Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 241/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามสำเนาสัญญาเช่าซื้ออันเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องระบุไว้ชัดเจนว่าได้ทำขึ้นระหว่างโจทก์ผู้ให้เช่าซื้อโดย ว. ผู้รับมอบอำนาจตามหนังสือมอบอำนาจฝ่ายหนึ่งกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้ออีกฝ่ายหนึ่ง เมื่ออ่านคำฟ้องแล้วจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่สัญญาย่อมเข้าใจได้ดีว่า โจทก์ได้มอบอำนาจให้ ว. เป็นผู้ลงนามในสัญญาเช่าซื้อแทนโจทก์การที่โจทก์ระบุในคำฟ้องว่าโจทก์มอบอำนาจให้ ส. เป็นผู้ลงนามในสัญญาแทน และส่งสำเนาหนังสือมอบอำนาจฉบับที่โจทก์มอบอำนาจให้ ส. มีอำนาจลงนามแทนโจทก์ประกอบคำฟ้องนั้นเป็นเพียงข้อผิดพลาดเล็กน้อย ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องได้ แม้จะเป็นการขอแก้ไขคำฟ้องหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นแล้วและมิได้มีการส่งสำเนาคำร้องให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง เพราะเป็นการแก้ไขคำฟ้องให้ตรงกับข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่สัญญาทราบดีอยู่แล้วและเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อย จึงถือมิได้ว่าทำให้จำเลยที่ 1 เสียเปรียบในทางคดีแต่อย่างใด เมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องเกี่ยวกับตัวผู้รับมอบอำนาจแล้ว ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจรับฟังหนังสือมอบอำนาจฉบับใหม่ที่ถูกต้องแทนฉบับเดิมได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัดโจทก์มอบอำนาจให้นายสุวัฒน์ พัฒโนภาษ หรือนายนเรนทร์ อุนานุภาพ เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนและมอบอำนาจช่วงได้ นายนเรนทร์มอบอำนาจช่วงให้นายถวัลย์ จิตตริยกุล ดำเนินคดีแทน โจทก์มอบอำนาจให้นายวันชัย ธัญญาเวชกิจ ลงนามในสัญญาเช่าซื้อแทน เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2538 จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ หมายเลขทะเบียน 4 ฬ - 1180 กรุงเทพมหานคร ไปจากโจทก์ในราคา463,644.81 บาท ตกลงผ่อนชำระค่าเช่าซื้อเป็นงวดรายเดือน รวม 41 งวด โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม จำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ 7 ถือว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกันทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวแต่จำเลยที่ 1 ไม่ส่งมอบรถยนต์คืนโจทก์

ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 243,193.43 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า ตราที่ประทับในหนังสือมอบอำนาจของโจทก์และที่ประทับในสัญญาเช่าซื้อมิได้เป็นตราสำคัญของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง สัญญาเช่าซื้อเป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 142,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 21 มกราคม 2541) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"คดีมีปัญหาชั้นฎีกาว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า โจทก์ขอแก้ไขคำฟ้องหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นแล้ว และมิได้ส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยที่ 1 ทราบล่วงหน้าอย่างน้อยสามวัน ศาลชั้นต้นจึงไม่อาจอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องได้ ข้อเท็จจริงได้ความว่า หลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นแล้ว

โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องเกี่ยวกับตัวผู้รับมอบอำนาจให้ลงนามในสัญญาเช่าซื้อจากนายสณชัย ชุติภิญโญ เป็นนายวันชัยธัญญาเวชกิจ และโจทก์ส่งสำเนาหนังสือมอบอำนาจเอกสารท้ายฟ้องผิดไป จึงขอส่งสำเนาหนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้องแทนฉบับเดิม เห็นว่า ตามสำเนาสัญญาเช่าซื้อเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 5, 6 อันเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องระบุไว้ชัดเจนว่าสัญญาดังกล่าวได้ทำขึ้นระหว่างโจทก์ผู้ให้เช่าซื้อโดยนายวันชัย ธัญญาเวชกิจ ผู้รับมอบอำนาจตามหนังสือมอบอำนาจฝ่ายหนึ่งกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้ออีกฝ่ายหนึ่งเมื่ออ่านคำฟ้องแล้วคู่ความโดยเฉพาะจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่สัญญาย่อมเข้าใจได้ดีว่าโจทก์ได้มอบอำนาจให้นายวันชัยเป็นผู้ลงนามในสัญญาเช่าซื้อแทนโจทก์

