Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2367/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ แต่ให้ยกฟ้องโจทก์เพราะเหตุอื่น โจทก์แต่ฝ่ายเดียวอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาลชั้นต้นว่า "ศาลชั้นต้นวินิจฉัยในตอนต้น ว่า คดีไม่ขาดอายุความแล้ววินิจฉัยต่อมาว่าโจทก์ไม่มีสิทธิ์ขอแบ่งที่พิพาทเพราะล่วงเลยอายุความ 1 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 เป็นการขัดกันเองและขัดเหตุผล" เมื่อจำเลยได้ยื่นคำแก้ อุทธรณ์ในปัญหานี้แล้วปัญหาว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จึงเป็นประเด็นโดยตรงที่ศาลอุทธรณ์จะหยิบยกขึ้นวินิจฉัย โจทก์จะอ้างว่าศาลอุทธรณ์หยิบยกเอาปัญหาเรื่องคดีโจทก์ขาดอายุความขึ้นวินิจฉัยทั้ง ๆ ที่จำเลยมิได้อุทธรณ์เป็นการมิชอบนั้นไม่ได้ ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกที่โจทก์และมารดาจำเลยร่วมกันรับมรดกและร่วมกันครอบครอง ต่อมาโจทก์สมรสแล้วย้ายไปอยู่กับสามีโดยมีมารดาจำเลยครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์ การที่จำเลยอยู่ในที่พิพาทต่อมาจึงอยู่ในฐานะเดียวกับมารดาของตน คือครอบครองแทนโจทก์เช่นกัน เมื่อโจทก์ยังมิได้สละสิทธิรับมรดก โจทก์จึงยังมีสิทธิในที่พิพาทอันเป็นมรดกรายนี้ การที่โจทก์ฟ้องขอแบ่งแยกที่พิพาทจากจำเลย จึงเป็นการใช้สิทธิเจ้าของร่วมขอแบ่งทรัพย์พิพาท หาใช่การฟ้องคดีมรดกไม่ ดังนั้น จึงจะนำอายุความ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754มาใช้บังคับไม่ได้.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์นางหลงมาและทายาทอื่นอีก 3 คน เป็นบุตรของนายอัม นางเพ็ง นายอัมตายก่อนนางเพ็ง เมื่อนางเพ็งตายมีมรดกคือ ที่ดินปลูกบ้าน 1 แปลง ยังไม่ได้แบ่งปันระหว่างทายาท แต่โจทก์นางหลงมาครอบครองร่วมกันแทนทายาทอื่นตลอดมา เมื่อประมาณ 18ปีก่อนฟ้องนางหลงมาตายจำเลยซึ่งเป็นบุตรของนางหลงมาได้ครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าวร่วมกับโจทก์ โดยยังไม่แบ่งกันเป็นสัดส่วนต่อมาโจทก์ให้นางทอง มงคล บุตรโจทก์ปลูกบ้านในที่ดินดังกล่าวจำเลยค้านว่าที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นของตนตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 1639 ซึ่งออกเป็นชื่อของจำเลยแต่ผู้เดียวขอให้ศาลพิพากษาว่า ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวโจทก์มีสิทธิครอบครองร่วมกับจำเลย ให้จำเลยดำเนินการเพื่อให้เจ้าพนักงานที่ดินใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของร่วมกับจำเลยในหนังสือรับรองการทำประโยชน์นั้น มิฉะนั้นให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยจำเลยให้การว่า ที่ดินแปลงพิพาทเป็นของดจำเลยแต่ผู้เดียวได้รับโอนมาทางมรดกมีหลักฐานตาม ส.ค. 1 แล้วครอบครองโดยสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาร่วม 30 ปีแล้ว และได้นำไปขึ้นทะเบียนเป็น น.ส.3 ก. โจทก์เพิ่งมาอาศัยปลูกบ้านในที่พิพาทเมื่อเดือนเมษายน 2524 คดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว และโจทก์เป็นผู้อาศัยปลูกบ้านอยู่ในที่ดินของจำเลยจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณา โจทก์ตาย นางทอง มงคล บุตรของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์มีอำนาจฟ้อง คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ แต่จำเลยเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินพิพาท พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความและจำเลยเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินพิพาท พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "สำหรับปัญหาแรกที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์หยิบยกเอาปัญหาเรื่องคดีโจทก์ขาดอายุความขึ้นวินิจฉัย ทั้ง ๆที่จำเลยมิได้อุทธรณ์เป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า แม้จำเลยจะมิได้อุทธรณ์ขึ้นมา เพราะเป็นฝ่ายชนะในผลแห่งคดี แต่โจทก์เองก้ได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาลชั้นต้นในประเด็นดังกล่าวว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยในตอนต้นว่าคดีไม่ขาดอายุความ แล้ววินิจฉัยต่อมาอีกว่า โจทก์ไม่มีสิทธิขอแบ่งที่พิพาทเพราะล่วงเลยอายุความ 1ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 เป็นการขัดกันเองและขัดต่อเหตุผล

