Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2379/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งไม่อนุญาตให้อ. ซึ่งเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร เพราะมีพฤติการณ์ค้ายาเสพติดและเป็นธุระจัดหาผู้หญิงเพื่อส่งไปประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองพ.ศ. 2522 มาตรา 16 อ.ย่อมมีลักษณะต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักรตามมาตรา 12(10) คำสั่งนั้นย่อม มีผลใช้บังคับได้จนกว่าถูกยกเลิกหรือเพิกถอน หลังจากนั้นอ. ได้เดินทางเข้าออกราชอาณาจักรหลายครั้ง โดยได้รับอนุญาตและมีหนังสือเดินทางถูกต้อง แต่ก็หามีผลทำให้อ. กลับกลายเป็นคนต่างด้าวที่มีลักษณะไม่ต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักรไม่ ดังนั้นเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจพบ อ. ในราชอาณาจักร จึงจับอ.ส่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อรอการส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักรตามมาตรา 22และ 54 แต่พนักงานอัยการขอรับตัว อ.มาฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลในความผิดต่อพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469ก่อนแม้ศาลในคดีดังกล่าวจะอนุญาตให้ปล่อยชั่ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พระราชบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 240 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 16 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 22 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 53 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งไม่อนุญาตให้อ. ซึ่งเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร เพราะมีพฤติการณ์ค้ายาเสพติดและเป็นธุระจัดหาผู้หญิงเพื่อส่งไปประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองพ.ศ. 2522 มาตรา 16 อ.ย่อมมีลักษณะต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักรตามมาตรา 12(10) คำสั่งนั้นย่อม มีผลใช้บังคับได้จนกว่าถูกยกเลิกหรือเพิกถอน หลังจากนั้นอ. ได้เดินทางเข้าออกราชอาณาจักรหลายครั้ง โดยได้รับอนุญาตและมีหนังสือเดินทางถูกต้อง แต่ก็หามีผลทำให้อ. กลับกลายเป็นคนต่างด้าวที่มีลักษณะไม่ต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักรไม่ ดังนั้นเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจพบ อ. ในราชอาณาจักร จึงจับอ.ส่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อรอการส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักรตามมาตรา 22และ 54 แต่พนักงานอัยการขอรับตัว

อ.มาฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลในความผิดต่อพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469ก่อนแม้ศาลในคดีดังกล่าวจะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว อ.กับห้ามมิให้อ.เดินทางออกนอกราชอาณาจักร และแม้อ. จะมีกำหนดเดินทางออกนอกราชอาณาจักรก่อนถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมไม่กี่วันก็ตาม แต่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติ คนเข้าเมืองฯ มาตรา 54 วรรคสาม ก็มีอำนาจรับตัวและกักตัว อ. ไว้ต่อไปได้ ณ สถานที่ใดเป็นเวลานานเท่าใดตามความจำเป็นเนื่องจาก อ.เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตดังกล่าว เมื่อไม่ได้ความว่าคำสั่งของ พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ให้กักตัว อ. เพื่อรอการส่งกลับออกนอกราชอาณาจักรฝ่าฝืนต่อกฎหมาย จึงถือไม่ได้ว่าการกักตัว

อ. เป็นการคุมขังที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันจะเป็นเหตุให้ศาลสั่งปล่อยตัว อ.ตามที่ผู้ร้องซึ่งเป็นภริยาของ อ. ร้องต่อศาลตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 240 ได้ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องอยู่กินฉันสามีภริยากับนายอูลริค โวล์ฟกัง หรือโวล์ฟกัง อูลริค สัญชาติเยอรมัน มาตั้งแต่ปี 2534 มีบุตรด้วยกัน 1 คน คือเด็กหญิงราโมนา อูลริค และร่วมกันทำธุรกิจหลายอย่างในประเทศไทย เป็นเวลาประมาณ 7 ปีแล้ว นายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค ถือหนังสือเดินทางประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี หมายเลข 9312015140 เดินทางเข้าออกราชอาณาจักรมาหลายครั้งโดยถูกต้องตามกฎหมายมากกว่า 10 ปี นอกจากนายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค

จะมีธุรกิจในประเทศไทยแล้วยังมีธุรกิจในต่างประเทศอีกมากมายมีทรัพย์สินมูลค่าหลายร้อยล้านบาทนายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค ไม่เป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรและไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน สถานเอกอัครราชฑูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีมีหนังสือรับรองว่า นายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริคไม่มีรายการบันทึกอยู่ในบัญชีรายชื่อบุคคลที่ทางราชการต้องการตัวและไม่เคยมีคำสั่งห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักร ครั้งสุดท้ายเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2541โดยถูกต้องและได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรจนถึงวันที่26 กันยายน 2541 แต่เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2541 นายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง

อูลริค ถูกเจ้าพนักงานตำรวจ จับโดยกล่าวหาว่าเป็นคนต่างด้าวที่ต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักร ตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 689/2540 ขณะอยู่กับผู้ร้องที่สำนักงานของบริษัทบาวาเรียเฮ้าส์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 216/62 หมู่ที่ 10 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุงจังหวัดชลบุรี ต่อมาวันที่ 15 กันยายน 2541 นายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค ถูกส่งมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและถูกกักตัวไว้จนถึงวันที่ 23 ตุลาคม 2541 พนักงานสอบสวนกองบังคับการสืบสวนสอบสวนคดีเศรษฐกิจจึงขอรับตัวนายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค ไปดำเนินคดีในความผิดต่อพระราชบัญญัติศุลกากรและความผิดต่อพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคมต่อมาพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ยื่นฟ้องนายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค เป็นจำเลยในความผิดดังกล่าวต่อศาลชั้นต้น ระหว่างการพิจารณาเมื่อวันที่18 ธันวาคม 2541 นายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริคยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวแต่ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรและได้แจ้งให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทราบ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองขออายัดตัวนายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค และกักตัวไว้ในสถานกักตัวคนต่างด้าวตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2541 เป็นต้นมาซึ่งเป็นการคุมขังหรือกักตัวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ไต่สวนและดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 240กับมีคำสั่งให้ปล่อยตัวนายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริคศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เห็นว่า คำร้องมีมูลตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 240 หมายเรียกผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือผู้แทนผู้คุมขังให้นำตัวนายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค ผู้ถูกคุมขังมาศาลศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่า ผู้คุมขังแสดงให้เป็นที่พอใจของศาลได้ว่าการคุมขังผู้ถูกคุมขังเป็นการชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีเหตุให้ปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 240ให้ยกคำร้องของ ผู้ร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาผู้ร้องว่าพนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกักตัวนายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค คนต่างด้าวเพื่อรอการส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักรชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ได้ความจากคำเบิกความของพันตำรวจเอกวัชระ สังวรโยธินผู้กำกับการฝ่าย 3 ตม.2 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการกักตัวคนต่างด้าวเพื่อรอการส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักรว่า เกี่ยวกับคดีนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522มีคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 689/2540 ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2540ไม่อนุญาตให้นายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร

ต่อมาวันที่ 14 กันยายน 2541 เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรตำบลพัทยาร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองพัทยาจับนายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค แล้วนำส่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อรอการส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักร แต่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน คดีเศรษฐกิจมีหนังสือ ที่ 0611.8/5609 ลงวันที่ 25 กันยายน 2541 ขออายัดตัวนายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค ไว้ดำเนินคดีในความผิดต่อพระราชบัญญัติศุลกากร และรับตัวไปดำเนินคดีเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2541 ต่อมาพนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ยื่นฟ้องนายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค เป็นจำเลยในความผิดดังกล่าวต่อศาลชั้นต้น ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 8935/2541 ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น

นายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค ได้รับการปล่อยชั่วคราว แต่เนื่องจากนายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค เป็นคนต่างด้าวซึ่งมีลักษณะต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักร พนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจึงรับตัวและกักตัวนายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค ไว้ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2541 เพื่อรอการส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักรตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522มาตรา 22 และ 54 เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองพ.ศ. 2522 มาตรา 16 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจสั่งไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวผู้ใดหรือจำพวกใดเข้ามาในราชอาณาจักร ในกรณีที่มีพฤติการณ์ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเห็นว่า เพื่อประโยชน์แก่ประเทศหรือเพื่อความสงบเรียบร้อยวัฒนธรรมหรือศีลธรรมอันดี หรือความผาสุกของประชาชน

ไม่สมควรอนุญาตให้คนต่างด้าวผู้นั้นหรือจำพวกนั้นเข้ามาในราชอาณาจักร และเมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่อนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักร คนต่างด้าวผู้นั้นหรือจำพวกนั้นย่อมมีลักษณะต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักรตามมาตรา 12(10) เมื่อพิจารณาคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 689/2540 เรื่องไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรจำนวน 34 คน ตามเอกสารหมาย พ.18 โดยมีนายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค อยู่อันดับที่ 17 ตามสำเนาบัญชีรายชื่อคนต่างด้าวที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด สมควรประกาศเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักรตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 โดยนายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวลฟ์กัง อูลริค

