Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2374/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อโจทก์ทั้งสามกล่าวในฟ้องชัดแจ้งว่าโจทก์แต่ละคนได้รับการยกให้และต่างก็เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทอย่างเป็นส่วนสัดตามที่รับโอนมาโดยไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลยโจทก์ทั้งสามจึงมิได้มีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดี โจทก์ทั้งสามชอบที่จะยื่นฟ้องจำเลยมาคนละสำนวน การที่โจทก์ ทั้งสามร่วมกันฟ้องมาในสำนวนเดียวกันและศาลชั้นต้นยอมรับฟังโจทก์ทั้งสามเช่นนี้ราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นฎีกาคดีนี้ย่อมต้องถือเอาราคาที่ดินที่โจทก์ทั้งสามแต่ละคนอ้างว่าเป็นของตนตามที่แบ่งแยกกันครอบครองเป็นส่วนสัดกันมานั้น เมื่อราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นฎีกาของโจทก์ทั้งสามแต่ละคนปรากฏว่าทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคนไม่เกินคนละสองแสนบาท คดีของโจทก์แต่ละคนจึงเป็นคดีที่ราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสน ย่อมต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามมีที่ดินคนละ 1 แปลงเนื้อที่รวมกันประมาณ 87 ไร่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตาม ส.ค.1 แปลงเนื้อที่รวมกันประมาณ 87 ไร่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตาม ส.ค.1เลขที่ 92 เนื้อที่ 190 ไร่ นายอยู่และนางจวน จุ้นเสือ บิดามารดาของโจทก์ทั้งสามเป็นเจ้าของ ต่อมาที่ดินตาม ส.ค.1 เลขที่ 92ถูกตัดออกไปอยู่ในเขตนิคมสร้างตนเองทุ่งสาน จำนวน 70 ไร่เศษคงเหลือเนื้อที่ประมาณ 120 ไร่ นายอยู่และนางจวนถึงแก่กรรมประมาณ 20 ปีแล้ว ก่อนถึงแก่กรรมได้แบ่งที่ดินออกเป็น 5 แปลงแล้วยกให้โจทก์ทั้งสามและนายลำดวน จุ้ยเสือ ซึ่งเป็นบุตรปรากฏตามแผนที่สังเขปแสดงการครอบครองที่ดินเอกสารท้ายฟ้องหมาย 2 นับแต่ได้รับการยกให้โจทก์ทั้งสามต่างก็เข้าครอบครองทำประโยชน์อย่างเป็นส่วนสัด โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลา 20 กว่าปี

ต่อมาเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2525 จำเลยได้นำเจ้าพนักงานที่ดินไปรับวัดเพื่อขอออกน.ส.3 ก. และรังวัดรุกล้ำเข้ามาในเขตที่ดินที่โจทก์ทั้งสามครอบครอง โจทก์ทราบจากเจ้าพนักงานที่ดินนายลำดวนได้นำที่ดินทั้งแปลงไปขอออก น.ส.3 ทะเบียน ส.ค.1 เลขที่ 92 เนื้อที่ 115 ไร่3 งาน 84 ตารางวา แล้วโอนขายให้แก่จำเลยเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม2511 ปรากฏตามสำเนาภาพถ่าย น.ส.3 ทะเบียน ส.ค.1 เลขที่ 92เอกสารท้ายฟ้องหมาย 3 โดยโจทก์ทั้งสามไม่ทราบมาก่อน โจทก์ทั้งสามจึงยื่นคำคัดค้านการขอออก น.ส.3 ก. ของจำเลยเพราะจำเลยไม่เคยเข้าครอบครองและเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ทั้งสามดังกล่าวโจทก์ได้ให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนที่ดินคืนแก่โจทก์ตามส่วนสัดที่ครอบครองกันมา

จำเลยเพิกเฉย ขอให้พิพากษาว่าที่ดินตาม น.ส.3ทะเบียน ส.ค.1 เลขที่ 92 ตามแผนที่สังเขปแสดงการครอบครองในส่วนหมายเลข 1 เนื้อที่ประมาณ 30 ไร่เป็นของโจทก์ที่ 1 ในส่วนหมายเลข 2 และ 4 เนื้อที่ประมาณ 30 ไร่เป็นของโจทก์ที่ 2และในส่วนหมายเลข 5 เนื้อที่ประมาณ 27 ไร่เป็นของโจทก์ที่ 3ให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนคืนพร้อมทั้งรังวัดแบ่งแยกให้โจทก์ทั้งสาม หากจำเลยไม่ยอมปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวอีกต่อไปจำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า ที่โจทก์ทั้งสามอ้างว่าได้รับการยกให้ที่ดินตามฟ้องซึ่งเป็นที่ดินพิพาทจากนายอยู่และนางจวนบิดามารดาและได้ครอบครองทำประโยชน์เป็นส่วนสัดโดยโจทก์ที่ 1 ครอบครองเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่

