Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 240/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บันทึกรายงานประจำวันของตำรวจมีข้อความว่า โจทก์กับจำเลยมีกรณีโต้เถียงกันเรื่องค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา กับจำเลยเอาทรัพย์สินของโจทก์ไป แม้จะมีข้อความบันทึกว่าจำเลยแจ้งว่าโจทก์ได้มาตะโกนทวงหนี้และเอาทรัพย์สินไป แต่ก็ไม่มีข้อความว่าจำเลยได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับโจทก์ในข้อหาหมิ่นประมาท จึงไม่เป็นคำร้องทุกข์ที่กล่าวหาว่าโจทก์กระทำผิดทางอาญา.(ที่มา-เนติ)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยแจ้งความเท็จแก่เจ้าพนักงานตำรวจหาว่าโจทก์หมิ่นประมาทจำเลย ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 137, 172,173

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีไม่มีมูลพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'คดีคงมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่าข้อความที่จำเลยแจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่าโจทก์ได้ตะโกนทวงหนี้และเอาเตาแก๊สของโจทก์ไปตามเอกสารหมาย จ.1 เป็นคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่าโจทก์หมิ่นประมาทจำเลยหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์นำสืบเอกสารหมาย จ.1ว่าเป็นคำร้องทุกข์ของจเลยต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลชนะสงครามว่าโจทก์หมิ่นประมาทจำเลย

ศาลฎีกาเห็นว่าเอกสารหมาย จ.1 นี้เป็นบันทึกรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี ซึ่งมีข้อความว่าโจทก์กับจำเลยมีกรณีโต้เถียงกันเรื่องค่าไฟฟ้าค่าน้ำประปา กับเอาทรัพย์สินของโจทก์ไป และตำรวจได้นำโจทก์จำเลยมายังสถานีตำรวจนครบาลชนะสงครามเท่านั้น แม้เอกสารฉบับนี้ได้มีข้อความบันทึกไว้ว่า จำเลยแจ้งว่าโจทก์ได้มาตะโกนทวงหนี้และเอาทรัพย์สินไป ก็หาได้มีข้อความว่าจำเลยได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับโจทก์ในข้อหาหมิ่นประมาทจำเลยไม่ เอกสารดังกล่าวจึงถือไม่ได้ว่าเป็นคำร้องทุกข์ของจำเลยที่กล่าวหาโจทก์ว่าโจทก์กระทำความผิดทางอาญา ทั้งข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบมาในชั้นไต่สวนมูลฟ้องก็เป็นเรื่องที่จำเลยดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาทโจทก์ด้วยถ้อยคำต่าง ๆ ซึ่งโจทก์มิได้กล่าวในฟ้อง ข้อนำสืบของโจทก์จึงเป็นเรื่องนอกฟ้องทั้งสิ้น ที่ศาลล่างทั้งสองเห็นว่าคดีของโจทก์ไม่มีมูลอันพึงประทับฟ้องนั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น'

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มาโนช เพียรสนอง · สุพจน์ นาถะพินธุ · สีนวล คงลาภ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6637/2558

รายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีมีข้อความว่า เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2555 ถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2555 ร. ร่วมกับ ณ. และ อ. หลอกลวงให้โจทก์โอนเงิน 13 ครั้ง รวมเป็นเงิน 1,952,000 บาท โดยแจ้งว่าจะนำเงินที่โจทก์โ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4560/2558

แม้ในเบื้องต้นโจทก์ร่วมที่ 1 ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน ตามสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี แต่หลังจากนั้นโจทก์ร่วมที่ 1 ไปให้การต่อพนักงานสอบสวนพร้อมกับร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยฐานฉ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 421/2556

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 78 ซึ่งนำมาปรับใช้แก่คดีนี้โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520 มาตรา 3 และ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22267/2555

กฎหมายมิได้กำหนดรูปแบบของการร้องทุกข์ว่าต้องดำเนินการอย่างไร การที่โจทก์ร่วมแจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่า ประสงค์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลย และพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำโจทก์ร่วมไว้ จึงถือว่าเป็นการร้องทุกข์แล้ว แม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9600/2554

ร. ผู้รับมอบอำนาจช่วงจากผู้เสียหายว่าจ้างจำเลยให้บันทึกเพลงของผู้เสียหายลงแผ่นซีดีและวีซีดีคาราโอเกะอันเป็นการก่อให้จำเลยทำซ้ำซึ่งงานดนตรีกรรม สิ่งบันทึกเสียง และโสตทัศนวัสดุอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เสียหา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้