ทั้งจำเลยก็ได้ยื่นคำแก้อุทธรณ์ในปัญหาข้อนี้ด้วยจึงเป็นประเด็นโดยตรงที่ศาลอุทธรณ์ต้องหยิงยกขึ้นวินิจฉัย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนปัญหาที่ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่นั้น พิเคราะห์จากคำฟ้องและคำให้การแล้ว เห็นว่าคำว่าอายุความในที่นี้หมายถึงอายุความฟ้องคดีมรดกซึ่งจะต้องฟ้องเสียภายในหนึ่งปีนับแต่เมื่อเจ้ามรดกตายหรือนับแต่รู้หรือควรรู้ถึงความตายของเจ้ามรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 เว้นแต่จะได้ครอบครองทรัพย์มรดกซึ่งยังมิได้แบ่งกันตลอดมาตามมาตรา 1748รูปคดีจึงต้องพิจารณาถึงข้อเท็จจริงในเรื่องการครอบครองทรัพย์มรดกของโจทก์ซึ่งเกี่ยวพันถึงปัญหาข้อหลังที่ว่าโจทก์หรือจำเลยมีสิทธิในที่ดินพิพาทด้วย จึงสมควรวินิจฉัยปัญหาทั้งสองนี้ไปในคราวเดียวกัน

หลังจากนางเพ็งเจ้ามรดกตาย โจทก์และมารดาจำเลยผู้เป็นทายาทได้ร่วมกันครอบครองที่พิพาทอันเป็นมรดกระยะหนึ่งแล้วฉะนั้น แม้โจทก์จะออกจากที่พิาทไปนานเท่าใด ก็ถือว่ามารดาจำเลยที่ยังอยู่ครอบครองแทนโจทก์ การที่จำเลยอยู่ในที่พิพาทต่อมาจึงอยู่ในฐานะเดียวกับมารดาของตนคือครอบครองแทนโจทก์เช่นกันโจทก์จึงยังมีสิทธิในที่พิพาทอันเป็นมรดกรายนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ปัญหาต่อไปมีว่าโจทก์ได้สละสิทธิรับมรดกในที่พิพาทแล้วหรือไม่ จำเลยนำสืบตนเองนางลาน น้อยชิน และนายแสน จันกง เป็นทำนองว่าโจทก์กลับมาปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่พิพาทได้โดยขออนุญาตจากจำเลยจะเห็นว่าพยานดังกล่าวเป็นเครือญาติสนิทอยู่บ้านเดียวกันทั้งสิ้น ทั้งยังปรากฏจากที่จำเลยตอบคำถามค้านด้วยว่าโจทก์ปลูกยุ้ง 2 หลังพร้อมบ้าน จำเลยให้โจทก์รื้อก็ไม่รื้อไล่ก็ไม่ยอมไป โจทก์กลับอ้างว่าที่ดินเป็นของเขาอีกด้วย แสดงว่าโจทก์ยังไม่ได้สละสิทธิรับมรดกในที่พิพาทเลย จึงคัดค้านในทันทีที่ถูกจำเลยโต้แย้งสิทธิตรงข้ามกับจำเลยที่หาได้แสดงหลักฐานได้สิทธิเท่าที่จะพึงมีต่อโจทก์เสียในคราวนี้ไม่ กลับปล่อยให้ล่วงมาอีกไม่น้อยกว่า 2 ปี จึงได้อ้างกับโจทก์ตอนที่โจทก์จะต่อเติมบ้านว่าตนออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่พิพาทเป็นของตนแล้วซึ่งไม่น่าเชื่อว่าโจทก์จะขออนุญาตจำเลยปลุกบ้านอาศัยในที่พิพาทดังจำเลยอ้าง

