Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2364/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างจะกำหนดขั้นตอนการลงโทษเป็นข้อ ๆ ตาม ลำดับว่า 1. ตักเตือนด้วย วาจา2. ตักเตือน เป็นลายลักษณ์อักษร 3. พักงานชั่วคราวโดย ไม่ได้รับค่าจ้าง 4. ตัด ค่าจ้าง 5. ปลดออก 6. ไล่ออก เว้นแต่กรณีความผิดร้ายแรง นายจ้างเลิกจ้างได้โดย ไม่ต้องลงโทษตาม ขั้นตอนก็ตามแต่ ก็ได้ กำหนดไว้ด้วย ว่า พนักงานซึ่ง ไม่ปฏิบัติตาม ระเบียบวินัยและข้อบังคับอาจถูก ผู้บังคับบัญชาหรือฝ่ายบุคคลพิจารณาลงโทษได้ตาม ลักษณะความผิดเป็นกรณี ๆ ไป โดย ไม่จำเป็นต้อง เป็นไปตามลำดับขั้นตอน ดัง นั้น เมื่อพนักงานกระทำความผิดในกรณีไม่ร้ายแรงแต่ เป็นการกระทำผิดซ้ำ คำตักเตือน นายจ้างก็มีอำนาจปลดออกหรือไล่ออกได้ หาจำต้องลงโทษตาม ขั้นตอนที่กำหนดไว้ไม่ ก่อนมีคำสั่งเลิกจ้าง จำเลยเคยมีหนังสือตักเตือน โจทก์เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2532 ระบุว่า โจทก์หยุดงานโดย ไม่ลาและไม่มีเหตุอันควรในวันที่ 1,4,6 และ 8 กันยายน 2532 เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับในเรื่องการหยุดงานโดย ไม่มีเหตุอันสมควรคำตักเตือนของจำเลยจึงเป็นการตักเตือน โจทก์เกี่ยวกับการหยุดงานโดย ไม่ลากิจ ล่วงหน้า หรือลาป่วยตาม ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย การที่โจทก์ขาดงานในวันที่ 4,9,20,23,31มกราคม 2533 และวันที่ 1,3 กุมภาพันธ์ 2533 โดย ไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ยื่นใบลากิจ หรือลาป่วยเช่นเดียวกันอีก จึงเป็นการกระทำผิดซ้ำ คำเตือน จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้ โดย ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 583 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 47

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์อ้างเหตุว่าโจทก์ขาดงานมาก ซึ่งไม่เป็นความจริง ขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน พร้อมทั้งจ่ายค่าจ้างให้โจทก์นับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะรับกลับเข้าทำงาน หรือให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยสินจ้างแทนการบอกกล่าว ล่วงหน้าและเงินสะสม พร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การต่อสู้คดีโจทก์แถลงว่าได้รับเงินสะสมไปแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า

โจทก์อุทธรณ์ว่าตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยเอกสารหมาย ล.2 กำหนดการลงโทษพนักงานเป็นขั้นตอน คือ 1. ตักเตือนด้วยวาจา 2. ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร3. พักงานชั่วคราวโดยไม่ได้รับค่าจ้าง 4. ตัดค่าจ้าง 5. ปลดออก6. ไล่ออก ทั้งนี้ เว้นแต่จะเป็นกรณีความผิดร้ายแรง จำเลยจึงจะเลิกจ้างโดยไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนได้ ความผิดของโจทก์เป็นกรณีไม่ร้ายแรง โจทก์ถูกลงโทษตักเตือนด้วยวาจา ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรและพักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้างแล้วโทษขั้นตอนต่อไปคือตัดค่าจ้างการที่จำเลยลงโทษเลิกจ้างโจทก์จึงไม่ถูกต้องตามขั้นตอน นอกจากนี้การที่โจทก์ไม่ได้ไปทำงาน โจทก์ได้ลางานแล้วแต่จำเลยไม่อนุญาตกรณีจึงไม่ใช่การขาดงานโดยไม่มีเหตุผล แม้อาจเป็นเรื่องการลาผิดระเบียบ จำเลยก็ไม่เคยตักเตือนโจทก์มาก่อน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าตามระเบียบและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเอกสารหมาย ล.2บทที่ 7 วินัย และมาตราการการลงโทษ ข้อ ค. ได้กำหนดขั้นตอนการลงโทษเป็นข้อ ๆ ตามลำดับตามที่โจทก์อุทธรณ์จริง แต่ในข้อ ค. วรรคแรกก็ได้กำหนดไว้ว่า พนักงานซึ่งไม่ปฏิบัติตามระเบียบวินัยและข้อบังคับ อาจถูกผู้บังคับบัญชาหรือฝ่ายบุคคลพิจารณาลงโทษได้ตามลักษณะความผิดเป็นกรณี ๆ ไป โดยไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามลำดับขั้นตอน ดังนั้น เมื่อพนักงานกระทำความผิดในกรณีไม่ร้ายแรง แต่เป็นการกระทำผิดซ้ำคำเตือน จำเลยก็มีอำนาจลงโทษปลดออกหรือไล่ออกได้หาจำเป็นที่จะต้องลงโทษตามขั้นตอนตามที่โจทก์อุทธรณ์ไม่ อุทธรณ์ส่วนนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ส่วนปัญหาที่ว่าการกระทำผิดของโจทก์เป็นการซ้ำคำเตือนหรือไม่

