Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2351/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บ้านพิพาทปลูกอยู่ในที่ดินของวัด โจทก์จำเลยตกลงซื้อขายกันโดยไม่มีเจตนาจะรื้อถอนออกไปจากที่ดิน จึงเป็นการ ซื้อขายบ้านพิพาทอย่างอสังหาริมทรัพย์แม้ในสัญญาซื้อขายบ้านพิพาทข้อ 3 จะระบุว่าคู่สัญญาจะไปทำหนังสือสัญญาและจดทะเบียนการซื้อขายตามกำหนดในข้อ 1แต่ในข้อ 1 ก็ไม่มีข้อความว่าจะไปจดทะเบียนกันที่ไหนเมื่อใด ทั้งขณะทำสัญญาก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์จำเลยมี ข้อตกลงจะไปจดทะเบียนหรือกำหนดวันจดทะเบียนต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ในภายหลัง และหลังจากทำสัญญาแล้วก็ไม่ ปรากฏว่าโจทก์เคยเรียกร้องให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ บ้านพิพาทให้โจทก์ จึงเห็นได้ว่าเจตนาที่แท้จริงของ โจทก์จำเลยประสงค์ให้การซื้อขายบ้านพิพาทเป็นการซื้อขายเสร็จเด็ดขาด จำเลยได้รับชำระราคาค่าบ้านจากโจทก์ครบถ้วน และโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ทันที เมื่อการซื้อขาย ดังกล่าวมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 กรรมสิทธิ์ในบ้านพิพาทยังเป็นของจำเลยจำเลยตกลงซื้อบ้านพิพาทคืนและเช่าบ้านจากโจทก์ ก็โดยเข้าใจว่ากรรมสิทธิ์ในบ้านพิพาทเป็นของโจทก์ แต่เมื่อการซื้อขายบ้านพิพาทเป็นโมฆะและบ้านพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยตลอดมา โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อบ้านที่ปลูกอยู่ในที่ดินของวัดจากจำเลย จำเลยได้สละสิทธิครอบครองมอบให้โจทก์เข้าครอบครองในฐานะเป็นเจ้าของตั้งแต่วันซื้อขาย ต่อมาโจทก์ก็ได้ทำสัญญาให้จำเลยเช่าบ้านดังกล่าวและมีข้อสัญญาว่าโจทก์ยอมให้จำเลยซื้อคืน จำเลยค้างชำระค่าเช่าและไม่ชำระค่าซื้อบ้านภายในกำหนด โจทก์จึงบอกเลิกการเช่า ขอให้บังคับให้จำเลยและบริวารออกไปจากบ้านดังกล่าว ให้ชำระค่าเช่าที่ค้าง และใช้ค่าเสียหายจำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านพิพาท จำเลยไม่เคยสละสิทธิให้โจทก์เข้าครอบครองในฐานะเป็นเจ้าของเพราะการซื้อขายเป็นโมฆะกรรมสิทธิ์ในบ้านพิพาทยังเป็นของจำเลย จำเลยไม่ต้องชำระค่าเช่าแก่โจทก์ การบอกเลิกการเช่ามิชอบด้วยกฎหมาย

โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นแล้วให้จำเลยเป็นฝ่ายนำสืบก่อน ก่อนสืบพยานจำเลยแถลงยอมรับตามเอกสารท้ายฟ้อง และไม่ติดใจสืบพยาน ขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายว่าสัญญาซื้อขายบ้านพิพาทมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะโจทก์ไม่มีสิทธินำบ้านพิพาทให้เช่า และโจทก์บอกเลิกการเช่าโดยมิชอบ ไม่มีอำนาจฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สัญญาซื้อขายบ้านพิพาทเป็นโมฆะ กรรมสิทธิ์ในบ้านพิพาทยังเป็นของจำเลย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า สัญญาซื้อขายบ้านพิพาทไม่ใช่สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด ไม่เป้นโมฆะ จำเลยมอบสิทธิครอบครองให้โจทก์แล้ว โจทก์มีอำนาจนำบ้านให้จำเลยเช่าได้

โจทก์บอกเลิกการเช่าโดยชอบแล้วพิพากษากลับให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากบ้านพิพาท ให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้าง และใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่จะวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยมีว่า สัญญาซื้อขายบ้านพิพาทระหว่างโจทก์จำเลยเป็นโมฆะหรือไม่ เห็นว่าบ้านพิพาทปลูกสร้างอยู่ในที่ดินของวัดคาทอลิคจันทบุรี โจทก์จำเลยตกลงซื้อขายกันโดยไม่มีเจตนาจะรื้อถอนบ้านพิพาทออกไปจากที่ดิน จึงเป็นการซื้อขายบ้านพิพาทอย่างอสังหาริมทรัพย์ ฟ้องโจทก์กล่าวอ้างว่าเมื่อทำหนังสือสัญญาซื้อขายตามเอกสารหมาย จ.3 แล้ว จำเลยสละสิทธิให้โจทก์เข้าครอบครองในฐานะเป็นเจ้าของตั้งแต่วันซื้อขายตลอดมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาโจทก์ตกลงยอมให้จำเลยซื้อบ้านพิพาทคืนได้ดังเอกสารหมาย

