Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2367/2560

พ.ศ. 2560 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 ให้คนรักของจำเลยที่ 2 เป็นผู้เช่าห้องพักที่เกิดเหตุ แล้วจำเลยที่ 1 นำเมทแอมเฟตามีนของกลางมาซุกซ่อนไว้เพื่อจำหน่าย ก่อนถูกจับกุมจำเลยที่ 2 เปิดประตูห้องพักพบเจ้าพนักงานตำรวจมีอาการตกใจรีบหลบหนีกลับเข้าไปในห้องพักทันที อันเป็นข้อพิรุธ ส่วนจำเลยที่ 3 เปิดบัญชีธนาคารโดยรู้เห็นยินยอมให้จำเลยที่ 1 นำสมุดบัญชีเงินฝากและบัตรเอทีเอ็มไปใช้เบิกถอนเงินออกไปจากบัญชีของจำเลยที่ 3 เป็นจำนวนมาก และจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การรับสารภาพข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน เมื่อเมทแอมเฟตามีนของกลางเป็นของจำเลยที่ 1 เช่นนี้ จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงเป็นผู้ช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่จำเลยที่ 1 กระทำความผิด การกระทำของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงเป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายของจำเลยที่ 1 แม้โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฐานเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แต่ทางพิจารณาได้ความว่าเป็นเพียงผู้สนับสนุน ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 ตามข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความนั้นได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน ฐานเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 และขับรถยนต์โดยเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 5301/2553 ของศาลจังหวัดสมุทรปราการ และเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2551 จำเลยที่ 2 ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก 2 ปี 9 เดือน ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 5526/2551 ของศาลจังหวัดสมุทรปราการ จำเลยที่ 1 และที่ 2 กลับมากระทำความผิดในคดีนี้อีกภายในเวลาห้าปีนับแต่วันพ้นโทษ ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91, 97, 100/1, 102 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน

วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91, 92 ริบเมทแอมเฟตามีน เครื่องชั่งน้ำหนัก ถุงพลาสติกใส ซองอาวุธปืน โทรศัพท์เคลื่อนที่ และอุปกรณ์การเสพเมทแอมเฟตามีนของกลาง เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 กึ่งหนึ่งในความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และฐานเสพเมทแอมเฟตามีน และเพิ่มโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 หนึ่งในสามในความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน และข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน ข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน ข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 57, 66 วรรคสาม, 91 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคสาม เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 4 เดือน ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 เดือน เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 97 เป็นจำคุก 9 เดือน

จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในความผิดทั้งสองฐานเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต คงจำคุก 8 เดือน ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน คงจำคุก 4 เดือน 15 วัน รวมจำคุก 12 เดือน 15 วัน ส่วนฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ให้จำคุกตลอดชีวิต และปรับ 2,000,000 บาท เนื่องจากศาลลงโทษจำคุกตลอดชีวิต จึงเพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 97 ในโทษจำคุกอีกไม่ได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 51 คงจำคุกตลอดชีวิตและปรับ 3,000,000 บาท เมื่อรวมโทษทุกกระทงความผิดแล้ว

คงจำคุกจำเลยที่ 1 ตลอดชีวิต และปรับ 3,000,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้เกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 91 จำคุกคนละ 6 เดือน เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 กึ่งหนึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 97 เป็นจำคุก 9 เดือน จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 4 เดือน 15 วัน จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 3 เดือน ริบเมทแอมเฟตามีน เครื่องชั่งน้ำหนัก ถุงพลาสติกใส และอุปกรณ์การเสพเมทแอมเฟตามีนของกลาง คืนโทรศัพท์เคลื่อนที่และซองอาวุธปืนของกลางแก่เจ้าของ ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกจำเลยทั้งสามคนละตลอดชีวิต และปรับคนละ 2,000,000 บาท เมื่อลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 จำคุกตลอดชีวิตแล้ว จึงเพิ่มโทษจำคุกอีกไม่ได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 51 คงเพิ่มโทษได้เฉพาะโทษปรับกึ่งหนึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 97 เป็นลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 จำคุกคนละตลอดชีวิต และปรับคนละ 3,000,000 บาท

ทางนำสืบของจำเลยทั้งสามฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 คนละ 40 ปี และปรับคนละ 2,400,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 40 ปี และปรับ 1,600,000 บาท เมื่อรวมกับโทษฐานอื่นของจำเลยทั้งสามตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 40 ปี 12 เดือน 15 วัน และปรับ 2,400,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 40 ปี 4 เดือน 15 วัน และปรับ 2,400,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 40 ปี 3 เดือน และปรับ 1,600,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้เกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี คืนอาวุธปืนของกลางแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2555 เวลาประมาณ 2 นาฬิกา เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสามได้ที่ห้องพักเลขที่ 316 อาคารบางนาเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งยึดเมทแอมเฟตามีนชนิดเกล็ดใส จำนวน 4 ถุง น้ำหนักสุทธิ 144.210 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 137.028 กรัม และเมทแอมเฟตามีนชนิดเม็ด 76 เม็ด น้ำหนักสุทธิ 7.490 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 1.676 กรัม รวมน้ำหนักสุทธิ 151.700 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 138.704 กรัม ตามรายงานการตรวจพิสูจน์ ทั้งยังยึดได้อาวุธปืนรีวอลเวอร์ ขนาด .22 แมกนั่ม จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนชนิดต่าง