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าตามระเบียบและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยกำหนดว่าการลากิจต้องยื่นใบลาล่วงหน้า 1 วัน และต้องได้รับอนุมัติก่อนจึงจะหยุดได้ ส่วนการลาป่วยต้องยื่นใบลาในวันแรกที่มาทำงานเมื่อวันที่ 4, 9, 20, 23, 31 มกราคม 2533 และวันที่ 1, 3กุมภาพันธ์ 2533 โจทก์มิได้มาทำงานและมิได้ยื่นใบลากิจหรือลาป่วยโดยไม่มีเหตุจำเป็น การกระทำของโจทก์เป็นความผิดตามข้อบังคับและระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย และเป็นกรณีซ้ำคำเตือนตามเอกสารหมาย ล.4 เห็นว่า จำเลยเคยมีหนังสือตักเตือนโจทก์เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2532 ตามเอกสารหมาย ล.4 ในคำเตือนดังกล่าวระบุการกระทำของโจทก์ว่าหยุดงานโดยไม่ลาและไม่มีเหตุอันควรในวันที่1 กันยายน, 4 กันยายน, 6 กันยายน และ 8 กันยายน 2532 เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลยในเรื่องการหยุดงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร

คำตักเตือนของจำเลยจึงเป็นการตักเตือนโจทก์เกี่ยวกับการหยุดงานโดยไม่ลากิจล่วงหน้าหรือลาป่วยตามระเบียบและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย เป็นความผิดเกี่ยวกับการไม่ลาให้ถูกต้องและมีผลเป็นความผิดฐานขาดงานด้วย ข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมาก็ปรากฏว่าโจทก์ได้ขาดงานในวันที่ 4, 9,20, 23, 31 มกราคม 2533 และวันที่ 1, 3 กุมภาพันธ์ 2522 รวม 7 วันโดยไม่มีเหตุอันสมควร โดยไม่ยื่นใบลากิจหรือลาป่วยเช่นเดียวกันการกระทำผิดของโจทก์จึงเป็นการซ้ำคำเตือนตามเอกสารหมาย ล.4 จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · เคียง บุญเพิ่ม · ตัน เวทไว
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7038/2544

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยรับค่าจ้าง ทั้งนี้ ลูกจ้างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2417/2544

ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 บทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง ทั้งนี้ลูกจ้างต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1896/2543

โจทก์ทำงานอยู่แผนกจัดส่ง มีหน้าที่รับส่งและบรรจุน้ำมันลงถังการที่ ว. หัวหน้าแผนกซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์สั่งให้โจทก์ไปตักน้ำมัน และไขน้ำมันจากท่อน้ำรวมในโรงงานซึ่งมีน้ำสกปรกไหลผ่าน เป็นการสั่งให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 295/2541

โจทก์ทำงานกับจำเลยในหน้าที่ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคล การที่โจทก์เห็นปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของจำเลยในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารของผู้จัดการทั่วไป โจทก์จึงมีหนังสือถึงประธานกรรมการจำเลยซึ่งมีข้อความว่า "…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 294/2541

กรณีที่โจทก์ยื่นใบลาป่วยขอหยุดงานรวม 90 วันนั้น เหตุแห่งการลาป่วยเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏในขณะที่โจทก์ยื่นใบลา จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างจึงอนุญาตให้โจทก์หยุดงานไปตามนั้น แต่ต่อมาเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าโจทก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้