Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2396/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามคำให้การของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ให้การไว้ว่า จำเลยที่ 1 มีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าโจทก์ จำเลยที่ 1 ได้ขอออกโฉนดที่ดินพิพาทโดยถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้นำชี้รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ส่วนเรื่องแย่งการครอบครองนั้นเป็นคำให้การของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ปฏิเสธว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 มิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 72673 ย่อมไม่อาจถือได้ว่า ข้อต่อสู้ดังกล่าวเป็นข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 4 ด้วย อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ในข้อที่ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยแย่งการครอบครองมาจากโจทก์แล้วจึงเป็นเรื่องที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ต้องห้ามอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 76273 เลขที่ดิน 226 และโฉนดที่ดินเลขที่ 76274 เลขที่ดิน 227 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ให้จำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนในที่ดินโฉนดเลขที่ 76274 เลขที่ดิน 227 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ให้โจทก์ หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 และห้ามมิให้จำเลยที่ 1 เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินแปลงดังกล่าว ให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 โอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนในที่ดินโฉนดเลขที่ 76273 เลขที่ดิน 226 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ให้โจทก์ หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 และห้ามมิให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินแปลงดังกล่าว ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้เงินจำนวน 100,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายในอัตราปีละ 100,000 บาท นับแต่ปี 2553 ไปจนกว่าจำเลยทั้งสี่จะดำเนินการให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 76273 เลขที่ดิน 226 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี กลับคืนสภาพเป็นที่นาตามเดิม

จำเลยทั้งสี่ให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 76273 เลขที่ดิน 226 และโฉนดที่ดินเลขที่ 76274 เลขที่ดิน 227 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ห้ามมิให้จำเลยทั้งสี่เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินแปลงดังกล่าว ให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ดำเนินการให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 76273 เลขที่ดิน 226 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี กลับคืนสภาพเป็นที่นาตามเดิม ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้เงินจำนวน 60,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 จะดำเนินการให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 76273 ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี กลับคืนสภาพเป็นที่นาตามเดิม และให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 10,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีได้ความว่า ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ขอออกโฉนดที่ดินเลขที่ 76273 และ 76274 ทับที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 42 ซึ่งโจทก์มีสิทธิครอบครอง และรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 แย่งการครอบครองที่ดินพิพาทจากโจทก์แล้ว จำเลยที่ 1 ไม่อุทธรณ์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 อุทธรณ์ว่า ตามพยานหลักฐานควรรับฟังว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยการแย่งการครอบครองที่ดินพิพาทมาจากโจทก์ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่วินิจฉัยนั้นชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามคำให้การของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ให้การไว้ว่า จำเลยที่ 1 มีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าโจทก์

จำเลยที่ 1 ได้ขอออกโฉนดที่ดินพิพาทโดยถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้นำชี้รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ส่วนเรื่องแย่งการครอบครองนั้นเป็นคำให้การของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ปฏิเสธว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 มิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 76273 ย่อมไม่อาจถือได้ว่าข้อต่อสู้ดังกล่าวเป็นข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ข้อนี้ จึงเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับวินิจฉัยให้ชอบแล้ว ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ จันทรา · ปดารณี ลัดพลี · แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดลพบุรี - นายสมชาย อติกรจุฑาศิริ
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสุพัฒน์ บุญยุบล
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.785/2556
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ147/2553
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ730/2554
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้