Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2370/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สิทธิในที่ดินพิพาทครึ่งหนึ่งเป็นของโจทก์ อีกครึ่งหนึ่งเป็นทรัพย์มรดกของสามีโจทก์ซึ่งตกทอดไปยังทายาทซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 7 คน คือ ตัวโจทก์เองและบุตรโจทก์อีก 6 คน (รวมทั้งสามีจำเลยด้วย) การที่สามีจำเลยเอาที่พิพาทไปขายฝาก ก. ได้นั้น ก็เพราะสามีจำเลยขอยืมที่พิพาทไปจากโจทก์ โจทก์มิได้ยกที่พิพาทให้แก่สามีจำเลยจริงๆ กรณีเป็นดังนี้ จึงเท่ากับว่าศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วว่า ที่พิพาทไม่ใช่ทรัพย์สินที่สามีจำเลยหาได้ร่วมกันมาดังที่จำเลยให้การต่อสู้คดีไว้ ฉะนั้น เมื่อจำเลยถอนอุทธรณ์เสียแล้ว ข้อต่อสู้ของจำเลยจึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยไม่ได้ฎีกาโต้แย้งในประเด็นที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ศาลชั้นต้น คงฎีกาแต่เพียงข้อเดียวว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลย ศาลฎีกาจึงรับวินิจฉัยให้ไม่ได้ เพราะไม่ใช่เป็นฎีกาในประเด็นที่คู่ความได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในชั้นอุทธรณ์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภรรยาของนายแจ่ม ร่วมกันทำมาหาได้ที่นา1 แปลง นายแจ่มถึงแก่กรรม โจทก์ได้ถือสิทธิครอบครองที่นาดังกล่าวนายเบี้ยวบุตรโจทก์ได้จำเลยเป็นภรรยาโดยไม่จดทะเบียนสมรสกันนายเบี้ยวได้ขอยืมที่นาโจทก์ดังกล่าวไปจำนำหรือประกันเงินกู้จากนายกาด นายเบี้ยวถึงแก่กรรม โจทก์ทราบว่านายเบี้ยวได้เอาที่นาของโจทก์ไปขายฝากนายกาดเป็นเงิน 5,500 บาท ทางอำเภอแนะนำให้โจทก์ไปขอรับมรดกที่นานั้นเสียก่อน จึงจะไถ่ถอนการขายฝากได้ โจทก์จึงไปร้องขอรับมรดกที่นาตามคำแนะนำของอำเภอ จำเลยไปคัดค้านขอแบ่งที่นานี้ครึ่งหนึ่ง โจทก์เห็นว่า แม้ที่นานี้จะเป็นมรดกของนายเบี้ยว ที่นาก็ย่อมจะตกได้แก่โจทก์ซึ่งเป็นทายาท จำเลยไม่มีสิทธิที่จะได้รับมรดกของนายเบี้ยว ขอให้ศาลสั่งห้ามจำเลยไม่ให้เกี่ยวข้องกับที่นาของโจทก์ขอให้จำเลยไปถอนคำคัดค้านที่อำเภอเสีย

จำเลยให้การว่า จำเลยแต่งงานอยู่กินกับนายเบี้ยว มีบุตรด้วยกัน 4 คน ที่นาที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของนายเบี้ยวกับจำเลย เด็กทั้งสี่คนจึงมีสิทธิได้รับมรดกของนายเบี้ยว โจทก์ไม่มีสิทธิ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ครึ่งหนึ่งของที่พิพาทกับอีกหนึ่งในเจ็ดของอีกครึ่งหนึ่งเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องขัดขวางสิทธิของโจทก์ ทั้งโจทก์และจำเลยต่างอุทธรณ์ ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์จำเลยขอถอนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้จำเลยถอนอุทธรณ์ได้ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า โจทก์ให้นาที่พิพาทสามีจำเลยทำกิน โจทก์มิได้สละสิทธิในที่พิพาทโดยเด็ดขาด นาที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่าเมื่อโจทก์ครอบครองตลอดมา และจำเลยเข้าทำกินโดยอาศัยสิทธิของโจทก์ จำเลยจึงไม่มีทางได้สิทธิ ในชั้นนี้ไม่มีประเด็นเรื่องมรดกของนายแจ่ม โจทก์จึงขอให้บังคับจำเลยตามฟ้องได้ พิพากษาแก้ เป็นห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้องกับนาที่พิพาทของโจทก์ตามฟ้อง ให้จำเลยไปถอนคำคัดค้านต่ออำเภอเมืองเพชรบูรณ์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สิทธิในที่ดินพิพาทครึ่งหนึ่งเป็นของโจทก์ อีกครึ่งหนึ่งเป็นทรัพย์มรดกของนายแจ่มสามีโจทก์ซึ่งตกทอดไปยังทายาทซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 7 คน คือ ตัวโจทก์เอง บุตรโจทก์อีก 6 คน (รวมทั้งสามีจำเลยด้วย) การที่สามีจำเลยเอาที่พิพาทไปขายฝากนายกาดได้นั้น ก็เพราะสามีจำเลยขอยืมที่พิพาทไปจากโจทก์ โจทก์มิได้ยกที่พิพาทให้แก่สามีจำเลยจริง ๆ กรณีเป็นดังนี้ จึงเท่ากับว่าศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วว่าที่พิพาทไม่ใช่ทรัพย์สินที่สามีจำเลยกับจำเลยหาได้ร่วมกันมาดังที่จำเลยให้การต่อสู้คดีไว้ ฉะนั้นเมื่อจำเลยถอนอุทธรณ์เสียแล้ว ข้อต่อสู้ของจำเลยจึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยไม่ได้ฎีกาโต้แย้งในประเด็นที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ศาลชั้นต้น คงฎีกาแต่เพียงข้อเดียวว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย ศาลฎีกาจึงรับวินิจฉัยให้ไม่ได้ เพราะไม่ใช่เป็นฎีกาในประเด็นที่คู่ความได้ว่ากล่าวต่อสู้กันมาแล้วในชั้นอุทธรณ์ ยกฎีกาของจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลอ จามรมาน · เฉลิม กรพุกกะณะ · พิสัณห์ ลีตเวทย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6383/2550

ปัญหาเรื่องฟ้องซ้อนหรือไม่เป็นเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ผู้ร้องชอบที่จะยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ได้ การที่ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยให้จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5623/2548

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานจำเลยต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี แม้จำเลยจะยื่นฎีกา แต่คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ย่อมผูกพันคู่ความอยู่จนกว่าจะถูกเปลี่ยนแปลง แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7265/2544

ฟ้องโจทก์ได้บรรยายโดยแจ้งชัดว่าจำเลยตกลงเช่าตึกแถวพิพาทจากโจทก์มีการทำสัญญาเช่าและต่อสัญญาเช่าหลายครั้งต่อมาเมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลง โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยเช่าต่อไป จึงให้ทนายความมีหนังสือบอกเลิกสัญ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2541

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ชดใช้ค่าเสียหายในส่วนที่ยุยงพนักงานโจทก์ให้ทำงานกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นเงิน 1,000,000 บาท และให้จำเลยทั้งสามชดใช้ค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์จากการจำหน่ายยา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5644/2540

คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 1 ร่วมรับผิดชำระค่าเสียหายจำนวน31,500 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 โจทก์อุทธรณ์ ดังนี้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์โจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 จึงไม่เกิน 50,000 บ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้