Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2347/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้จำเลยไม่ส่งสำเนาเอกสารที่อ้างเป็นพยานแก่โจทก์ก่อนวันสืบพยานเป็นการฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 90 แต่ถ้าศาลเห็นว่า เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมทั้งไม่ทำให้โจทก์เสียเปรียบในการต่อสู้คดี ศาลย่อมมีอำนาจใช้ดุลยพินิจรับฟังเอกสารดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87(2) ส่วนภาพถ่ายไม่เป็นพยานเอกสาร จำเลยไม่จำต้องส่งสำเนาให้แก่โจทก์ก่อนวันสืบพยาน โจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้านคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลยเพื่อให้ศาลปฏิเสธไม่ยอมรับคำร้องดังกล่าว ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งรับหรือปฏิเสธไม่ยอมรับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลย คำแถลงดังกล่าวไม่ใช่คำร้องโต้แย้งคำสั่ง เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้รับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลยซึ่งเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เมื่อโจทก์ไม่ได้โต้แย้งคำสั่งนั้นไว้ โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว การที่จำเลยเชื่อโดยสุจริตว่า ที่พิพาทเป็นทางสาธารณะและเมื่อโจทก์มีชื่อใน น.ส.3 ด้วย จำเลยจึงได้มีคำสั่งให้โจทก์ออกจากทางสาธารณประโยชน์และนำประกาศคำสั่งไปปิดประกาศในที่ที่พิพาทและที่อื่น ๆ เพื่อให้โจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากทางสาธารณประโยชน์ จึงไม่เป็นละเมิด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำละเมิดทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยชำระค่าเสียหาย 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า จำเลยกระทำตามหน้าที่ ไม่ได้กระทำละเมิด ขอให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ในปัญหาที่ว่าจำเลยไม่ส่งสำเนาเอกสารให้แก่โจทก์ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ศาลจะรับฟังพยานเอกสารดังกล่าวได้หรือไม่ ได้ความว่า จำเลยไม่ส่งสำเนาเอกสารหมายล.1 ถึง ล.57 และภาพถ่ายหมาย ล.58 ถึง ล.61 ให้แก่โจทก์ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 90 ศาลล่างทั้งสองรับฟังพยานเอกสารดังกล่าว เห็นว่าจำเลยไม่ได้ส่งสำเนาเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.57 ให้โจทก์ก่อนวันสืบพยานโจทก์ เป็นการฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90แต่ถ้าศาลเห็นว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลย่อมมีอำนาจใช้ดุลยพินิจรับฟังเอกสารดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87(2) และคดีนี้ได้ความว่าเอกสารหมาย

ล.1 ถึง ล.57 เป็นเอกสารสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี และโจทก์ก็นำสืบถึงบุคคลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเอกสารดังกล่าวด้วย เอกสารดังกล่าวไม่ทำให้โจทก์เสียเปรียบในการต่อสู้คดีที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจรับฟังเอกสารหมาย ล.1ถึง ล.57 โดยอาศัยบทบัญญัติดังกล่าวชอบแล้ว ส่วนภาพถ่ายไม่เป็นพยานเอกสาร จำเลยไม่จำต้องส่งสำเนาให้แก่โจทก์ก่อนวันสืบพยานฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นในปัญหาที่ว่า คำแถลงคัดค้านคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลย เพื่อให้ศาลปฏิเสธไม่ยอมรับฟังคำร้องดังกล่าวถือว่าเป็นข้อโต้แย้งคำสั่งศาลหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ยื่นคำคัดค้านดังกล่าวต่อศาลก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งรับหรือปฏิเสธไม่ยอมรับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลย จึงเป็นคำคัดค้านคำร้องขอระบุพยานเพิ่มเติม

หาใช่คำร้องโต้แย้งคำสั่งไม่ เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้รับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลย คำสั่งดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เมื่อโจทก์ไม่โต้แย้งคำสั่งดังกล่าวไว้โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(2) ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นในปัญหาที่ว่า จำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ ได้ความจากทางนำสืบของโจทก์และหนังสือสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.2 ว่าเดิมที่พิพาทหนังสือสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.2 ระบุให้เว้นเป็นทางสัญจรซึ่งมีการสัญจรมาก่อนทำหนังสือสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.2แล้วเป็นระยะทางกว้าง 3 เมตร และตาม