ๆ รวม 38 นัด ซุกซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้าภายในห้องนอนใหญ่ของห้องพักดังกล่าว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ตามฟ้อง ลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 เฉพาะข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า นอกจากจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษามาแล้ว จำเลยที่ 2 และที่ 3 ยังมีความผิดฐานร่วมกับจำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอีกสถานหนึ่ง

จำเลยทั้งสามฎีกา ต่อมาจำเลยที่ 1 ขอถอนฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาต คงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยเฉพาะฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดฐานร่วมกับจำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ ได้ความจากร้อยตำรวจเอก พนม และดาบตำรวจ พิษณุ เจ้าพนักงานตำรวจผู้ร่วมจับกุมจำเลยทั้งสาม พยานโจทก์เบิกความว่า ก่อนจับกุม พยานโจทก์ทั้งสองสืบทราบว่าจำเลยทั้งสามมีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติดให้โทษและหลบซ่อนตัวอยู่ในห้องพักดังกล่าว พยานโจทก์ทั้งสองกับพวกเดินทางไปที่ห้องพักที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงจำเลยที่ 2 เปิดประตูออกมาเมื่อเห็นพยานโจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ 2 มีท่าทีตกใจรีบกลับเข้าห้อง

พยานโจทก์ทั้งสองจึงติดตามเข้าไปในห้องพักที่เกิดเหตุ นอกจากพบจำเลยที่ 2 แล้วยังพบจำเลยที่ 1 และที่ 3 อยู่ในห้องโถงกลาง ภายในห้องพักพบเมทแอมเฟตามีน 1 เม็ด และอุปกรณ์การเสพเมทแอมเฟตามีนวางอยู่บนโต๊ะ ภายในห้องพักมีห้องนอนใหญ่เป็นของจำเลยที่ 1 และห้องนอนเล็กเป็นของจำเลยที่ 2 ภายในห้องนอนใหญ่ตรวจค้นพบอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลางซึ่งเป็นของจำเลยที่ 1 อยู่ในกล่องภายในลิ้นชักตู้เสื้อผ้า เมื่อเปิดตู้เซฟภายในห้องของจำเลยที่ 1 พบเมทแอมเฟตามีนชนิดเกล็ดใส จำนวน 3 ถุง และเมทแอมเฟตามีนชนิดเม็ด จำนวน 1 ถุง ทั้งยังพบสัญญาเช่าห้องพักที่เกิดเหตุมีชื่อ นางสาวเกียรติยา คนรักของจำเลยที่ 2 เป็นผู้เช่า และพบสมุดบัญชีเงินฝากของธนาคารกสิกรไทย

จำกัด (มหาชน) สาขาสุขุมวิท 107 มีชื่อจำเลยที่ 3 เป็นเจ้าของบัญชีมีเงินเข้าออกบัญชีจำนวนมาก พยานโจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติราชการตามหน้าที่เบิกความสอดคล้องต้องกันในส่วนสาระสำคัญตั้งแต่ก่อนที่จะเข้าตรวจค้น จนกระทั่งจับกุมจำเลยทั้งสามได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนของกลาง ไม่มีข้อระแวงสงสัยว่าพยานโจทก์ทั้งสองจะกลั่นแกล้งเบิกความให้ร้ายแก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้ต้องรับโทษ โดยปราศจากความจริง เมทแอมเฟตามีนของกลางมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ถึง 138.704 กรัม ซึ่งมีปริมาณมากย่อมเป็นปกติวิสัยที่ผู้ครอบครองเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวจำต้องระมัดระวังมิให้บุคคลภายนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมรู้เห็น สำหรับจำเลยที่ 2 นั้นตามสัญญาเช่าห้องพักเลขที่ 316 ซึ่งเป็นห้องพักที่เกิดเหตุมีชื่อนางสาวเกียรติยา คนรักของจำเลยที่ 2 เป็นผู้เช่า และจำเลยที่ 2 ก็อยู่ในห้องพักที่เกิดเหตุ

ย่อมแสดงว่าจำเลยที่ 2 ต้องรู้ถึงที่มาที่ไปของเมทแอมเฟตามีนของกลางดังกล่าว อีกทั้งก่อนที่จะจับกุมจำเลยที่ 2 เมื่อร้อยตำรวจเอก พนม และดาบตำรวจ พิษณุเดินขึ้นไปถึงห้องพักที่เกิดเหตุ จำเลยที่ 2 เปิดประตูออกมา เมื่อพบพยานโจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ 2 มีอาการตกใจรีบหลบหนีกลับไปในห้องพักทันที อันเป็นข้อส่อพิรุธ พยานหลักฐานของโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 2 มีน้ำหนักรับฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่า จำเลยที่ 2 มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นในการกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายของจำเลยที่ 1 สำหรับจำเลยที่ 3 ได้ความว่า ขณะที่จำเลยที่ 3 ถูกจับกุมก็อยู่ในห้องพักที่เกิดเหตุ ร้อยตำรวจเอก พนม และดาบตำรวจ พิษณุเบิกความว่า

