Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2343/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อสัญญาจะซื้อขายที่ดินตกเป็นโมฆะ ผู้จะขายก็ต้องคืนเงินที่รับไว้แก่ผู้จะซื้อฐานเป็นลาภมิควรได้ โดยผู้จะขายต้องเสียดอกเบี้ยนับแต่เวลาที่ผู้จะซื้อเรียกคืน การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยมากไปกว่าที่จำเลยต้องรับผิดตามกฎหมาย เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลอุทธรณ์ยกขึ้นวินิจฉัยให้ถูกต้องตามกฎหมายได้.โจทก์ฟ้องว่า บ. ทำสัญญาจะขายที่ดินแปลงหนึ่งแก่โจทก์และรับเงินไปจากโจทก์แล้ว 4 ครั้ง เป็นเงินรวม 130,000 บาท ต่อมาบ. บอกเลิกสัญญา แต่โจทก์ไม่ยินยอม บ. ให้สหกรณ์การเช่าซื้อที่ดินธัญบุรีจำกัด โอนที่พิพาทให้จำเลยที่ 2 เมื่อ บ. ตาย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์จึงฟ้องจำเลยซึ่งเป็นทายาทของ บ. ให้ชำระเงินมัดจำพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่รับเงินไปจนกว่าจะชำระเสร็จและให้ชดใช้ค่าเสียหายจากการขาดกำไร 450,000 บาท หรือให้เพิกถอนนิติกรรมที่นายบำรุงเช่าซื้อที่ดินพิพาทจากสหกรณ์ซึ่งได้โอนไปเป็นชื่อของจำเลยที่ 2 เสีย และให้จดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์ทั้งสองแทนจำเลยให้การต่อสู้หลายประเด็น และในระหว่างพิจารณาคู่ความตกลงสละประเด็นข้อพิพาทอื่น ๆ คงเหลือประเด็นข้อพิพาทว่าโจทก์ชอบที่จะคิดดอกเบี้ยในเงินมัดจำได้ตั้งแต่เมื่อใด และโจทก์ชอบที่จะคิดค่าเสียหายได้หรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินมัดจำพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่รับเงินแต่ละจำนวนไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้คิดดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จโจกท์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่านายบำรุงสามีของจำเลยที่ 1 และบิดาของจำเลยที่ 2 เป็นสมาชิกสหกรณ์การเช่าซื้อที่ดินธัญบุรี จำกัด สหกรณ์ดังกล่าวให้นายบำรุงครอบครองทีดินพิพาทเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2516 นายบำรุงได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทกับโจทก์ ตามหนังสือสัญญาจะซื้อขายหรือสัญญาวางมัดจำเอกสารหมาย จ.1 โดยมีการวางมัดจำ 25,000 บาท ตกลงจะโอนกรรมสิทธิ์กันในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2517 วันที่ 5 พฤศจิกายน 2516 โจทก์ทังสองได้ชำระเงินให้นายบำรุง 75,000 บาท วันที่ 12 กุมภาพันธ์2517 ชำระเงิน 20,000 บาท และวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2522 ชำระเงินอีก 10,000 บาท รวมเป็นเงินที่โจทก์ทั้งสองชำระให้นายบำรุงไปแล้วทั้งสิ้น 130,000 บาท สัญญาเอกสารหมาย จ.1 ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ต้องห้าาชัดแจ้งโดยกฎหมายตกเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 113 วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2526 นายบำรุงได้มอบให้ทนายความมีหนังสือบอกเลิกสัญญาไปยังโจทก์ทั้งสองตามเอกสารหมาย จ.4 ต่อมานายบำรุงตาย

