Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 241/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การโดยยกข้อต่อสู้ขึ้นใหม่ เป็นข้อแก้ข้อหาเดิม เปลี่ยนแปลงข้ออ้าง ข้อเถียงเพื่อสนับสนุน ข้อหา หรือเพื่อหักล้างข้อหาของคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 179(3) และไม่ใช่กรณีแก้ไขข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาดเล็กน้อย ในรายละเอียด ทั้งเรื่องดังกล่าวมิใช่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ของประชาชนด้วยแล้ว จำเลยจะต้องขอแก้ไขเสียก่อนวันชี้สองสถาน มิฉะนั้นไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา180 ประกอบด้วย พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 31.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 179 ป.วิ.พ. มาตรา 180 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องจำเลยเรียกค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายเนื่องจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

จำเลยให้การว่าไม่เคยบอกเลิกจ้างโจทก์หรือกระทำการที่ไม่เป็นธรรมในการเลิกจ้าง โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าชดเชยและค่าเสียหาย ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า เป็นคำร้องขอแก้ไขคำให้การที่ยื่นภายหลังวันชี้สองสถานแล้ว ประกอบกับโจทก์คัดค้านยังไม่มีเหตุสมควรอนุญาต จึงยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ว่า การที่จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การนั้น แม้เป็นการยื่นภายหลังมีการชี้สองสถาน แต่คำร้องขอแก้ไขคำให้การของจำเลยเป็นเพียงแก้ไขข้อความที่ไม่ตรงกับความจริงบางข้อเพียงเล็กน้อย เป็นการแก้ไขในรายละเอียดที่จำเลยต่อสู้เป็นประเด็นไว้แล้ว ไม่ได้แก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงให้มีประเด็นขึ้นมาใหม่ หรือทำให้โจทก์เสียเปรียบพิเคราะห์แล้ว ตามคำร้องขอแก้ไขคำให้การของจำเลยลงวันที่ 13พฤศจิกายน 2534 มีข้อความว่า ข้อ 1.1 จำเลยขอยกเลิกคำให้การในแผ่นที่ 2 บรรทัดที่ 1 ถึง 6 ทั้งหมด และใช้ข้อความใหม่แทนว่าระดับตำแหน่งสูงขึ้นและมีความก้าวหน้ากว่าตำแหน่งที่โจทก์ดำรงอยู่ในปัจจุบัน เป็นตำแหน่งเหมาะสมกับความรู้ความชำนาญของโจทก์เมื่อโจทก์ตกลงแล้วจำเลยก็มิได้ย้ายโจทก์ไปดำรงตำแหน่งใหม่ทันทีตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 ที่ว่าจำเลยประกาศย้ายโจทก์ไม่เป็นความจริง

ความจริงประกาศดังกล่าวเป็นกรณีที่โจทก์จะย้ายไปยังบริษัทอุตสาหกรรมโพลียูรีเทนไทย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่มีกรรมการบริหารชุดเดียวกันพนักงานบริษัทจำเลยกับบริษัทในเครือปกติมีการโอนสับเปลี่ยนตำแหน่งกันอยู่ตลอดเวลา เพื่อความก้าวหน้าของพนักงานและเหมาะสมกับความรู้ความสามารถการโอนย้ายพนักงานระหว่างบริษัทจำเลยกับบริษัทในเครือก็อยู่ภายใต้เงื่อนไขการจ้างเดิมนับอายุงานต่อเนื่องโดยอัตราค่าจ้างไม่น้อยกว่าเดิม ทั้งนี้โดยความสมัครใจและยินยอมของพนักงานด้วยข้อ 1.2 จำเลยขอยกเลิกข้อความเดิมในข้อ 2 บรรทัด 11 และเพิ่มเติมข้อความใหม่ว่า ต้องระดมเจ้าหน้าที่ผู้มีความชำนาญฝ่ายเมื่อใด โจทก์ยินยอมไปทำงานกับบริษัทในเครือของจำเลยตามที่จำเลยมอบหมายโดยปราศจากเงื่อนไขและตามที่โจทก์ตกลงกับจำเลยเมื่อตอนเข้าทำงานข้อ 2.

