คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องคดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำกับฟ้องโจทก์คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 543/2543ซึ่งถึงที่สุดแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นสอบถามข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่ายแถลงรับกันว่าก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยตามสัญญาให้ใช้ใบอนุญาตให้ตั้งบ่อนการพนันและจัดให้มีการพนันประเภทชนไก่และกัดปลา ซึ่งศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าสัญญาดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ขัดต่อกฎหมายตกเป็นโมฆะและคดีถึงที่สุดตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 543/2543 ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นจึงสั่งงดสืบพยานและเห็นว่าฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับฟ้องโจทก์คดีดังกล่าว จึงมีคำสั่งยกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
"ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับฟ้องโจทก์คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 543/2543 ของศาลชั้นต้นหรือไม่ตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นรับฟังมาได้ความว่า จำเลยได้รับอนุญาตให้ตั้งบ่อนและจัดให้มีการเล่นการพนันประเภทชนไก่และกัดปลาตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการเล่นการพนันประเภทชนไก่และกัดปลา พุทธศักราช 2525 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2541 โจทก์จำเลยทำสัญญาให้ใช้ใบอนุญาตให้ตั้งบ่อนและจัดให้มีการเล่นการพนันประเภทชนไก่และกัดปลา เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 1 โดยจำเลยตกลงให้โจทก์ได้ใช้ใบอนุญาตให้ตั้งบ่อน และจัดให้มีการเล่นการพนันประเภทชนไก่และกัดปลาของจำเลยและโจทก์ตกลงจะให้ค่าตอบแทนแก่จำเลยปีละ 100,000 บาท ในวันทำสัญญาจำเลยได้รับเงินมัดจำ 100,000 บาท จากโจทก์ครบถ้วน ต่อมาวันที่ 28 ธันวาคม 2543
โจทก์ฟ้องกล่าวหาจำเลยว่า จำเลยผิดสัญญาโดยไม่ดำเนินการขอย้ายสถานที่ตั้งบ่อนและจัดให้มีการเล่นการพนันประเภทชนไก่และกัดปลาในที่ดินของโจทก์ โจทก์เสียหายเพราะลงทุนสร้างบ่อนไก่และอาคารสถานที่ไว้เพื่อการดังกล่าวเป็นเงิน 1,300,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดีว่าสัญญาที่โจทก์นำมาฟ้องมีวัตถุประสงค์ขัดต่อกฎหมายตกเป็นโมฆะเช่นเดียวกับคดีนี้ ซึ่งศาลชั้นต้นวินิจฉัยในประเด็นข้อพิพาท ข้อ 2 ว่า สัญญาให้ใช้ใบอนุญาตให้ตั้งบ่อนและจัดให้มีการเล่นการพนันประเภทชนไก่และกัดปลาที่โจทก์นำมาฟ้องตกเป็นโมฆะ คดีถึงที่สุดตามสำเนาคำพิพากษาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 543/2543 ของศาลชั้นต้นเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข 1 ดังนั้นที่โจทก์นำสัญญาให้ใช้ใบอนุญาตให้ตั้งบ่อนการพนันและจัดให้มีการเล่นการพนันประเภทชนไก่และกัดปลาที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยเป็นที่สุดแล้วว่าตกเป็นโมฆะมาฟ้องกล่าวหาจำเลยว่าผิดสัญญาและบังคับให้จำเลยคืนเงินมัดจำที่รับไปจากโจทก์เพื่อให้ศาลวินิจฉัยคดีในประเด็นเดียวกันนั้นซ้ำอีก ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้นอนึ่ง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกฟ้องโจทก์โดยไม่ได้สั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมไม่ชอบเพราะคำสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมแม้จะไม่มีคำขอของคู่ความฝ่ายใด ก็เป็นหน้าที่ของศาลจะต้องสั่งลงไว้ในคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 167 วรรคหนึ่ง แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นกล่าวอ้างศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้อง"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน