Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2353/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์มีบัญชีทั้งหมด 3 เล่ม คือ บัญชีเงินสด บัญชีแยกประเภทและบัญชีรายรับทั่วไป เมื่อเจ้าพนักงานประเมินออกหมายเรียกให้โจทก์นำบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไปเพื่อตรวจสอบ โจทก์คงส่งแต่เพียงบัญชีเงินสด เอกสารใบสำคัญคู่จ่าย สัญญารับเหมาก่อสร้าง สำเนาแบบเสียภาษีการค้าและสำเนาใบเสร็จรับเงิน โดยไม่ยอมส่งบัญชีพร้อมทั้งหลักฐานและเอกสารประกอบการลงบัญชีอย่างอื่นให้เจ้าพนักงานประเมินทำการตรวจสอบไต่สวนซึ่งไม่เพียงพอแก่การตรวจสอบ เจ้าพนักงานประเมินจึงมีอำนาจประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลของโจทก์ในอัตราร้อยละ 5 ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายตามมาตรา 71(1) แห่งประมวลรัษฎากรได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 71

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าเจ้าพนักงานประเมินของจำเลย แจ้งและประเมินเรียกเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีการค้า เบี้ยปรับเงินเพิ่มและภาษีบำรุงเทศบาลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่เดือนมกราคม -ธันวาคม 2522 จากโจทก์โดยแจ้งให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 5 ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ซึ่งเมื่อหักภาษีที่โจทก์ชำระแล้ว โจทก์ต้องชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มอีก 4,890,578.33 บาท โดยอ้างว่าโจทก์มิได้นำบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีให้เจ้าพนักงานประเมินทำการไต่สวน และได้ประเมินเรียกเก็บภาษีการค้าเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และภาษีบำรุงเทศบาลจากรายรับต่าง ๆ ของโจทก์ซึ่งเมื่อหักภาษีที่โจทก์ชำระแล้ว แจ้งให้โจทก์เสียภาษีการค้าเพิ่มเบี้ยปรับเงินเพิ่มและภาษีบำรุงเทศบาลอีก 665,813.26 บาท โดยอ้างว่าโจทก์เสียไว้ไม่ถูกต้อง

คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยแล้วคงให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี 2522 เป็นเงิน 4,886,678.32 บาทและให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์เกี่ยวกับภาษีการค้าซึ่งการประเมินและคำวินิจฉัยดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเอกสารประกอบการลงบัญชีที่โจทก์ส่งมอบแก่จำเลยเพียงพอที่เจ้าพนักงานประเมินจะตรวจสอบได้ และดจทก์ได้เสียภาษีการค้าไว้ถูกต้องและครบถ้วนแล้ว ขอให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ดังกล่าว

จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่ไปพบเจ้าพนักงานตามหมายเรียกทั้งจงใจไม่ส่งบัญชีและเอกสารซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการตรวจสอบภาษีของโจทก์เจ้าพนักงานไม่อาจตรวจสอบภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี 2522 ของโจทก์ได้ จึงประเมินภาษีอากรตามมาตรา 71 (1)แห่งประมวลรัษฎากรและคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ วินิจฉัยให้เรียกเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเงิน 4,886,678.32 บาท โจทก์ยื่นรายรับสำหรับภาษีการค้าขาดไป เจ้าพนักงานจึงประเมินให้โจทก์เสียภาษีการค้าเบี้ยปรับเงินเพิ่มและภาษีบำรุงเทศบาลเป็นเงิน665,813.26 บาท ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าได้ความจาก อ. ซึ่งเป็นพนักงานบัญชีของโจทก์ในขณะนั้นว่าบริษัทโจทก์มีบัญชีทั้งหมด 3 เล่มคือบัญชีเงินสด บัญชีแยกประเภทและบัญชีรายรับทั่วไป แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ของจำเลยหมายเรียกให้โจทก์นำบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชีพร้อมทั้งหลักฐานและเอกสารประกอบการลงบัญชีสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2522 ไปให้ตรวจสอบ อ. ยอมรับว่าโจทก์ไม่สามารถส่งเอกสารให้ตรวจสอบได้อ้างว่าตู้เอกสารของโจทก์ถูกศาลสั่งยึดไว้ ส่วนบัญชีเงินสดปี 2522 โจทก์ว่าได้จัดทำรวมเล่มไว้กับบัญชีปี 2521 แล้วต่อมามีการเตือนให้นำเอกสารตามที่จำเลยต้องการไปส่งอีก อ. ก็คงนำแต่เอกสารใบสำคัญคู่จ่าย สัญญาก่อสร้างที่โจทก์รับเหมาทำสัญญารับเหมาช่วง

