก์มาฟ้องจำเลยที่ 2 ให้รับผิดในมูลละเมิดเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม2524 เกินกำหนด 1 ปี นับแต่นายสมพรผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน คดีของโจทก์จึงขาดอายุความปัญหาตามฎีกาและคำแก้ฎีกาในเรื่องอายุความที่ว่า พนักงานของโจทก์รู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อใด และจะต้องนับแต่วันที่พนักงานของโจทก์รู้หรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์รู้ถึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย และไม่เป็นประโยชน์แก่คดี เมื่อจำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันไม่ต้องรับผิดในผลแห่งละเมิด

เนื่องจากคดีของโจทก์ขาดอายุความเรียกร้องจากจำเลยที่ 2 แล้ว จำเลยที่ 3ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยก็ไม่ต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 887 คดีจึงไม่จำเป็นที่จะต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ในปัญหาอื่นอีก ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 รับผิดต่อโจทก์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ที่ 3ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยที่ 2 ที่ 3 ในชั้นอุทธรณ์และฎีกา โดยกำหนดค่าทนายความรวม 3,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ค่าทนายความในศาลชั้นต้นคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม เฟื่องฟุ้ง · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11027/2558

ป.พ.พ. มาตรา 448 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดนั้นขาดอายุความเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือเมื่อพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4966/2558

โจทก์ฟ้องโดยเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยที่มีต่อจำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกตาม ป.พ.พ. มาตรา 880 วรรคหนึ่ง สิทธิเรียกร้องของโจทก์ผู้รับประกันภัยจึงมีเท่ากับสิทธิเรียกร้องของผู้เอาประกันภัยที่มีอยู่โ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10930/2554

คำแก้อุทธรณ์เป็นคำคู่ความ คู่ความย่อมตั้งประเด็นในคำแก้อุทธรณ์ขอให้ศาลชั้นอุทธรณ์หยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 1 (5), 237 และ 240 ดังนั้น แม้จำเลยที่ 2 มิได้อุทธรณ์เพราะศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1818/2541

ประเด็นในคดีอาญาและคดีนี้เป็นประเด็นเดียวกันว่าจำเลยกระทำโดยประมาทเลินเล่อหรือไม่ กรณีจึงเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา เมื่อโจทก์ที่ 1 เป็นผู้รับช่วงสิทธิของโจทก์ที่ 2 ซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยมาฟ้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6246/2540

โจทก์ฟ้องโดยเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยที่มีต่อจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ตาม ป.พ.พ.มาตรา 880 วรรคหนึ่ง สิทธิของโจทก์ผู้รับประกันภัยจึงมีเท่ากับสิทธิของผู้เอาประกันที่มีอยู่โดยมูลหนี้ต่อจำ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้