Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 234/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้โจทก์จะได้ใช้คำว่า SHERATON มาเป็นเวลาช้านาน และเป็นคำสำคัญในชื่อโรงแรมของโจทก์ ได้จดทะเบียนไว้แล้ว ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่โจทก์ประกอบธุรกิจเฉพาะโรงแรม ส่วนจำเลยทำการค้าเพชร พลอย เครื่องประดับ ฯลฯ อันเป็นธุรกิจที่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กัน ไม่อาจที่จะเห็นได้ว่ามีการซับซ้อนอย่างแท้จริงได้ สำหรับกิจการของโรงแรมโจทก์กับกิจการของห้างจำเลย หรือชื่อของห้างจำเลยนั้นจะทำให้เกิดความสับสน หรือความเข้าใจผิดขึ้นระหว่างชนทั่วไปแก่โรงแรมโจทก์ อันจะก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นแก่กิจการของโจทก์ก็หาไม่ การที่โจทก์ใช้คำว่า SHERATON ประทับไว้ในบรรดาสิ่งของเครื่องใช้ของโรงแรมโจทก์ และพิมพ์บนกระดาษเขียนจดหมาย ภาพถ่าย กลักไม้ขีด และอื่น ๆ เป็นเพียงมุ่งหวังโฆษณาชี้ชวนในกิจการโรงแรมของโจทก์เป็นประการสำคัญ หาทำให้โจทก์มีสิทธิที่จะขอให้ห้ามจำเลยตามฟ้องไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จดทะเบียนเป็นบริษัทในประเทศสหรัฐอเมริกา จำเลยจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดในประเทศไทย โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้ประดิษฐ์คำว่า เชอราตัน (SHERATON) ใช้ในการขานชื่อบริษัทโจทก์ ทำธุรกิจโรงแรม และใช้เป็นเครื่องหมายการค้ากำกับสินค้าของโจทก์ ผลิตขึ้นมากว่า ๒๐ ปีแล้ว เป็นคำบ่งเฉพาะแปลไม่ได้ โจทก์ใช้คำดังกล่าวเป็นที่นิยมรู้จักในหลายประเทศ ได้จดทะเบียนเป็นชื่อในการประกอบการค้า และได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ประเทศสหรัฐอเมริกามาประมาณ ๑๕ ปี สำหรับประเทศไทยโจทก์ได้เข้ามาดำเนินกิจการโรงแรมเชอราตัน บางกอก โฮเต็ล ได้ใช้เครื่องหมายการค้าที่โจทก์ทำขึ้นในเอกสารและภาชนะต่าง ๆ เป็นที่รู้จักอยู่ในความนิยมของประชาชน และโจทก์กำลังยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า

เชอราตัน ในประเทศไทยอยู่ จำเลยได้อาศัยความนิยมของประชาชนในชื่อเสียงของโจทก์ ใช้คำว่าเชอราตัน เป็นชื่อห้างหุ้นส่วนของจำเลย และใช้เครื่องหมายการค้าเชอราตันกำกับในสินค้าของจำเลยและในเอกสารต่าง ๆ โดยจำเลยทราบมาก่อนแล้วว่าโจทก์เป็นเจ้าของชื่อนี้ และใช้เครื่องหมายการค้านี้มาก่อนเป็นเวลานาน ซึ่งทำให้ประชาชนหลงเข้าใจผิดว่าห้างหุ้นส่วนจำเลยเป็นส่วนหนึ่งของกิจการของโจทก์ และสินค้าที่จำเลยผลิตเป็นสินค้าที่โจทก์ผลิตหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยระงับการกระทำดังกล่าว จำเลยก็เพิกเฉย จึงขอให้ศาลพิพากษาห้ามจำเลยใช้คำว่า เชอราตัน (SHERATON) เป็นชื่อห้างหุ้นส่วนจำเลย ให้จำเลยยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงไม่ใช้ชื่อนี้ต่อนายทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทกลาง และห้ามไม่ให้จำเลยใช้เครื่องหมายการค้าเชอราตัน (SHERATON) กำกับสินค้าของจำเลยต่อไป