พยานโจทก์ทั้งสองตรวจพบสมุดบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 3 อยู่ในตู้เซฟภายในห้องพักที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบการเคลื่อนไหวทางบัญชีของสมุดบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 3 พบว่า มีการโอนเงินเข้าบัญชีและถอนเงินออกจากบัญชีหลายครั้ง โดยมีเงินหมุนเวียนในบัญชีประมาณ 30,000,000 บาท มากผิดปกติทำให้เชื่อว่าจำเลยที่ 3 ย่อมมีส่วนรู้เห็นกับจำเลยที่ 1 ทั้งยังได้ความจากนายฤทธิรงค์ พยานจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสุขุมวิท 107 เบิกความเจือสมกับทางนำสืบของพยานโจทก์ว่า ในระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนธันวาคม 2555 มีรายการเบิกถอนเงินรวม 41 รายการ เป็นเงินจำนวนมากถึง 3,660,402.25 บาท มีรายการฝากเงินรวม 26 รายการ เป็นเงิน 3,455,157.33 บาท ตามรายการบัญชี

ทั้ง ๆ ที่จำเลยที่ 3 แจ้งในตอนเปิดบัญชีว่าตนมีรายได้อยู่ระหว่าง 15,001 ถึง 30,000 บาทต่อเดือน เห็นได้ชัดว่ามีการโอนเงินและถอนเงินออกไปจากบัญชีของจำเลยที่ 3 เป็นจำนวนมากกว่ารายได้ที่จำเลยที่ 3 มีอยู่หลายเท่าตัว เชื่อได้ว่าจำเลยที่ 3 ย่อมต้องมีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการของจำเลยที่ 1 ในการมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ทั้งในชั้นสอบสวนจำเลยที่ 3 ให้การต่อพันตำรวจโท สายชล พนักงานสอบสวนพยานโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ใช้ให้จำเลยที่ 3 ไปเปิดบัญชี แล้วจำเลยที่ 1 เก็บสมุดบัญชีเงินฝากพร้อมบัตรเอทีเอ็มไว้ และใช้บัญชีดังกล่าวในการซื้อขายยาเสพติดหมุนเวียนกันไป จำเลยที่ 3 จะมาอ้างในภายหลังว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเมทแอมเฟตามีนของกลางย่อมไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง

อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงได้ความจากทางนำสืบของโจทก์ว่า จำเลยที่ 2 เป็นแต่เพียงจัดสถานที่พักอันได้แก่ ห้องที่เกิดเหตุโดยใช้ชื่อคนรักของจำเลยที่ 2 เป็นคู่สัญญาเช่าห้องพักดังกล่าว แล้วจำเลยที่ 1 นำเมทแอมเฟตามีนของกลางมาซุกซ่อนเก็บรักษาไว้เพื่อจำหน่าย ส่วนจำเลยที่ 3 เปิดบัญชีธนาคารโดยรู้เห็นยินยอมให้จำเลยที่ 1 นำสมุดบัญชีเงินฝากและบัตรเอทีเอ็มไปใช้เบิกถอนเงิน เมื่อเมทแอมเฟตามีนของกลางเป็นของจำเลยที่ 1 เช่นนี้ จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงเป็นผู้ช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่จำเลยที่ 1 กระทำความผิด อันเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดนั้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 ตามทางพิจารณาซึ่งได้ความนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 ฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฟังขึ้นบางส่วน

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 57, 66 วรรคสาม, 91 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุกคนละ 6 เดือน เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 กึ่งหนึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 97 เป็นจำคุกในความผิดฐานนี้ 9 เดือน จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 4 เดือน 15 วัน จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 3 เดือน ส่วนฐานสนับสนุนให้มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 33 ปี 4 เดือน และปรับคนละ 1,333,333.33 บาท เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 กึ่งหนึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 97 เป็นจำคุกจำเลยที่ 2 ในความผิดฐานนี้ 49 ปี 12 เดือน และปรับ 1,999,999.99 บาท ลดโทษให้หนึ่งในห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 40 ปี และปรับ 1,600,000 บาท จำเลยที่ 3 มีกำหนด 26 ปี 8 เดือน และปรับ 1,066,666.67 บาท แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว ให้จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 40 ปี 4 เดือน 15 วัน และปรับ 1,600,000 บาท จำเลยที่ 3 มีกำหนด 26 ปี 11 เดือน และปรับ 1,066,666.67 บาท หากจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 (ที่แก้ไขใหม่) หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้เกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สู่บุญ วุฒิวงศ์ · ชัยรัตน์ ศิลาลาย · ปานนท์ กัจฉปานันท์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพระโขนง - นางสาวเนาวรัตน์ อัชฌายกชาติ
ศาลอุทธรณ์ - นางสาวเบญจมาศ ปัญญาดิลก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.2962/2559
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ7870/2555
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ3736/2556
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้