Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2431/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลอุทธรณ์มีอำนาจวินิจฉัยข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในสำนวนไปได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยเสียก่อนเจ้าของนำรถจักรยานยนต์มาจ้างร้านโจทก์ซ่อมแล้วไม่มารับคืนเพราะค่าจ้างสูง โจทก์จึงเอามาใช้ขับขี่ แล้วถูกรถจำเลยชนได้รับความเสียหาย กรณีนี้โจทก์เป็นผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์โดยชอบด้วยกฎหมาย และจะต้องรับผิดต่อเจ้าของรถหากรถนั้นต้องเสียหาย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องให้จำเลยซึ่งเป็นผู้ละเมิดชดใช้ค่าเสียหายเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์คันนั้นแก่โจทก์ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุตรสะใภ้และเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2ซึ่งเป็นเจ้าของโรงสีข้าวได้ขับรถบรรทุกข้าวสารของจำเลยที่ 2 ไปส่งลูกค้าในทางการที่จ้าง ขับรถโดยประมาทชนกับรถจักรยานยนต์ซึ่งโจทก์ขับมา ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำเลยให้การว่าจำเลยที่ 1 ไม่ใช่ลูกจ้างจำเลยที่ 2 และไม่ได้ประมาทเหตุเกิดเพราะความผิดของโจทก์เอง รถจักรยานยนต์และนาฬิกาข้อมือตามฟ้องไม่ใช่ของโจทก์ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมค่าเสียหายที่เรียกร้องเกินความจริงขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่าประเด็นข้อหนึ่งซึ่งจำเลยฎีกาโต้แย้งว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยถึงเหตุที่รถชนกันว่าโจทก์มีส่วนประมาทด้วย ซึ่งศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัยเป็นการไม่ชอบขอให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ก่อนนั้น เห็นว่า ปัญหาดังกล่าวมีผลเกี่ยวเนื่องถึงการคำนวณค่าเสียหายที่จำเลยจะต้องชำระแก่โจทก์ เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในท้องสำนวนพอวินิจฉัยได้แล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์มีอำนาจวินิจฉัยไปได้เลยไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนดังที่จำเลยฎีกาอีกข้อหนึ่งจำเลยฎีกาว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์เพราะโจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์หรือเป็นผู้มีสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น ได้ความว่า รถเป็นของผู้ที่เอามาจ้างร้านโจทก์ซ่อมแล้วเจ้าของไม่มารับคืนเพราะค่าจ้างซ่อมสูง โจทก์จึงเอามาใช้ขับขี่ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าในขณะเกิดเหตุรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุอยู่ในความครอบครองของโจทก์โดยชอบด้วยกฎหมาย และโจทก์จะต้องรับผิดต่อเจ้าของรถหากรถนั้นต้องเสียหาย เมื่อจำเลยที่ 1 มาทำให้เสียหาย โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ได้สำหรับค่าเสียหายอย่างอื่นที่ศาลล่างกำหนดมาศาลฎีกาเห็นว่า เหมาะสมแล้วฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
แต่ง ทองภักดี · สมชัย ทรัพยวณิช · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 658/2541

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นทายาทของ ช.ให้ส่งมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์คืน จำเลยให้การว่า โจทก์ตกลงจะขายฝากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่พิพาทให้แก่ ช. เป็นเวลา 1 ปี โดยได้รับเงินค่าขายฝาก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5059/2567

ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 26 กรณีที่จะถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การต่อเมื่อปรากฏว่า ในวันนัดพิจารณาเมื่อโจทก์และจำเลยมาพร้อมกันแล้วถ้าไม่อาจตกลงกันหรือไม่อาจประนีประนอมยอมความก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4637/2567

ป.วิ.พ. มาตรา 184 วรรคสอง บัญญัติว่า "ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน ให้ศาลออกหมายกำหนดวันนัดสืบพยานส่งให้คู่ความทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบวัน" การที่ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยที่ 7 แล้วนัดฟังคำพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4208/2567

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินกับ ร. มีกำหนดเวลา 10 ปี และเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา ทั้งมีข้อตกลงว่า หากสัญญาสิ้นสุดแล้วให้ต่อสัญญาออกไปอีก 5 ปี แต่ ร. ถึงแก่ความตายแล้ว ขอใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4849/2566

ในการพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง กำหนดว่าศาลต้องดำเนินการไกล่เกลี่ยเพื่อให้คู่ความได้ตกลงหรือประนีประนอมยอมความกัน และมาตรา 26 วรรคหนึ่ง กำหนดว่า ถ้า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้