น.ส.3 เอกสารหมาย จ.1ซึ่งมีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของร่วมก็ระบุว่า ทางด้านทิศตะวันออกจดตรอกทางเดิน ดังนี้ ผู้ที่พบเห็นเอกสารดังกล่าวย่อมเชื่อว่าที่พิพาทเป็นทางเดิน นอกจากนี้นายทรงศักดิ์เบิกความว่าเมื่อปี พ.ศ. 2509 นายวินิจ ทองเถาว์ ได้ล้อมรั้วที่ดินตามเอกสารหมาย จ.1 เพื่อให้เอกชนเช่า พยานได้ร้องเรียนต่อกรมธนารักษ์ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2512 กรมธนารักษ์ตั้งกรรมการสอบสวนตรวจสอบแล้วเจ้าหน้าที่แจ้งว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของพยานให้พยานเว้นที่ดินดังกล่าว 2 เมตร ทางกรมธนารักษ์จะเว้นที่ราชพัสดุ 1 เมตร เพื่อเป็นทางสาธารณะได้มีการบันทึกเรื่องราวไว้เห็นว่า คำเบิกความของนายทรงศักดิ์เกี่ยวกับการขอให้นายทรงศักดิ์เว้นที่ดินของนายทรงศักดิ์ 2 เมตร และมีบันทึกกันไว้นั้นตรงกับข้อต่อสู้ของจำเลย และจำเลยมีบันทึกข้อตกลงของนายทรงศักดิ์ดังกล่าว ตามบันทึกข้อความเอกสารหมาย

ล.53 และหนังสือกระทรวงการคลังให้ความเห็นชอบกับข้อตกลงดังกล่าวตามเอกสารหมาย ล.54 เป็นพยานเอกสารสนับสนุน ดังนี้จำเลยย่อมเชื่อโดยสุจริตว่า ที่พิพาทเป็นทางสาธารณะ และเมื่อโจทก์มีชื่อใน น.ส.3 เอกสารหมาย จ.1 ด้วย จึงได้มีคำสั่งให้โจทก์ออกจากทางสาธารณประโยชน์ และนำประกาศดังกล่าวไปปิดประกาศในที่ที่พิพาทและที่อื่น ๆ เพื่อให้โจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากทางสาธารณประโยชน์ จึงไม่เป็นละเมิด ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง วรรณกลาง · ประชา บุญวนิช · เธียร ยูงทอง
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5637/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้ ร. เป็นผู้ดำเนินคดีนี้รวมทั้งให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ และ ร. มอบอำนาจช่วงให้ ก. เป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดีแทน ซึ่งตามหนังสือมอบอำนาจ มีข้อความว่า บริษัท น. โดย ร. ผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7314/2537

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่1เป็นพนักงานของโจทก์โดยมีจำเลยที่2และที่3เป็นผู้ค้ำประกันความเสียหายของจำเลยที่1ขณะปฏิบัติหน้าที่จำเลยที่1ปฏิบัติหน้าที่โดยลำพังมิได้รับอนุญาตหรือได้รับมอบหมายจากโจทก์อันเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5197/2533

จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานในวันนัดสืบพยาน ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับแต่เห็นว่าจำเลยมีสิทธิอ้างตนเองเป็นพยาน จึงอนุญาตให้ ส. ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการของจำเลยเข้าเบิกความเป็นพยาน เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมศาลร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3382/2532

การที่จำเลยใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 มีคำสั่งให้เพิกถอนโฉนดที่ดินซึ่งออกทับที่สาธารณประโยชน์นั้น เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมาย เพื่อจุดประสงค์ในการสงวนและรักษาไว้ซึ่งสาธารณสมบัติของแผ่นดิน เพื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4052/2567

แม้จำเลยที่ 2 และโจทก์ทั้งสองต่างไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานอ้างเอกสารเป็นพยาน และส่งเอกสารดังกล่าวต่อศาลกับส่งให้คู่ความอีกฝ่ายซึ่งสำเนาเอกสารนั้นก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 88 วรร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้