Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2372/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 102 บัญญัติยกเว้นเฉพาะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 341, 342 เท่านั้นว่า หนี้ซึ่งหักกลบลบกันไม่ได้ตาม มาตรา 341, 342 นั้นย่อม หักกลบลบกันได้ในกรณีที่ลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ ไม่รวมถึง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1119 ซึ่งบัญญัติห้ามเด็ดขาดมิให้ผู้ถือหุ้นหักหนี้กับบริษัท ดังนั้น ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทลูกหนี้ (จำเลย) จึงจะขอหักหนี้ค่าพิมพ์หนังสือที่บริษัทลูกหนี้ (จำเลย) เป็นหนี้อยู่กับหนี้ค่าหุ้นที่ผู้ร้องค้างชำระบริษัทลูกหนี้ (จำเลย) ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 102 หาได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์บริษัทลูกหนี้ (จำเลย) และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือยืนยันให้ผู้ร้องชำระค่าหุ้นที่ค้างจำนวน ๓๗๕,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยกคำร้องของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดังกล่าวเสีย อ้างว่าได้ขายหุ้นดังกล่าวให้นายนิพนธ์ โลหิตเสถียร ไปแล้ว หากจะฟังว่าผู้ร้องยังถือหุ้นอยู่ ก็ขอหักกลบลบหนี้ค่าจ้างพิมพ์หนังสือซึ่งบริษัทลูกหนี้ (จำเลย) เป็นลูกหนี้ผู้ร้องอยู่ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คัดค้านว่า การโอนขายหุ้นของผู้ร้องให้นายนิพนธ์ไม่ได้จดทะเบียนโอนหุ้นกัน จึงไม่อาจนำมาใช้ยันกับบริษัทลูกหนี้ (จำเลย) และบุคคลภายนอกได้ และผู้ร้องจะขอหักกลบลบหนี้ไม่ได้เพราะขัดต่อกฎหมาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีคงมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องข้อแรกว่า ผู้ร้องได้โอนขายหุ้นของผู้ร้องทั้งหมดให้นายนิพนธ์ โลหิตเสถียร โดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่โดยผู้ร้องฎีกาว่าหุ้นของผู้ร้องมิใช่หุ้นชนิดระบุชื่อในใบหุ้น จึงไม่อยู่ในบังคับของมาตรา ๑๑๒๙ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่จะต้องจดแจ้งการโอนลงในทะเบียนผู้ถือหุ้น ดังนั้นการโอนหุ้นระหว่างผู้ร้องกับนายนิพนธ์จึงมีผลผูกพันบริษัทจำเลยพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าการที่ผู้ร้องฎีกาว่า หุ้นของผู้ร้องมิใช่หุ้นชนิดระบุชื่อผู้ถือหุ้นในใบหุ้นนั้น ย่อมหมายความว่าเป็นหุ้นซึ่งออกให้แก่ผู้ถือนั่นเอง ซึ่งตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๓๔ บัญญัติว่า

"ใบหุ้นออกให้แก่ผู้ถือนั้นจะออกได้ก็แต่เมื่อมีข้อบังคับของบริษัทอนุญาตไว้ และจะออกให้ได้ก็แต่เฉพาะเพื่อหุ้นซึ่งได้ใช้เต็มค่าแล้ว ในกรณีเช่นว่านี้ ผู้ทรงใบหุ้นชนิดระบุชื่อย่อมมีสิทธิจะได้รับใบหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ เมื่อเวนคืนใบหุ้นชนิดระบุชื่อนั้นให้ขีดฆ่าเสีย"ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวจะเห็นได้ว่าบริษัทจะออกใบหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือได้เฉพาะผู้ถือหุ้นที่ได้ชำระเงินค่าหุ้นครบถ้วนแล้วตามมูลค่าหุ้น ดังนั้นผู้ร้องจึงไม่อาจกล่าวอ้างได้ว่าหุ้นของผู้ร้องเป็นหุ้นซึ่งออกให้แก่ผู้ถือ หุ้นของผู้ร้องจึงเป็นหุ้นชนิดระบุชื่อในใบหุ้นอันต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๒๙ วรรคสาม เมื่อผู้ร้องโอนหุ้นให้แก่นายนิพนธ์โดยไม่ได้จดแจ้งการโอนทั้งชื่อและสำนักงานผู้รับโอนนั้นลงในทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทจำเลย การโอนดังกล่าวย่อมใช้ยันบริษัทหรือบุคคลภายนอกไม่ได้ จึงต้องถือว่าผู้ร้องยังคงถือหุ้นบริษัทจำเลยอยู่ และยังค้างชำระค่าหุ้นเป็นเงิน ๓๗๕,๐๐๐ บาท ฎีกาข้อนี้ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