จำเลยให้การว่า คำว่า เชอราตัน โจทก์ไม่ได้ประดิษฐ์และไม่ใช่เจ้าของ โจทก์ไม่เคยใช้คำดังกล่าวเป็นเครื่องหมายการค้า โจทก์จะใช้เป็นชื่อในการทำธุรกิจโรงแรงหรือไม่ จำเลยไม่รับรอง หากมีก็เพียงใช้เป็นส่วนหนึ่งของชื่อบริษัทโจทก์ ซึ่งไม่ก่อให้เกิดสิทธิใด ๆ แก่โจทก์ จำเลยใช้ชื่อห้างของจำเลยโดยสุจริต ไม่เคยใช้คำว่า เชอราตันเป็นเครื่องหมายการค้า กิจการธุรกิจโรงแรมของโจทก์ชื่อ เชอราตันบางกอกโฮเต็ล แตกต่างกับชื่อที่จำเลยใช้ กิจการของโจทก์กับจำเลยก็ต่างกัน ไม่ทำให้ประชนชนหลงผิด กับตัดฟ้องว่า โจทก์ยังมิได้จดทะเบียนคำว่า เชอราตัน เป็นเครื่องหมายการค้าตามกฎหมายไทย จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย การกระทำของจำเลยไม่เป็นการละเมิด ไม่ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การที่ห้างจำเลยใช้คำว่า เชอราตัน (SHERATON) พ้องกับชื่อบริษัทและโรงแรมของโจทก์ ไม่ใช่ลักษณะที่จะเกิดความเสียหายหรือเสื่อมเสียประโยชน์แก่โจทก์ประการใด โจทก์ไม่อาจห้ามได้ พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ปัญหาที่จะวินิจฉัยมีว่า โจทก์จะมีอำนาจฟ้องขอให้สั่งห้ามมิให้จำเลยใช้คำว่า "เชอราตัน" "SHERATON" หรือไม่ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว คำว่า "SHERATON" มิใช่เป็นชื่อเฉพาะที่โจทก์ประดิษฐ์คิดขึ้น เมื่อโจทก์ไปยื่นคำขอจดทะเบียนการค้า โจทก์แจ้งว่า "เชอราตัน" แปลไม่ได้ เป็นชื่อในภูมิศาสตร์และนามสกุลจำเลยนำสืบว่า "SHERATON" เป็นชื่อสกุลของช่างทำและออกแบบเครื่องเฟอร์นิเจอร์ชาวอังกฤษคนหนึ่ง ดังนี้สาธารณชนทั้งจำเลยจึงชอบที่จะใช้คำนี้ได้ จริงอยู่ แม้โจทก์จะได้ใช้คำว่า SHERATON มาเป็นเวลาช้านาน และเป็นคำสำคัญในชื่อโรงแรมของโจทก์ ได้จดทะเบียนไว้แล้ว ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่โจทก์ประกอบธุรกิจเฉพาะในด้านโรงแรม

ส่วนจำเลยทำการค้าสินค้าเพชร พลอย เครื่องประดับ เครื่องแกะสลัก ผ้าไหม และเครื่องเงิน เครื่องลงหิน เป็นธุรกิจที่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กัน ไม่อาจที่จะเห็นได้ว่ามีการซับซ้อนอย่างแท้จริงได้ สำหรับกิจการของโรงแรมโจทก์กับกิจการของห้างจำเลยหรือชื่อของห้างจำเลยนั้น จะทำให้เกิดความสับสนหรือความเข้าใจผิดขึ้นระหว่างชนทั่วไปแก่โรงแรมโจทก์ อันจะก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นแก่กิจการของโจทก์ก็หาไม่ โจทก์จะกล่าวอ้างว่าเป็นการกระทบกระเทือนแก่ธุรกิจโรงแรมของโจทก์ย่อมฟังไม่ได้ การที่โจทก์ใช้คำว่า "SHERATON" ประทับไว้ในบรรดาสิ่งของเครื่องใช้ของโรงแรมโจทก์ และพิมพ์บนกระดาษเขียนจดหมาย ภาพถ่าย กลักไม้ขีดไฟ และอื่น ๆ เป็นเพียงมุ่งหวังโฆษณาชี้ชวนในกิจการโรงแรมของโจทก์เป็นประการสำคัญ หาทำให้โจทก์มีสิทธิที่จะขอให้ห้ามจำเลยตามฟ้องไม่ ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบด้วยรูปคดีแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัย รชตะนันทน์ · ชุ่ม สุนทรธัย · อุดม ทันด่วน
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายวัฒน์ ผดุงจิตร
ศาลอุทธรณ์ - นายสุจริต ถาวรสุข
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2845/2556

การฟ้องคดีต่อศาลตามปกติย่อมเป็นการกระทำโดยชอบ เพราะเป็นการที่จำเลยใช้สิทธิของตนทางศาลอันเป็นสิ่งที่กฎหมายอนุญาต การใช้สิทธิเช่นนี้ไม่เป็นการผิดกฎหมายเว้นแต่จะปรากฏว่าจำเลยกระทำโดยไม่สุจริต การที่โจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2573/2554

แม้ผู้จัดสรรที่ดินได้แสดงออกโดยปริยายว่า จะจัดให้มีถนนในโครงการที่ดินที่จัดสรรตามแผนผังโครงการ ซึ่งถือเป็นสาธารณูปโภคและตกอยู่ในภาระจำยอม ซึ่งผู้จัดสรรที่ดินมีหน้าที่ต้องบำรุงรักษาให้คงสภาพดังเช่นที่ไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9513/2554

คดีนี้มีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า จำเลยละเมิดสิทธิในชื่อทางการค้าคำว่า สยาม เซพตี้ หรือ SIAM SAFETY ของโจทก์หรือไม่ ส่วนคดีหมายเลขแดงที่ ทป. 79/2547 มีประเด็นวินิจฉัยว่า จำเลยกับพวกละเมิดสิทธิบัตรของโจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8956/2554

จำเลยที่ 2 เป็นสมาชิกผู้จำหน่ายของโจทก์ ซื้อสินค้าจากโจทก์ในราคาสมาชิกแล้วจำหน่ายสินค้าให้แก่ จำเลยที่ 1 ซึ่งนำสินค้าเหล่านี้จำหน่ายต่อในราคาที่ต่ำกว่าที่ระบุไว้ที่บรรจุภัณฑ์ อันเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6702/2553

จำเลยรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธินำประเด็นที่ถึงที่สุดในคดีแรกมาฟ้องโจทก์ การที่จำเลยรู้อยู่แล้วยังนำคดีมาฟ้องโจทก์ในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันนั้นอีก เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตจงใจทำ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้