โจทก์ทั้งสองจึงฟ้องคดีนี้ คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองแต่เพียงว่าจำเลยทั้งสองจะต้องชำระดอกเบี้ยให้โจทก์ทั้งสองในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของจำนวนเงินที่โจทก์ทั้งสองได้ชำระให้นายบำรุงนับตั้งแต่วันที่นายบำรุงได้รับเงินแต่ละจำนวนไว้เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเงินให้โจทก์ทั้งสองเสร็จสิ้นดังคำพิพากษาของศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า เมื่อสัญญาจะซื้อขายที่ดินตามเอกสารหมาย จ.1 ตกเป็นโมฆะแล้ว เงินที่นายบำรุงได้รับไว้จากโจทก์ทั้งสองที่ชำระเป็นค่าที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายดังกล่าวก็ต้องคืนให้โจทก์ทั้งสองฐานเป็นลาภมิควรได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 412 และเมื่อโจทก์ทั้งสองเรียกคืนแล้วนายบำรุงหรือจำเลยทั้งสองไม่ยอมคืน

ก็ต้องถือว่านายบำรุงหรือจำเลยทั้งสองตกอยู่ในฐานะทุจริตจำเดิมแต่เวลาที่โจทก์ทั้งสองเรียกคืนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 415 ซึ่งแปลได้ว่านายบำรุงหรือจำเลยทั้งสองตกเป็นผู้ผิดนัดจะต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ทั้งสองนับตั้งแต่เวลานั้นเป็นต้นไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 203 วรรคแรก และมาตรา 204วรรคแรก ประกอบกับมาตรา 224 วรรคแรก เมื่อไม่ปรากฏว่าก่อนฟ้องโจทก์ทั้งสองได้เรียกร้องให้นายบำรุงหรือจำเลยทั้งสองคืนเงินให้จึงต้องถือว่าโจทก์ทั้งสองเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองคืนเงินนับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไป

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ทั้งสองฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ดอกเบี้ยของเงินมัดจำ นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้อง อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง นั้น เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระดอกเบี้ยมากไปกว่าที่จำเลยทั้งสองต้องรับผิดตามกฎหมาย เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลอุทธรณ์ยกขึ้นวินิจฉัยให้ถูกต้องตามกฎหมายได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เคียง บุญเพิ่ม · พินิจ ฉิมพาลี · มีพาศน์ โปตระนันทน์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10651/2553

โจทก์ทั้งสองตกลงซื้อที่ดินกับ ส. ซึ่งมีชื่อเป็นเจ้าของที่ดิน และเมื่อไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ก็ไม่ปรากฏว่า มีการแจ้งอายัดที่ดินดังกล่าวไว้ แม้จะมีพิรุธที่มีการจดทะเบียนการโอนจาก ส. ไปยัง ณ. ก่อน แล้วจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5643/2540

คำว่า "ศาล" ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 24 หมายถึงศาลที่มีคำสั่งหรือความเห็นชอบในการกระทำใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของลูกหนี้เฉพาะในกรณีที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 24…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4765/2567

โจทก์ประกอบธุรกิจในการซื้อขายทรัพย์สิน ที่ดินของจำเลยทั้งห้าอยู่ในเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยสภาพของทำเลที่ตั้งเห็นได้ว่าเป็นที่ดินที่มีราคาสูง ซึ่งจำเลยทั้งห้าย่อมทราบดี เชื่อว่าโจทก์และจำเลยทั้งห้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9484/2554

สินค้าข้าวสาลีขาวพิพาทที่บรรทุกในระวางเรือหมายเลข 5 มีเพียงสินค้าของบริษัท บ. กับของจำเลย โดยมีแผ่นพลาสติกทอปูกั้นสินค้าของแต่ละฝ่ายไว้ สินค้าของบริษัท บ. อยู่ด้านบน ส่วนสินค้าของจำเลยอยู่ด้านล่าง ตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4941/2539

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยทำสัญญาซื้อขายที่พิพาทระหว่างที่พิพาทยังอยู่ในระยะเวลาห้ามโอนตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 มาตรา 12 โจทก์จะอ้างว่าไม่รู้ว่ามีบทกฎหมายดังกล่าวหาได้ไม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้