โจทก์ที่ 2ครอบครองเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ โจทก์ที่ 3 ครอบครองเนื้อที่ประมาณ 27 ไร่ ติดต่อกันเป็นเวลา 20 ปีนั้นไม่เป็นความจริงความจริงที่ดินตาม ส.ค.1 เลขที่ 92 เป็นของจำเลย เนื้อที่ประมาณ160 ไร่ เพราะนายลำดวนเป็นผู้รับมรดกที่ดินจำนวนเนื้อที่ดังกล่าวมาจากนายอยู่และนางจวนแต่ผู้เดียวแล้วจดทะเบียนโอนขายที่ดินทั้งหมดให้แก่จำเลยในราคา 30,000 บาท โดยโจทก์ทั้งสามได้รู้เห็นและยินยอม การขอรับมรดก การออก น.ส.3 และจดทะเบียนโอนขายที่ดินให้จำเลยดังกล่าวนั้นได้ทำตามระเบียบในคราวเดียวกันโดยความยินยอมของโจทก์ทั้งสามเมื่อ พ.ศ. 2511 ปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายหนังสือสัญญาขายที่ดิน 1 แปลงท้ายคำให้การ นับแต่นั้นเป็นต้นมา จำเลยได้เข้าครอบครองทำกินในที่ดินดังกล่าว ให้เช่าเสียภาษีบำรุงท้องที่และนำไปจำนองอย่างเจ้าของทั้งหมด และได้ครอบครองรวมทั้งเนื้อที่ส่วนที่ถูกเขตนิคมสร้างตนเอง

ทุ่งสานตัดผ่านเข้าอยู่ในเขตของนิคมด้วย โจทก์ที่ 2 ได้เคยขอแบ่งเช่าที่ดินพิพาททำนาจากจำเลยบางปีเท่านั้น เมื่อเดือนธันวาคม 2525 จำเลยได้ไปยื่นคำขออก น.ส.3 ก. ในส่วนที่เคยออก น.ส.3 มาแล้ว โจทก์ที่ 1ได้ไปคัดค้าน และเมื่อเดือนมกราคม 2526 โจทก์ที่ 1 และที่ 3ได้บุกรุกเข้าไปไถนาในเขตที่ดินตาม น.ส.3 ของจำเลยบางส่วน ส่วนโจทก์ที่ 2 ได้ขอแบ่งเช่ากับจำเลยเป็นจำนวน 10 ไร่ แต่โจทก์ที่ 2เข้าไปไถเกินจำนวนเนื้อที่ที่เช่าและไปแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานว่าจำเลยบังคับให้ลงลายมือชื่อในสัญญาเช่า จำเลยจึงกลับใจไม่ให้เช่าต่อไป และได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่โจทก์ทั้งสามคดีอยู่ระหว่างสอบสวน โจทก์ทั้งสามไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสามที่ดินของโจทก์ที่ 1 มีเนื้อที่ 20 ไร่ 3 งาน 60 ตารางวาของโจทก์ที่ 2 มีเนื้อที่ 5 ไร่ 80 ตารางวา และ 22 ไร่ 2 งาน60 ตารางวา ของโจทก์ที่ 3 มีเนื้อที่ 38 ไร่ 1 งาน 60 ตารางวาตามแผนที่เอกสารหมาย

จ.2 และให้แผนที่ตามเอกสารหมาย จ.2 เป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษา ให้เพิกถอน น.ส.3 (ทะเบียน ส.ค.1)ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทอีกต่อไปคำขอให้จำเลยจดทะเบียนและแบ่งแยกที่ดินให้โจทก์ทั้งสาม ให้ยกเสียจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยจะขอแถลงการณ์ประกอบคำแก้ฎีกาด้วยนั้นเห็นว่าไม่จำเป็น จึงให้งดเสีย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 18 ซึ่งมีผลใช้บังคับในขณะโจทก์ทั้งสามยื่นฎีกาบัญญัติว่า "ในคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทหรือไม่เกินจำนวนที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริง ฯลฯ" คดีนี้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยซื้อที่ดินพิพาทมี น.ส.3 ทะเบียน ส.ค.1 เลขที่ 92 เป็นหลักฐานจากนายลำดวนจุ้ยเสือ ซึ่งเป็นผู้ขอออก น.ส.3 ดังกล่าวแล้ว นำมาขายให้จำเลยจำเลยได้ครอบครองโดยฝ่ายโจทก์มิได้โต้แย้ง ถือได้ว่าจำเลยได้ใช้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาทอย่างเจ้าของ