การที่โจทก์ระบุในคำฟ้องว่าโจทก์มอบอำนาจให้นายสณชัยเป็นผู้ลงนามในสัญญาแทน และส่งสำเนาหนังสือมอบอำนาจเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 ฉบับที่โจทก์มอบอำนาจให้นายสณชัยมีอำนาจลงนามแทนโจทก์ประกอบคำฟ้องนั้นเป็นเพียงข้อผิดพลาดเล็กน้อย ดังนั้น ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องได้ แม้จะเป็นการขอแก้ไขคำฟ้องหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นแล้วและมิได้มีการส่งสำเนาคำร้องให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งก็ตาม เพราะเป็นการแก้ไขคำฟ้องให้ตรงกับข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่สัญญาทราบดีอยู่แล้วและเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยจึงถือว่ามิได้ทำให้จำเลยที่ 1 เสียเปรียบในทางคดีแต่อย่างใดเมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องเกี่ยวกับตัวผู้รับมอบอำนาจแล้ว ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจรับฟังหนังสือมอบอำนาจฉบับใหม่ที่ถูกต้องแทนฉบับเดิมได้ คดีไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาข้ออื่นเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิรัช ลิ้มวิชัย · สายันต์ สุรสมภพ · เรวัตร อิศราภรณ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4547/2545

คำเสนอขายรถยนต์พิพาทมี ส. ลงชื่อโดยมิได้ประทับตราสำคัญของบริษัทจำเลยที่ 1 ให้ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองแต่กรรมการของบริษัทมีเพียง ส. เท่านั้น ส. จึงมิได้เสนอขายเป็นส่วนตัว แม้จะมิได้ประทับตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 295/2501

การที่เจ้าของที่ดินที่ยังไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่จัดสร้างวัดขึ้นในที่ดินแล้วถวายให้เป็นวัดและทางราชการได้ประกาศตั้งให้เป็นสำนักสงฆ์ตามพระะราชบัญญัติคณะสงฆ์แล้วก็ต้องถือว่าเป็นวัดตามกฎหมายวัดย่อมเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2494 (เลขอ้างอิง 51680)

จำเลยได้ให้การโต้แย้งตั้งแต่ต้นว่าสัญญากู้ฉบับที่โจทก์มาฟ้องนี้ เป็นสัญญาที่ทำปลอมขึ้นและยังยื่นคำแถลงยืนยันว่าลายพิมพ์นิ้วมือในสัญญากู้นั้นไม่ใช่ลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยโดยมีลวดลายแตกต่างกันหลายประการ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2494 (เลขอ้างอิง 89262)

จำเลยได้ให้การโต้แย้งตั้งแต่ต้นว่าสัญญากู้ฉะบับที่โจทก์มาฟ้องนี้ เป็นสัญญาที่ทำปลอมขึ้น และยังยื่นคำแถลงยืนยันว่าลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยโดยมีลวดลายแตกต่างกันหลายประการ จำเลยขอพิศูจน์โดยผู้เชี่ยวชาญ ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2276/2568

การที่โจทก์พักชำระหนี้ให้แก่จำเลยที่ 1 งวดเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ถึงงวดเดือนกรกฎาคม 2563 เป็นเวลา 6 เดือน แต่โจทก์ยังคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12.09 ต่อปี ในระหว่างการพักชำระหนี้เป็นเงินรวม 14,422.22 บาท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้