Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2353/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยกระทำชำเราเด็กหญิงอ.ผู้เสียหายซึ่งอายุยังไม่เกิน13ปีแต่จำเลยไม่เคยสอนในชั้นที่ผู้เสียหายเรียนจำเลยสอนเด็กเล็กทั้งจำเลยมิได้เป็นครูใหญ่ซึ่งโดยหน้าที่แล้วมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบนักเรียนทั้งโรงเรียนหรือเป็นครูเวรหรือได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่ดูแลผู้เสียหายในขณะเกิดเหตุจึงถือไม่ได้ว่าผู้เสียหายเป็นศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแลของจำเลยอันจะเป็นผลให้จำเลยต้องรับโทษหนักขึ้นตามประมวลมาตรา285จำเลยคงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา277วรรคสองเท่านั้น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2534 เวลากลางวันจำเลยซึ่งรับราชการเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนวัดวังยายฉิมกระทำชำเราเด็กหญิงอัมภร ทุยดอย ผู้เสียหาย อายุยังไม่เกิน13 ปี ซึ่งเป็นศิษย์อยู่ในความดูแลของจำเลยจนสำเร็จความใคร่1 ครั้ง โดยผู้เสียหายไม่ยินยอม เหตุเกิดที่ตำบลหินตั้งอำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277, 285จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 จำคุก 6 ปี จำเลยกระทำต่อศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแลต้องระวางโทษหนักขึ้นหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 285เป็นจำคุก 8 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคหนึ่ง

ประกอบมาตรา 285จำคุก 2 ปี และปรับ 10,000 บาท เมื่อคำนึงถึงอายุของจำเลยประกอบจำเลยรับราชการมาจนเกษียณอายุราชการ ในอีกด้านหนึ่งถือว่าจำเลยเคยมีคุณความดีมาก่อน ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องคดีอาญาอื่น และคดีได้ความว่ามีการชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ฝ่ายผู้เสียหายแล้ว โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 3 ปีค่าปรับไม่ชำระให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่าจำเลยเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนวัดวังยายฉิม อำเภอเมืองนครนายกจังหวัดนครนายก ผู้เสียหายเป็นนักเรียนของโรงเรียนวัดวังยายฉิมโจทก์กล่าวฟ้องว่าเหตุคดีนี้เกิดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2534และขณะเกิดเหตุผู้เสียหายมีอายุ 11 ปีเศษ

คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหายเบิกความเป็นพยานว่า ในวันเกิดเหตุเวลา 15.30 นาฬิกา ซึ่งเป็นเวลาเลิกเรียน ขณะผู้เสียหายไปเอารถจักรยานจะขับกลับบ้านจำเลยมาบอกให้ผู้เสียหายไปพบจำเลยที่ห้องพยาบาลเมื่อผู้เสียหายไปตามที่จำเลยสั่ง จำเลยปิดประตูห้องและถอดเสื้อของจำเลยออกแล้วบอกให้ผู้เสียหายถอดกางเกงชั้นในผู้เสียหายไม่ยอมถอดจำเลยจึงจัดการถอดกางเกงชั้นในของผู้เสียหายออกเพียงอย่างเดียวและอุ้มผู้เสียหายไปนอนบนเตียง หลังจากนั้นจำเลยก็ถอดกางเกงขายาวและกางเกงชั้นในของจำเลยออกแต่ยังใส่เสื้อกล้ามอยู่แล้วจำเลยนอนทับผู้เสียหาย หมอแก้มผู้เสียหาย และเอาอวัยวะเพศของจำเลยมาใส่ที่อวัยวะเพศของผู้เสียหายพร้อมกับดันเข้าผู้เสียหายรู้สึกเจ็บ

จำเลยดันเข้าชักออกแล้วมีน้ำไหลออกมาเปื้อนขาผู้เสียหาย ผู้เสียหายและพยานบุคคลของโจทก์ที่เป็นพยานแวดล้อมไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยอันจะทำให้เห็นได้ว่าเบิกความปรักปรำจำเลย พยานแวดล้อมกรณีของโจทก์สอดคล้องกับคำเบิกความของข้อสงสัยผู้เสียหายประกอบด้วยเหตุผลอันสมควรจึงมีน้ำหนักดี เชื่อได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยได้กระทำชำเราผู้เสียหายในวันเวลาเกิดเหตุจริงตามฟ้อง ส่วนจำเลยมีตัวจำเลยมาเบิกความเป็นพยานปฏิเสธความผิดเป็นการเลื่อนลอยไม่มีน้ำหนักที่จะหักล้างพยานโจทก์ได้ แต่ผู้เสียหายเบิกความว่าจำเลยไม่เคยสอนในชั้นที่ผู้เสียหายเรียน จำเลยสอนเด็กเล็กทั้งจำเลยมิได้เป็นครูใหญ่ซึ่งโดยหน้าที่แล้วมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบนักเรียนทั้งโรงเรียน หรือเป็นครูเวรหรือได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่ดูแลผู้เสียหายในขณะเกิดเหตุ ข้อเท็จจริงจึงยังฟังไม่ได้ว่าผู้เสียหายเป็นศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแลของจำเลยอันจะเป็นผลให้จำเลยต้องรับโทษหนักขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 285 จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคสอง แต่โทษของจำเลยที่ศาลชั้นต้นกำหนดนั้นคลาดเคลื่อนไปจากที่กฎหมายบัญญัติไว้และโจทก์มิได้อุทธรณ์ฎีกาขอให้กำหนดโทษให้ถูกต้อง

ศาลฎีกาจึงไม่อาจกำหนดโทษเสียใหม่ให้ถูกต้องเพราะจะเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212 ประกอบด้วยมาตรา 225พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคสอง ให้จำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 6 ปี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · อากาศ บำรุงชีพ · มหินทร์ สุรดินทร์กูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 715/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบมาตรา 285 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ลดโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4391/2565

จำเลยเป็นบิดาเลี้ยงของผู้เสียหายบังคับกระทำชำเราผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีและมิใช่ภริยาของจำเลย โดยข่มขู่ผู้เสียหายว่าห้ามนำเรื่องไปบอกใคร มิฉะนั้นจะให้อมอวัยวะเพศของจำเลยตลอดชีวิต พ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2563 (เลขอ้างอิง 704639)

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคแรก (เดิม) ประกอบมาตรา 285 ให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 285 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7477/2562

แม้จำเลยเป็นเพียงครูอัตราจ้าง แต่ก็มีฐานะเป็นครูมีหน้าที่อบรมและสอนนักเรียน จำเลยสอนวิชาการงานอาชีพนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 และสอนโจทก์ร่วมที่ 1 ซึ่งเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นอกจากนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11974/2556

จำเลยเป็นครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แต่ผู้อำนวยการโรงเรียนได้มอบหมายให้จำเลยทำการสอนวิชาคอมพิวเตอร์ ภาษาไทย ศิลปะ และการงานอาชีพหรือเกษตรกรรมในชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ผู้เสียหายเรียนอยู่ด้วย จำเลย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้