รูปคดีฟังได้ว่าโจทก์จำเลยผู้มีสิทธิได้รับมรดกคือที่พิพาทได้ครอบครองที่พิพาทร่วมกันมา ถือได้ว่าได้ร่วมกันรับมรดกดังกล่าวและเป็นเจ้าของทรัพย์มรดกดังกล่าวนั้นแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขอให้แบ่งทรัพย์ซึ่งตนเป็นเจ้าของร่วมได้จะนำอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1754 มาใช้บังคับหาได้ไม่ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความและจำเลยเป็นผู้มีสิทธิในที่พิพาท และพิพากษายืนนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้นพิพากษากลับ เป็นว่าโจทก์กับจำเลยเป็นเจ้าของร่วมกันในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 1639 ตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอีจังหวัดมุกดาหาร ให้จำเลยดำเนินการให้เจ้าพนักงานที่ดินใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของร่วมกับจำเลยในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวมิฉะนั้นให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลย".

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปชา วรธรรมพินิจ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ถวิล ทองสว่างรัตน์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4638/2533

จำเลยรับโอนที่ดินพิพาทมาในฐานะเป็นผู้จัดการมรดกและครอบครองต่อมา ถือว่าเป็นการครอบครองแทนทายาทอื่นด้วยโจทก์ทายาทคนหนึ่งฟ้องคดีเรียกร้องให้แบ่งที่ดินพิพาทเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่เจ้ามรดกตายหรือนับแต่โจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3254/2528

การที่จำเลยยื่นคำร้องขอจัดการมรดกเกี่ยวกับที่ดินพิพาท ทั้งสองแปลงตามที่โจทก์ขอแบ่ง แสดงว่าที่ดินพิพาทดังกล่าวเป็นทรัพย์สินในกองมรดกซึ่งอยู่ระหว่างจัดการมรดก ถึงแม้ว่าจำเลยจะครอบครองที่พิพาทนั้นตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7844/2557

โจทก์ทั้งสามและจำเลยที่ 2 ต่างเป็นทายาทโดยธรรมของ พ. เจ้ามรดกลำดับเดียวกัน ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งมรดกเท่ากัน ทั้งมีสิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับการจัดการมรดกที่ยังไม่ได้แบ่งร่วมกันจนกว่าจะแบ่งมรดกแล้วเสร็จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5003/2540

พ. เจ้ามรดกมิได้ยกที่ดินพิพาทให้จำเลยตั้งแต่ก่อนตายเมื่อพ.ตายที่ดินพิพาทจึงเป็นทรัพย์มรดกของพ.และตกทอดแก่ทายาทตามกฎหมาย แต่โจทก์ฟ้องคดีโดยอ้างประเด็นแห่งคดีมาให้คำฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2998/2532

หลังจากเจ้ามรดกตาย โจทก์จำเลยซึ่งเป็นทายาทได้ตกลงเรื่องทรัพย์มรดกโดยให้ขายที่ดินบางส่วนนำเงินมาทำศพเจ้ามรดกนอกจากนี้บุตรโจทก์ก็ได้เข้าไปไถที่นามรดก ถือได้ว่าโจทก์ได้ร่วมครอบครองทรัพย์มรดกกับจำเลย โดยย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้