Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2420/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีเดิม ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลางศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ดังกล่าวให้คู่ความฟังโดยชอบเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2530 และคดีถึงที่สุดแล้ว แต่ปรากฏตามคำร้องของผู้ร้องทั้งสองและหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถยนต์บรรทุกของกลางท้ายคำร้องว่า ผู้ร้องที่ 2 รับโอนรถยนต์บรรทุกของกลางจากผู้ร้องที่ 1 เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2531 อันเป็นเวลาภายหลังจากที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ฉะนั้นผู้ร้องที่ 2 จึงไม่อยู่ในฐานะเป็นเจ้าของที่จะยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ของกลางได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้รถยนต์บรรทุกน้ำหนักเกินกำหนด 9,000 กิโลกรัม โดยฝ่าฝืนกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2515 ข้อ56, 83 และริบรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 84-8920กรุงเทพมหานคร ของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย ส่วนรถยต์บรรทุกของกลางนั้นยังไม่เห็นสมควรให้ริบ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 88-8920 กรุงเทพมหานคร ของกลางนอกจากที่คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีถึงที่สุดแล้วผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์บรรทุกของกลาง โดยรับโอนมาจากผู้ร้องที่ 1เมื่อปี 2531 ผู้ร้องทั้งสองไม่รู้ว่าศาลอุทธรณ์ ได้มีคำพิพากษาให้ริบของกลางเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2530 เพราะจำเลยมิได้แจ้งให้ผู้ร้องทั้งสองทราบ ผู้ร้องทั้งสองเพิ่งทราบว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลางเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2532 ผู้ร้องทั้งสองขออนุญาตยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์บรรทุกของกลาง เพราะผู้ร้องทั้งสองมิได้มีส่วนรู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดของจำเลยด้วย จึงขอให้ศาลมีคำสั่งคืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้องทั้งสองศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า

ไม่มีเหตุที่จะขยายนเวลายื่นคำร้องขอคืนของกลาง และผู้ร้องยื่นคำร้องขอคืนของกลางเกินเวลา 1 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ให้ยกคำร้องผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงได้ความว่า ในคดีเดิมศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลาง ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ดังกล่าวให้คู่ความฟังโดยชอบเมื่อวันที่24 เมษายน 2530 และคดีถึงที่สุดแล้ว แต่ปรากฏตามคำร้องของผู้ร้องทั้งสองและหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถยนต์บรรทุกของกลางท้ายคำร้องว่า ผู้ร้องที่ 2 รับโอนรถยนต์บรรทุกของกลางจากผู้ร้องที่ 1 เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2531 อันเป็นเวลาภายหลังจากที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ฉะนั้น ผู้ร้องที่ 2 จึงไม่อยู่ในฐานะเป็นเจ้าของที่จะยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์บรรทุกของกลางได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของผู้ร้องที่ 2ว่ามีเหตุสมควรที่จะขยายเวลายื่นคำร้องขอคืนของกลางให้แก่ผู้ร้องที่ 2 หรือไม่"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฎีกาผู้ร้องที่ 2.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุไร คังคะเกตุ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุวิทย์ ธีรพงษ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 908/2568

โจทก์มิได้ปฏิบัติเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอให้สั่งริบทรัพย์สินของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 35 วรรคสอง โดยครบถ้วนจึงไม่อาจนำบทบัญญัติเรื่องการคืนทรัพย์สินตามความในมาตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2311/2567

การร้องขอคืนของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา 36 นั้น เจ้าของที่แท้จริงซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดย่อมมีสิทธิร้องขอคืนของกลางต่อศาลได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งคำว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 444/2563

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยรวมทุกกระทงแล้วจำคุก 28 ปี 56 เดือน ตาม ป.อ. มาตรา 91 (3) แต่เมื่อโทษจำคุกแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี จึงห้ามคู่ความมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 403/2563

ที่ผู้ร้องฎีกาทำนองว่า พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์บรรยายไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทรัพย์ของกลางไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด เห็นว่า คดีร้องขอคืนของกลางมีประเด็นต้องวิน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 335/2563

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2552 จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องและได้นำเงินจำนวน 529,846.58 บาท มาวางที่ศาลชั้นต้นเพื่อเป็นการชำระหนี้ตามคำพิพากษา แต่ขอให้ศาลระงับการจ่ายเงินให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้