โจทก์ทั้งสามไม่ได้ใช้สิทธิดังกล่าวเช่นจำเลย แล้วฟังข้อเท็จจริงว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยโจทก์ทั้งสามฎีกาว่าที่ดินพิพาทไม่เป็นของนายลำดวน เพราะโจทก์ทั้งสามได้รับการยกให้ที่ดินพิพาทมาจากนายอยู่และนางจวนจุ้ยเสือ บิดามารดา โจทก์ทั้งสามได้ครอบครองที่ดินพิพาทโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลา 20 ปี ไม่มีผู้ใดโต้แย้ง ส่วนจำเลยไม่ได้เข้าครอบครองที่ดินพิพาทแต่อย่างใดเลย จึงเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 2 เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง เมื่อที่ดินพิพาทอันเป็นทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นฎีกาในส่วนของโจทก์ที่ 1 มีเนื้อที่ 20 ไร่ 3 งาน 60 ตารางวา ของโจทก์ที่ 2 มีเนื้อที่ 5 ไร่ 80 ตารางวา และ 22 ไร่ 2 งาน 60 ตารางวารวมกันแล้วมีเนื้อที่ 27 ไร่ 3 งาน 40 ตารางวา และของโจทก์ที่ 3มีเนื้อที่ 38 ไร่ 1 งาน 60 ตารางวา และคู่ความตีราคาที่ดินพิพาทตามราคาที่ทางราชการได้ประเมินไว้เพื่อใช้เป็นทุนทรัพย์สำหรับเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดิน

ดังกล่าวไร่ละ 4,000 บาท เมื่อโจทก์ทั้งสามกล่าวในฟ้องชัดเจนว่าโจทก์แต่ละคนได้รับการยกให้และต่างก็เข้าครอบครองทำประโยชน์อย่างเป็นส่วนสัดตามที่รับโอนมาดังกล่าว โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย โจทก์ทั้งสามจึงได้มีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดีโจทก์ทั้งสามชอบที่จะยื่นฟ้องจำเลยมาคนละสำนวน การที่โจทก์ทั้งสามรวมกันฟ้องมาในสำนวนเดียวกัน และศาลชั้นต้นยอมรับฟ้องโจทก์ทั้งสาม เช่นนี้ราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นฎีกาคดีนี้ย่อมต้องถือเอาราคาที่ดินที่โจทก์ทั้งสามแต่ละคนอ้างว่าเป็นของตนตามที่แบ่งแยกกันครอบครองเป็นส่วนสัดกันมานั้น ศาลฎีกาคำนวณราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นฎีกาของโจทก์ทั้งสามแต่ละคนแล้วปรากฏว่าทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคนไม่เกินคนละสองแสนบาท คดีของโจทก์แต่ละคนจึงเป็นคดีที่ราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ย่อมต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามบทบัญญัติดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาโจทก์ทั้งสามมานั้น จึงเป็นการไม่ชอบศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษายกฎีกาโจทก์ทั้งสาม

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพศาล รางชางกูร · นิเวศน์ คำผอง · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 834/2546

โจทก์ฟ้องอ้างว่า จำเลยที่ 18 มีคำสั่งให้เพิกถอน น.ส.3 ก. ของโจทก์เนื่องจากเป็นการออกทับหนองน้ำสาธารณประโยชน์ ทำให้โจทก์ไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดินดังกล่าวอีกต่อไป ดังนั้น การที่โจทก์ขอให้เพิกถอนคำสั่งข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1058/2545

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินระหว่างจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 อันเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ และยังมีคำขอให้ศาลมีคำสั่งว่าโจทก์มีสิทธิซื้อที่ดิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1106/2541

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินภายในเส้นสีน้ำเงิน จำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ในบริเวณเส้นสีแดงเนื้อที่ 3 ไร่เศษ ราคา 15,000 บาทตามแผนที่ท้ายฟ้อง และตัดฟันต้นไม้ของโจทก์คิดค่าเสียห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4931/2541

คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ที่ดินรวม 3 แปลงมาโดยการครอบครองปรปักษ์ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่าการเข้าครอบครองที่ดิน ดังกล่าวครอบครองแทน พ. กรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4139/2541

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ครอบครองทำประโยชน์ในที่พิพาทโดยโจทก์ไม่ได้แจ้งการครอบครองไว้ แต่ได้เสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมา ต่อมาโจทก์ได้ยื่นคำขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ต่อจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้