จ.4 แสดงว่าจำเลยโอนกรรมสิทธิ์ในบ้านพิพาทให้โจทก์ทันทีที่ซื้อขายกัน การซื้อขายบ้านพิพาทจึงเป็นการซื้อขายเสร็จเด็ดขาด ข้อที่โจทก์แก้ฎีกาว่าเอกสารหมาย จ.3 เป็นเพียงหนังสือสัญญาจะซื้อขายบ้านพิพาทนั้น เห็นว่าแม้ข้อ 3 ในหนังสือสัญญาเอกสารหมาย จ.3 จะระบุว่าคู่สัญญาจะไปทำหนังสือสัญญาและจดทะเบียนรับซื้อรับขายตามกำหนดในข้อ 1 แต่ในข้อ 1 ก็ไม่มีข้อความว่าคู่สัญญาจะไปจดทะเบียนกันที่ไหนเมื่อใด ทั้งขณะทำสัญญาซื้อขายก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์จำเลยมีข้อตกลงจะไปจดทะเบียนหรือกำหนดวันจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในภายหลัง และหลังจากทำหนังสือสัญญาเอกสารหมาย จ.3 แล้วก็ไม่ปรากฏว่า โจทก์เคยเรียกร้องหรือบอกกล่าวหรือฟ้องร้องให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์บ้านพิพาทให้โจทก์แต่อย่างใด

เห็นได้ว่าเจตนาที่แท้จริงของโจทก์จำเลยประสงค์ให้การซื้อขายบ้านพิพาทเป็นการซื้อขายเสร็จเด็ดขาดโดยจำเลยได้รับชำระราคาค่าบ้านจากโจทก์ครบถ้วน และจำเลยโอนกรรมสิทธิ์บ้านพิพาทให้โจทก์ทันที การซื้อขายดังกล่าวมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 กรรมสิทธิ์ในบ้านพิพาทจึงยังเป็นของจำเลยจำเลยฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยตามสัญญาเช่าเห็นว่าจำเลยตกลงซื้อบ้านพิพาทคืนและเช่าบ้านจากโจทก์ตามสัญญาเอกสารหมาย จ.4 ก็โดยเข้าใจว่ากรรมสิทธิ์ในบ้านพิพาทเป็นของโจทก์ แต่เมื่อการซื้อขายบ้านพิพาทตามเอกสารหมาย จ.3 เป็นโมฆะและบ้านพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยเองตลอดมาเช่นนี้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลย และไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นเรื่องค่าเช่าและค่าเสียหายต่อไปพิพากษากลับเป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประมุข สวัสดิ์มงคล · สุนทร วรรณแสง · เสมา รัตนมาลัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 402/2548

หนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินและบ้านระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ เมื่อไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคหนึ่ง แต่บ้านดังกล่าวปลูกสร้างอยู่บนท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 493/2546

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ที่ดินพร้อมตึกแถวพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 แต่โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินและตึกแถวดังกล่าวกับ อ. ในระหว่างอายุสัญญาเช่า จำเลยที่ 1 โอนขายที่ดินและตึกแถวพิพาทให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 โจท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2297/2541

โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมตึกแถวพิพาทได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกินที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่ ท. ต่อมา ท.ในฐานะผู้ทรงสิทธิเก็บกินทำสัญญาให้จำเลยเป็นผู้เช่ามีกำหนดเวลา 30 ปี โดยมีการทำสัญญาเช่าเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3383/2530

โจทก์เช่า แผงตลาดจากบริษัทฐ. อยู่ก่อนที่จำเลยที่ 2 จะซื้อที่ดินที่ตั้งแผงจากบริษัท ฐ. เมื่อจำเลยที่ 2 ซื้อมาแล้วก็ขายฝากให้แก่บริษัท ค. ไปในวันเดียวกัน กรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งก่อสร้างย่อมตก เป็นของผ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3019/2528

บ้านและที่ดินพิพาทเป็นของ ส. ซึ่งได้จดทะเบียนให้โจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกิน โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินย่อมมีอำนาจจัดการทรัพย์สินคือบ้านและที่ดินพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1417 การฟ้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้