ผู้ร้องฎีกาข้อที่สองว่า ผู้ร้องมีสิทธิที่จะหักหนี้ค่าจ้างพิมพ์หนังสือที่บริษัทจำเลยเป็นหนี้อยู่กับหนี้ค่าหุ้นที่ค้างชำระ ซึ่งผู้ร้องเป็นลูกหนี้บริษัทจำเลยได้โดยถือว่าผู้ร้องขอหักกลบลบหนี้กับเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๐๒

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในเรื่องหักกลบลบหนี้นั้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๔๑ วรรคแรก บัญญัติวางหลักไว้ว่า"ถ้าบุคคลสองคนต่างมีความผูกพันซึ่งกันและกันโดยมูลหนี้อันมีวัตถุอย่างเดียวกันและหนี้ทั้งสองรายนั้นถึงกำหนนดจะชำระไซร้ ท่านว่าลูกหนี้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งย่อมจะหลุดพ้นจากหนี้ของตนด้วยหักกลบลบกันได้เพียงเท่าจำนวนที่ตรงกันในมูลหนี้ทั้งสองฝ่ายนั้น เว้นแต่สภาพแห่งหนี้ฝ่ายหนึ่งจะไม่เปิดช่องให้หักกลบลบหนี้ได้"ซึ่งหมายความว่า หนี้ทั้งสองรายที่จะหักกลบลบกันได้นั้นจะต้องมีวัตถุแห่งหนี้เป็นอย่างเดียวกัน และต้องถึงกำหนดชำระแล้ว และมาตรา ๓๔๒ วรรคแรก บัญญัติว่า"หักกลบลบหนี้นั้น ทำได้ด้วยคู่กรณีฝ่ายหนึ่งแสดงเจตนาแก่อีกฝ่ายหนึ่ง

การแสดงเจตนาเช่นนี้ท่านว่าจะมีเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาเริ่มต้นหรือเวลาสิ้นสุดอีกด้วยหาได้ไม่"ซึ่งหมายความว่าการหักกลบลบหนี้กันนั้นจะมีเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาหาได้ไม่ส่วนพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๑๐๒ บัญญัติว่า "ถ้าเจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิขอรับชำระหนี้เป็นลูกหนี้ในเวลาที่มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ถึงแม้ว่ามูลแห่งหนี้ทั้งสองฝ่ายจะไม่มีวัตถุเป็นอย่างเดียวกันก็ดี หรืออยู่ในเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาก็ดีก็อาจหักกลบลบหนี้ได้ เว้นแต่เจ้าหนี้ได้สิทธิเรียกร้องต่อลูกหนี้ภายหลังที่มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว" ดังนั้นจึงเห็นได้ว่ามาตรา ๑๐๒ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓ บัญญัติเป็นทำนองยกเว้นเฉพาะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๔๑ มาตรา ๓๔๒ เท่านั้น ว่าหนี้ซึ่งหักกลบลบกันไม่ได้ตามมาตรา ๓๔๑ มาตรา ๓๔๒ นั้น

