Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2360/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 นำรถยนต์อันเป็นเครื่องอุปกรณ์การขนส่งจำนวน 3 คันออกวิ่งรับส่งคนโดยสารและเก็บค่าโดยสาร โดยนำรถยนต์คันหนึ่งซึ่งได้รับใบอนุญาตการขนส่งสาธารณะออกวิ่งทับเส้นทางรถประจำทางในสัมปทานของบริษัทอื่นซึ่งเป็นลักษณะของการแข่งขัน เป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. 2497 มาตรา 14 และนำรถยนต์อีกสองคันซึ่งเป็นรถที่สังกัดอยู่ในสัมปทานรถประจำทางของจำเลยที่ 1 ออกวิ่งนอกเส้นทางที่กำหนด อันเป็นความผิดตามมาตรา 10 ดังนี้ รถยนต์โดยสารแต่ละคันเป็นองค์สำคัญแห่งความผิด การขนส่งของรถแต่ละคันเป็นความผิดต่างหากจากกัน จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 90 ป.อ. มาตรา 91 พ.ร.บ.การขนส่ง พ.ศ.2497 มาตรา 10 พ.ร.บ.การขนส่ง พ.ศ.2497 มาตรา 14 พ.ร.บ.การขนส่ง พ.ศ.2497 มาตรา 59 พ.ร.บ.การขนส่ง พ.ศ.2497 มาตรา 60

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๑๕ เวลากลางวัน จำเลยทั้ง ๕ ได้ร่วมกันกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๑๐,๑๔,๕๙,๖๐ พระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. ๒๔๙๗ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งประจำทางด้วยรถยนต์โดยสาร พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๔ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ จำเลยทั้ง ๕ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า รถยนต์ของจำเลยที่ ๑ หมายเลข ช.ย.๐๐๖๒๖ และ ช.ย.๐๐๕๔๒ เป็นรถยนต์ที่ได้รับใบอนุญาตการขนส่งประจำทางเส้นทางสายอื่น แต่กลับติดป้ายรับส่งคนโดยสารและทำการขนส่งเพื่อสินจ้าง จึงเป็นความผิดฐานประกอบการขนส่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน

ส่วนรถยนต์คันหมายเลข ช.ย.๐๐๖๔๗ ได้รับใบอนุญาตขนส่งสาธารณะวิ่งทับเส้นทางของบริษัทอื่นเป็นการแข่งขัน พิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๑๐,๑๔,๕๙,๖๐ พระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๔ สำหรับความผิดตามมาตรา ๑๐ (และมาตรา ๕๙) ให้เรียงกระทงลงโทษปรับกระทงละ ๕๐๐ บาท ส่วนความผิดตามมาตรา ๑๔(และมาตรา ๖๐) ปรับคนละ ๕๐๐ บาท ข้อหาสำหรับจำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๕ ให้ยก เพราะไม่มีส่วนร่วมรู้เห็น จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องกับศาลชั้นต้น แต่เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำความผิดคราวเดียวและกรรมเดียว เป็นความผิดกระทงเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท พิพากษาแก้ให้ลงโทษบทหนักที่สุดตามมาตรา ๑๐,๕๙ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ปรับคนละ ๑,๕๐๐ บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษเป็นกระทงความผิด ข้อเท็จจริงฟังได้ยุติว่า รถยนต์ของจำเลยที่ ๑ อันเป็นเครื่องอุปกรณ์การขนส่งซึ่งถูกนำไปใช้ในการกระทำผิดมีอยู่ ๓ คัน รถคันหมายเลข ช.ย.๐๐๖๔๗ เป็นรถรับจ้างพิเศษโดยได้รับใบอนุญาตการขนส่งสาธารณะ ต้องวิ่งรับจ้างในลักษณะเหมาทั้งคัน แต่กลับไปวิ่งรับคนโดยสารและเก็บค่าโดยสารเป็นการทับเส้นทางการรถประจำทางในสัมปทานของบริษัทอื่นซึ่งเป็นลักษณะของการแข่งขัน จึงเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๑๔ ส่วนรถอีก ๒ คันเป็นรถที่สังกัดอยู่ในสัมปทานรถประจำทางของจำเลยที่ ๑ ซึ่งต้องวิ่งในเส้นทางชัยภูมิห้วยหว้า แต่กลับวิ่งรับส่งคนโดยสารและเก็บค่าโดยสารนอกเส้นทางที่กำหนด จึงเป็นการฝ่าฝืนต่อความในมาตรา ๑๐

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามมาตรา ๔ เกี่ยวกับบทนิยามคำว่าการขนส่งและเครื่องอุปกรณ์การขนส่ง กับมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๔ นั้น เมื่อพิจารณาถึงความมุ่งหมายตลอดจนความในพระราชกฤษฎีกาที่โจทก์อ้างอิงแล้ว เห็นได้ว่ากฎหมายประสงค์ควบคุมการขนส่งคนโดยสารโดยรถยนต์โดยสาร เพื่อป้องกันมิให้เกิดการแก่งแย่งกับรถโดยสารประจำทาง ซึ่งจะทำให้เกิดอุบัติเหตุยังความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิตของบุคคลทั่วไป ฉะนั้น รถยนต์โดยสารแต่ละคันย่อมเป็นองค์สำคัญแห่งความผิด กล่าวคือ เมื่อออกรับคนโดยสารเพื่อเก็บค่าโดยสารไม่ว่าในเส้นทางใด ต้องถือว่าการขนส่งของรถแต่ละคันเป็นความผิดต่างหากจากกัน หาใช่เป็นการร่วมกระทำความผิดระหว่างรถทุกคันอย่างใดไม่ย่อมได้ชื่อว่าเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นทุกประการ (เสถียร ลิมปิษเฐียร วิทูร เทพพิทักษ์ ศิริ อติโพธิ)()ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายประสาร ปทุมบาลศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2360/2517

จำเลยที่ 1 นำรถยนต์อันเป็นเครื่องอุปกรณ์การขนส่งจำนวน3 คันออกวิ่งรับส่งคนโดยสารและเก็บค่าโดยสาร โดยนำรถยนต์คันหนึ่งซึ่งได้รับใบอนุญาตการขนส่งสาธารณะ ออกวิ่งทับเส้นทางรถประจำทางในสัมปทานของบริษัทอื่นซึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 674/2520

ผู้ที่จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. 2497 มาตรา 14 ซึ่งห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตการขนส่งสาธารณะเข้าทำการขนส่งในเส้นทางใดในลักษณะที่เป็นการแข่งขันกับผู้ได้รับใบอนุญาตการขนส่งประจำทางในเส้นทา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2614/2568

จำเลยทั้งสามกระทำความผิดฐานร่วมกันกระทำการเป็นอั้งยี่ ฐานร่วมกันเป็นซ่องโจร และฐานร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ย่อมเป็นความผิดสำเร็จแล้วตั้งแต่มีการสมคบวางแผนเพื่อกระทำการอันเป็นความผิด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3133/2568

จำเลยหลอกลวงโจทก์โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ อธิบายขั้นตอนในการซื้อ การจองสลากกินแบ่งรัฐบาล แนะนำวิธีการส่งให้แก่ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายอื่น จนกระทั่งโจทก์หลงเชื่อว่าจำเลยสามารถจัดหาสลากกินแบ่งรัฐบาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 89/2567

คดีนี้แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องแยกการกระทำผิดของจำเลยกับพวกมาเป็นข้อ ๆ โดยมีคำขอท้ายฟ้องตาม ป.อ. มาตรา 91 และจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องก็ตาม แต่เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งคดีจากข้อเท็จจริงตามฟ้องแล้วปร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้