จำเลยขอแก้ไขในข้อ 3.1 บรรทัด 2 โดยยกเลิกข้อความเดิมทั้งหมดและแก้ไขว่า โจทก์ยังไม่มีสิทธิได้รับโบนัส เพราะตามระเบียบจำเลยต้องจ่ายโบนัสให้ลูกจ้างเมื่อลูกจ้างทำงานครบ 1 ปีแล้วแต่โจทก์ทำงานยังไม่ครบ 1 ปีข้อ 3. จำเลยขอยกเลิกข้อความในข้อ 3.2 ทั้งหมดและใช้ข้อความใหม่แทนว่า การที่โจทก์เรียกค่าเสียหายกรณีจำเลยเลิกจ้างโจทก์ ทำให้โจทก์ตกงานขาดรายได้นำไปเลี้ยงครอบครัวเท่ากับอัตราค่าจ้าง 12 เดือน เป็นเงิน 822,600 บาท ไม่เป็นความจริงเพราะจำเลยไม่เคยเลิกจ้างโจทก์ มีแต่จะส่งเสริมให้โจทก์ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น แต่โจทก์ไม่ทำงานให้จำเลย ค่าเสียหายจึงไม่เกิดขึ้นและโจทก์ไม่ตกงาน บริษัทในเครือจำเลยหลายบริษัทพร้อมจะรับโจทก์เข้าทำงานศาลฎีกาเห็นว่า ข้อความที่จำเลยขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การนี้เป็นเรื่องจำเลยยกข้อต่อสู้ขึ้นใหม่เป็นข้อแก้ข้อหาเดิมเปลี่ยนแปลงข้ออ้าง ข้อเถียงเพื่อสนับสนุนข้อหา หรือเพื่อหักล้างข้อหาของคู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 179(3) จึงไม่ใช่เป็นการแก้ไขข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาดเล็กน้อยในรายละเอียดดังจำเลยอ้าง

จำเลยจึงต้องขอแก้ไขเสียก่อนวันชี้สองสถาน เมื่อจำเลยได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การดังกล่าวหลังจากวันชี้สองสถาน โดยไม่ปรากฏว่ามิอาจยื่นคำร้องขอแก้ไขก่อนวันชี้สองสถานและมิใช่เรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนจึงเป็นการยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 180 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ที่ศาลแรงงานกลางไม่อนุญาตให้จำเลยแก้ไขคำให้การนั้นชอบแล้วอุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมมาตร พรหมานุกูล · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · ตัน เวทไว
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3904/2535

โจทก์ขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องภายหลังยื่นคำฟ้อง ศาลแรงงานมีคำสั่งอนุญาต ในวันนัดพิจารณา ศาลแรงงานมีอำนาจไกล่เกลี่ยคู่ความให้ตกลงกันหรือประนีประนอมยอมความกัน และโจทก์แถลงสละข้อหาตามคำฟ้องเพิ่มเติมดังกล่าวใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4269/2565

แม้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจะมิได้ยกปัญหาว่าฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นอ้างในคำให้การ แต่กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจึงยกขึ้นฎีกาได้ตาม ป.ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 746/2563

การที่โจทก์ขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ที่ได้ยื่นไว้ต่อศาลชั้นต้นโดยขอลดจำนวนทุนทรัพย์จาก 3,000,000 บาท ลงเหลือ 300,000 บาท มิใช่เป็นการแก้ไขประเด็นในอุทธรณ์ ย่อมไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบ การขอแก้ไขเพิ่มเติม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15722/2558

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำฟ้องของโจทก์ให้บริบูรณ์เพื่อแสดงและยืนยันตัวบุคคลว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน เมื่อ"นายสมเกียรติ" กับ "นายสมเกียรติ์" เป็นบุคคลคนเดียวกัน การขอแก้ไขเพิ่มเติมชื่อนายสมเกียรติ์เข้ามา จึงม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12437/2558

คดีก่อนและคดีนี้โจทก์ฟ้องโดยมีข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาอย่างเดียวกัน แต่คดีนี้อ้างเพิ่มเติมว่า การที่จำเลยกับพวกเพิกเฉยไม่ไปจดทะเบียนให้ที่ดินพิพาทตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ เป็นเหตุให้สถ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้