ย่อมหักกลบลบกันได้ในกรณีที่ลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ แต่สำหรับกรณีตามคดีนี้นั้นเป็นเรื่องผู้ร้อง (เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้) ขอหักหนี้ค่าพิมพ์หนังสือที่บริษัทลูกหนี้ (จำเลย) เป็นหนี้อยู่กับหนี้ค่าค้างชำระค่าหุ้นที่ผู้ร้องเป็นหนี้บริษัทลูกหนี้ (จำเลย) เห็นว่ากรณีนี้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๑๙ วรรคแรก บัญญัติว่า"หุ้นทุก ๆ หุ้นจำต้องให้ใช้เป็นเงินจนเต็มค่า เว้นแต่หุ้นซึ่งออกตามบทบัญญัติมาตรา ๑๑๐๘ อนุมาตรา (๕) หรือมาตรา ๑๒๒๑" วรรคสอง บัญญัติว่า "ในการใช้เงินเป็นค่าหุ้นนั้น ผู้ถือหุ้นจะหักหนี้กับบริษัทหาได้ไม่" ปรากฏว่าหุ้นของผู้ร้องไม่ใช่หุ้นที่ออกตามบทบัญญัติ มาตรา ๑๑๐๘ อนุมาตรา (๕) หรือมาตรา ๑๒๒๑ ในการใช้เงินเป็นค่าหุ้น มาตรา ๑๑๑๙ วรรคสอง จึงห้ามโดยเด็ดขาดมิให้หักหนี้กับบริษัทผู้ร้องในฐานะผู้ถือหุ้นบริษัทจำเลย (ลูกหนี้) จึงไม่อาจยกบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย

พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๑๐๒ มาอ้างขอหักหนี้เงินค่าหุ้นกับหนี้ค่าพิมพ์หนังสือที่บริษัทลูกหนี้ (จำเลย) เป็นหนี้ผู้ร้องอยู่ได้คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาข้อนี้ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้นอีกเช่นกัน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แก้ฎีกาเอง จึงไม่กำหนดค่าทนายความให้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายจิระ บุญพจนสุนทร
ศาลอุทธรณ์ - นายลิขิต ไชยฤทธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1720/2525

แม้ว่าพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 จะให้สิทธิแก่ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้กับจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้หักกลบลบหนี้กันได้ แต่วิธีหักกลบลบหนี้ก็จะต้องดำเนินการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 342 โดยแสดงเจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 319/2568

พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 เป็นกฎหมายที่มีลักษณะเป็นวิธีสบัญญัติ แม้จะมีบทบัญญัติกล่าวถึงการหักกลบลบหนี้ไว้ก็เป็นกรณีที่ต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ทั่วไปใน ป.พ.พ. ว่าด้วยหักกลบลบหนี้ มาตรา 341 ถึงมาตรา 348…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3729/2552

เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสืออายัดเงินค่าปรับและเงินชดเชยงานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ โดยห้ามมิให้ผู้ร้องจำหน่ายจ่ายโอนเงินดังกล่าวแก่จำเลยที่ 1 หรือบุคคลอื่นใด แต่ให้จัดส่งเงินดังกล่าวไปให้เจ้าพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1748/2540

จำเลยที่ 1 เป็นหนี้ค่าภาษีอากรจากการประเมินของโจทก์ซึ่งถึงที่สุดแล้วเป็นจำนวนเงิน 3,094,123.24 บาท ต่อมาโจทก์ตรวจพบและทราบว่าจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าหนี้จำเลยที่ 2 ตามคำพิพากษาเป็นเงินประมาณ384,610 บาท ซึ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9156/2538

จำเลยที่ 2 ที่ 3 และ ก. เป็นเจ้าของรวมในที่ดินได้ร่วมกันจำนองไว้แก่ผู้ร้องเพื่อเป็นประกันหนี้ของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 724 มิได้ให้สิทธิแก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้