คำฟ้องและคำให้การ
จำเลยยื่นคำร้องว่าศาลได้สั่งอายัดเงินจากนางจรวยศรี ตัณฑโอภาส ซึ่งนางจรวยศรีได้นำเงินนั้นมาวางศาลแล้ว และจำเลยได้วางเงินค่าฤชาธรรมเนียมกับค่าทนายที่จะต้องใช้แทนโจทก์ไว้ด้วย บัดนี้
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ จึงขอให้ศาลสั่งถอนอายัดและคืนเงินทั้งสองจำนวนให้จำเลย โจทก์แถลงคัดค้านว่าคดีนั้นยังไม่ถึงที่สุดเพราะโจทก์ได้ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว จำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นอีกที่พอจะยึดมาชำระหนี้โจทก์ได้ ในเมื่อโจทก์ชนะคดีในที่สุด ศาลชั้นต้นสั่งให้ยกคำร้องของจำเลย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้คืนเงินทั้งสองจำนวนตามคำร้องแก่จำเลย
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับเงินค่าฤชาธรรมเนียมกับค่าทนายที่จำเลยวางศาลเมื่อจำเลยอุทธรณ์นั้น เมื่อปรากฏว่าศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยชนะคดี จำเลยก็ชอบที่จะร้องขอให้คืนเงินที่วางนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๕๑ และตามคำสั่งคำร้องที่ ๔๘๗/๒๔๙๓ ส่วนเงินที่นางจรวยศรีได้นำมาวางศาลตามคำสั่งอายัดนั้น เมื่อศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาให้จำเลยเป็นฝ่ายชนะคดีอันเป็นต้นเหตุแห่งการอายัดเงินรายนี้แล้ว และในคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ก็มิได้กล่าวถึงวิธีการชั่วคราวที่ศาลชั้นต้นได้สั่งอายัดเงินไว้ก่อนคำพิพากษาแต่ประการใด คำสั่งศาลชั้นต้นที่กำหนดวิธีการชั่วคราวก่อนคำพิพากษาจึงเป็นอันยกเลิกไปในตัวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๐(๑) และตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๘๘๕/๒๔๙๐
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.