สำเนาแบบเสียภาษีการค้าปี 2522 และสำเนาใบเสร็จรับเงินไปมอบแก่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษีของจำเลย แต่ไม่มีเอกสารตามที่จำเลยต้องการมีการขอเลื่อนการส่งเอกสารหลายครั้งหลายคราวจนจำเลยมีหนังสือแจ้งการประเมินไปยังโจทก์ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้แน่ชัดว่าโจทก์ไม่ได้นำบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชีพร้อมทั้งหลักฐานและเอกสารประกอบการลงบัญชีตามที่เจ้าหน้าที่ของจำเลยต้องการตรวจสอบ แม้โจทก์จะได้นำบัญชีเงินสดของปี 2522 มอบให้เจ้าหน้าที่ของจำเลยไว้แล้วก็หาเพียงพอแก่การตรวจสอบไม่ เพราะบัญชีที่โจทก์จัดทำนอกจากบัญชีเงินสด ตลอดจนเอกสารประกอบการลงบัญชีของโจทก์ โจทก์ก็ไม่ได้จัดการส่งให้แก่จำเลยให้เพียงพอแก่การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ดังจำเลยฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์อ้างว่าโจทก์ส่งเพียงบัญชีเงินสดให้จำเลยตรวจสอบย่อมเพียงพอแล้วจึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา และเห็นว่าการที่โจทก์ไม่นำเอาเอกสารหรือหลักฐานอื่นมาให้เจ้าพนักงานของจำเลยทำการตรวจสอบไต่สวนเช่นนี้เจ้าพนักงานของจำเลยย่อมมีอำนาจประเมินภาษีเงินได้บุคคลของโจทก์ในอัตราร้อยละ 5 ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายตามมาตรา 71 (1) แห่งประมวลรัษฎากรได้ การแจ้งการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · สมศักดิ์ จูสวัสดิ์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5519/2561

คดีนี้เจ้าพนักงานประเมินได้ทำการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มและประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลจำเลยที่ 1 แม้ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้นิติบุคคลจะเป็นภาษีอากรประเมิน ซึ่งเมื่อจำเลยที่ 1 ได้รับแจ้งการประเมินแล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9150/2560

บทบัญญัติแห่ง ป.รัษฎากร มิได้ห้ามเจ้าพนักงานประเมินแก้ไขการออกหมายเรียกที่ผิดพลาดให้ถูกต้องได้ เจ้าพนักงานประเมินยกเลิกหมายเรียกฉบับเดิมและออกหมายเรียกฉบับใหม่ เพราะเห็นว่าหมายเรียกฉบับเดิมมีข้อบกพร่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5932/2552

การที่เจ้าพนักงานประเมินจะเลือกใช้อำนาจประเมินตาม มาตรา 71 (1) แห่ง ป.รัษฎากร ต้องเป็นการใช้โดยมีดุลพินิจที่เหมาะสมแก่กรณีและเป็นธรรมด้วย แม้การที่โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลภายหลังจากก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 402/2551

ป.รัษฎากร มาตรา 71 บัญญัติว่า "ในกรณีที่ (1) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใดไม่ยื่นรายการซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการคำนวณภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้หรือมิได้ทำบัญชีหรือทำไม่ครบตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 17 และม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1480/2549

ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่าไม่สามารถแสดงใบกำกับภาษีได้ เนื่องจาก อ. ไม่ยอมส่งมอบบัญชีและเอกสารคืนโจทก์ และโจทก์ไม่สามารถขอใบแทนใบกำกับภาษีจากผู้ออกใบกำกับภาษีได้เพราะโจทก์ไม่ทราบว่ามีใบกำกับภาษีอะไรบ้างนั้น…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้