มีพฤติการณ์ค้ายาเสพติดและเป็นธุระจัดหาผู้หญิงเพื่อส่งไปค้าประเวณีที่ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ตามหนังสือสถานีตำรวจภูธร ตำบลพัทยา ลับที่ 0618.1(2)/15 ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2540 และบันทึกรายงานของ สว.งาน 3 กก.1 ส.1 ในการประชุมโครงการรวบรวมข้อมูลชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรและมีพฤติการณ์ด้านยาเสพติด ครั้งที่ 1/2540 เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2540 พฤติการณ์ดังกล่าวจึงเป็นเหตุให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้นายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค ซึ่งเป็น 1 ในจำนวน 34 คนดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักรที่ผู้ร้องฎีกาว่านายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค ไม่มีพฤติการณ์ตามที่ถูกกล่าวหา แต่ถูกกลั่นแกล้งไม่ให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรนั้นเห็นว่า

อำนาจในการพิจารณาสั่งไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นอำนาจโดยเฉพาะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 16 เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวผู้ใดเข้ามาในราชอาณาจักร คำสั่งนั้นย่อมมีผลใช้บังคับได้จนกว่าถูกยกเลิกหรือเพิกถอน เมื่อยังไม่มีการยกเลิกหรือเพิกถอนคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว นายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค จึงยังคงเป็นคนต่างด้าวที่มีลักษณะต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักร แม้ผู้ร้องจะฎีกาว่า นายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค เดินทางเข้าออกราชอาณาจักรหลายครั้ง โดยได้รับอนุญาตและมีหนังสือเดินทางถูกต้องตามสำเนาหนังสือเดินทางเอกสารหมาย

พ.15 ก็ตาม ก็หามีผลทำให้นายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค กลับกลายเป็นคนต่างด้าวที่มีลักษณะไม่ต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักรไม่ และเป็นเรื่องที่นายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค อาจถูกคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมืองเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อสั่งเพิกถอนการอนุญาตเข้ามาในราชอาณาจักรตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 53

ที่ผู้ร้องฎีกาว่านายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค กำหนดจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักรวันที่ 25 กันยายน 2541 โดยได้ซื้อตั๋วโดยสารเครื่องบินไว้เรียบร้อยแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องจับนายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2541 แล้วนำส่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อกักตัวไว้รอการส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักรนั้น เห็นว่าการกักตัวคนต่างด้าวที่เข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อรอการส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 54 วรรคสาม บัญญัติให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ที่จะกักตัวคนต่างด้าวผู้นั้นไว้ ณ สถานที่ใดเป็นเวลานานเท่าใดตามความจำเป็นก็ได้ฉะนั้นแม้นายอูลริค

โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค มีกำหนดเดินทางออกนอกราชอาณาจักรวันที่ 25 กันยายน 2541 แต่เมื่อนายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค เป็นคนต่างด้าวเข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต พนักงานเจ้าหน้าที่ย่อมมีอำนาจที่จะกักตัวนายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค เพื่อรอการส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักรตามบทกฎหมายดังกล่าวได้ ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาว่า ในคดีอาญาที่นายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค ถูกฟ้องเป็นจำเลยศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว แต่ห้ามมิให้นายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค เดินทางออกนอกราชอาณาจักร พนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจึงหมดความจำเป็นที่จะกักตัวเพื่อรอการส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักรนั้น

เห็นว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวเป็นการสั่งในคดีอาญาที่นายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค ถูกฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้นส่วนการกักตัวนายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค เพื่อรอการส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักรเป็นอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 54 วรรคสาม ซึ่งให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ที่จะสั่งได้หลายกรณีเมื่อไม่ได้ความว่าคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ให้กักตัวนายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค เพื่อรอการส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักรฝ่าฝืนต่อกฎหมาย จึงถือไม่ได้ว่าการกักตัวนายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค เป็นการคุมขังที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายอันจะเป็นเหตุให้ศาลสั่งปล่อยตัวนายอูลริค โวล์ฟกังหรือโวล์ฟกัง อูลริค ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 240 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องของ ผู้ร้องชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัย เตโชพิทยากูล · มงคล คุปต์กาญจนากุล · ปัญญา ถนอมรอด
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้