Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2401/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ยึดแขนหญิงและนั่งเบียดหญิงในรถ ระหว่างพาหญิงไปเพื่อการอนาจาร เป็นการกระทำปกติธรรมดาในการควบคุมมิให้หนี ไม่มีลักษณะเป็นการทำอนาจารตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา278

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ยึดแขนหญิงและนั่งเบียดหญิงในรถ ระหว่างพาหญิงไปเพื่อการอนาจาร เป็นการกระทำปกติธรรมดาในการควบคุมมิให้หนี ไม่มีลักษณะเป็นการทำอนาจารตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา278ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจารและทำอนาจาร จำคุก 10 ปี จำเลยที่ 2 จำคุก 1 ปี 10 เดือน 15 วัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284, 278, 46, 76, 78 จำเลยที่ 3 จำคุก 4 ปี8 เดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284, 278, 335, 78, 86

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ จำคุกจำเลยที่ 1 1 ปี 10 เดือน 15 วัน จำเลยที่ 2 จำคุก 8 เดือนตามมาตรา 284, 75, 78 จำเลยที่ 3 จำคุก 1 ปี 9 เดือน 10 วัน ตาม มาตรา 284,335, 76, 78 ยกข้อหาจำเลยที่ 2, 3 ฐานทำอนาจาร

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ที่โจทก์กล่าวมาในฎีกาว่า ในระหว่างทางที่จำเลยทั้งสามกับพวกหลบหนี (คงหมายถึงในขณะจำเลยทั้งสามกับพวกพาผู้เสียหายไป) จำเลยกับพวกได้เปลี่ยนกันเข้ายึดแขนผู้เสียหาย และในระหว่างควบคุมตัวผู้เสียหายไปบนรถ จำเลยกับพวกได้พยายามนั่งเบียดผู้เสียหายมาตลอดทาง แสดงว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 มีเจตนากระทำอนาจารผู้เสียหายนั้นเห็นว่าการกระทำต่าง ๆ ดังที่โจทก์กล่าวมาเป็นเพียงการกระทำตามปกติธรรมดาในการควบคุมผู้เสียหายมิให้หลบหนีเท่านั้นเอง หามีลักษณะเป็นการกระทำอนาจารผู้เสียหายไม่ ดังปรากฏในคำเบิกความของผู้เสียหายว่าระหว่างเดินทางไม่มีผู้ใดลวนลามผู้เสียหายเลย คงมีแต่จำเลยที่ 1 คนเดียวเท่านั้นที่แสดงความรักและลวนลามผู้เสียหาย จึงฟังว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 ได้กระทำอนาจารผู้เสียหายในขณะพากันเดินทางไม่ได้ ที่โจทก์กล่าวว่าการที่จำเลยที่ 2 ที่ 3คอยอยู่นอกห้องที่จำเลยที่ 1 อยู่ตามลำพังกับผู้เสียหายเป็นการอยู่ในลักษณะคุมเชิงมิให้ผู้เสียหายหลบหนี เป็นการแสดงว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 มีเจตนาร่วมกันกระทำความผิดเช่นนั้นด้วย

เห็นว่าข้อเท็จจริงดังกล่าวยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2ที่ 3 ได้กระทำการใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่จำเลยที่ 1ในการทำอนาจารผู้เสียหายแต่ประการใด จำเลยที่ 2 ที่ 3 จึงไม่มีความผิดในการที่จำเลยที่ 1 กระทำอนาจารผู้เสียหายในตอนนี้เช่นกัน คดีจึงลงโทษจำเลยที่ 2ที่ 3 ในข้อหานี้ไม่ได้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุไพศาล วิบุลศิลป์ · จันทร์ ระรวยทรง · สุวัฒน์ รัตรสาร
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4683/2562

แม้ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา มี พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 27) พ.ศ.2562 ออกใช้บังคับ โดยมาตรา 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (18) ของมาตรา 1 แห่งประมวลกฎหมายอาญา "(18) "กระทำชำเรา"…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6389/2560

การกระทำอนาจารอันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 280 นั้น จะต้องได้ความว่าผลของความตายของผู้ถูกกระทำอนาจารเกิดจากการกระทำอนาจาร แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้ตายถูกจำเลยทั้งสองขับรถจักรยานยนต์แซงเบียดจนรถจักร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12983/2558

การที่จำเลยแอบติดตั้งกล้องบันทึกภาพไว้ที่ใต้โต๊ะทำงานของโจทก์ร่วม และบันทึกภาพสรีระร่างกายของโจทก์ร่วมตั้งแต่ช่วงลิ้นปี่จนถึงอวัยวะช่วงขามองเห็นกระโปรงที่โจทก์ร่วมสวมใส่ ขาท่อนล่างและขาท่อนบนของโจทก์ร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8163/2557

จำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุและกระทำอนาจารผู้เสียหายแล้วออกจากบ้านไป ถือว่าเป็นความผิดสำเร็จแล้ว จากนั้นจำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุโดยมีวัตถุของแข็งอีกครั้งเพื่อประทุษร้ายร่างกายผู้เสียหา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19715/2555

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยใช้กำลังประทุษร้ายกระทำอนาจารโจทก์ร่วมใช้มือดึงเสื้อและเสื้อชั้นในของโจทก์ร่วมขึ้นแล้วจับหน้าอกของโจทก์ร่วม เมื่อโจทก์ร่วมดึงเสื้อดังกล่าวลงมา จำเลยยังเอามือสอดเข้าไปใต้เสื้อขอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้