Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 236/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ซื้อที่ดินซึ่งมีโฉนดตราจองจากผู้รับจำนอง โดยทำหนังสือกันเอง และรู้ก่อนซื้อว่าที่ดินนั้นเป็นของใคร ได้ชื่อว่าซื้อโดยรู้ว่าผู้ขายไม่มีอำนาจขาย และถือว่ารับโอนการครอบครองที่ดินโดยอาศัยสิทธิผู้จำนองผู้เป็นเจ้าของที่ดินนั้น หาใช่ได้รับโอนการครอบครองเพื่อตนเองไม่ฉะนั้น ถึงผู้ซื้อจะครอบครองที่ดินมาเกินสิบปี ก็หาอาจยกอายุความครอบครองปรปักษ์ยันกับทายาทผู้จำนองได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ที่นาพิพาท 26 ไร่ เดิมเป็นของนายวันบิดาจำเลยซึ่งได้จำนองสหกรณ์ห้วยขมิ้นไว้ แล้วนายวันได้อพยพไปอยู่ที่อื่นโดยไม่ใช้หนี้สหกรณ์ ๆ จึงได้ยึดที่พิพาทไว้และขายให้โจทก์โดยทำหนังสือซื้อขายกันเอง โจทก์ได้ครอบครองที่พิพาทมาเป็นเวลา 10 ปีเศษได้กรรมสิทธิ์ตามมาตรา 1382 ต่อมาจำเลยไปยื่นเรื่องราวขอรับมรดกที่ดินรายพิพาทของบิดา จึงขอให้บังคับจำเลยระงับการขอรับมรดกและห้ามจำเลยเกี่ยวข้องจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นเห็นว่า การครอบครองของโจทก์ไม่พอฟังว่าเป็นการครอบครองโดยปรปักษ์ ไม่ได้กรรมสิทธิ์ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกามีปัญหาข้อกฎหมายมาสู่ศาลฎีกาว่า เมื่อโจทก์ซื้อที่ดินรายพิพาทไว้และครอบครองมากว่า 10 ปีแล้วเช่นนี้ โจทก์จะได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทหรือไม่ เห็นว่า การซื้อขายที่ดินรายพิพาท มิได้ทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไว้ โจทก์ย่อมไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยผลแห่งสัญญาซื้อขาย ส่วนเรื่องครอบครองนั้น ปรากฏว่าที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดตราจองเลขที่ 58 อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ซึ่งจำนองไว้กับสหกรณ์ห้วยขมิ้น โจทก์ก็รับว่าก่อนจะซื้อโจทก์ได้รู้แล้วว่าที่ดินพิพาทเป็นของนายวัน ฉะนั้น การที่โจทก์ซื้อที่ดินรายพิพาทจากสหกรณ์ห้วยขมิ้น จึงได้ชื่อว่าโจทก์ซื้อโดยรู้ว่าสหกรณ์ห้วยขมิ้นผู้ขายไม่มีอำนาจ

ย่อมถือได้ว่าโจทก์รับโอนการครอบครองที่ดินพิพาทจากสหกรณ์ห้วยขมิ้นโดยรู้ว่าการครอบครองที่โจทก์รับโอนมานั้นเป็นการครอบครองแทนโดยอาศัยสิทธิของนายวันผู้เป็นเจ้าของ หาได้รับโอนการครอบครอง เพื่อตนเองไม่เมื่อเช่นนี้ โจทก์จึงอ้างการครอบครองปรปักษ์ยันจำเลยซึ่งเป็นทายาทของนายวันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ไม่ได้ศาลทั้งสองพิพากษาให้ยกฟ้องเป็นการชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวน สิงหลกะ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · สำราญ ศิริพันธ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4741/2565

แม้ที่ดินพิพาทมีข้อกำหนดห้ามโอนภายในสิบปี ตามมาตรา 58 ทวิ แห่ง ป.ที่ดิน นับแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2553 และโจทก์จำเลยทำสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2556 ภายในเวลาสิบปีตามข้อกำหนดห้ามโอนก็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2574/2556

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การตอนแรกว่า ต. และจำเลยที่ 1 ไม่เคยขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ แต่สัญญาซื้อขายตามฟ้องเป็นนิติกรรมอำพรางสัญญากู้ที่ ต. และจำเลยที่ 1 กู้เงินไปจากโจทก์ จึงเป็นคำให้การที่แสดงการปฏิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5929/2552

การซื้อขายที่ดินซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 แต่หากผู้ซื้อได้ครอบครองที่ดินที่ซื้อขายกันโดยสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5801/2552

จำเลยขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้ อ. และ ล. บิดามารดาโจทก์โดยมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพราะจำเลยแจ้งว่าหากมีเงินจะมาขอซื้อคืนในภายหลัง แต่ทำสัญญาซื้อขายไว้พร้อมกับส่งมอบหนังสือร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 530/2546

เดิมจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านพิพาทที่จดทะเบียนจำนองแก่ธนาคาร ก. และจำเลยเป็นหนี้เงินกู้ยืมโจทก์จำนวนหนึ่ง ต่อมาธนาคาร ก. ทวงให้จำเลยชำระหนี้จำนอง จำเลยจึงตกลงทำสัญญาขายที่ดินและบ้านพิพ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้