Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2432/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้จำเลยจะให้การว่าก่อนรับโอนกรรมสิทธิ์โจทก์ทราบแล้วว่าที่ดินนั้นเป็นลำรางสาธารณะ จำเลยไม่เคยหลอกลวงโจทก์ แต่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้แต่เพียงว่าจำเลยได้ขายลำรางสาธารณะให้แก่ฝ่ายโจทก์กับ ก. และรับเงินมาแล้ว 30,000 บาท จริงหรือไม่เท่านั้น จำเลยไม่โต้แย้ง ประเด็นข้อพิพาทจึงมีเพียงเท่าที่ศาลชั้นต้นกำหนด ข้อเท็จจริงที่ว่าฝ่ายโจทก์รู้มาก่อนรับโอนกรรมสิทธิ์แล้วว่าเป็นลำรางสาธารณะไม่มีสิทธิเรียกเงินคืนจึงไม่เป็นประเด็นข้อพิพาท ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณต้นปี พ.ศ. ๒๕๐๗ จำเลยได้ประกาศโฆษณาจัดสรรที่ดินจำหน่ายให้แก่ประชาชนทั่วไปและได้ชี้แจงให้โจทก์ที่ ๑, ที่ ๒ และนายเกรียง กังวานเวชกุล ทราบว่า ที่ดินทั้งหมดในแผนผังเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย จำเลยมีสิทธิขายได้ โจทก์ที่ ๑, ที่ ๒ และนายเกรียงได้บอกจำเลยว่ามีความประสงค์จะซื้อที่ดินผืนใหญ่ที่มีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า ๔ ไร่ เพื่อตั้งโรงงานและที่พักคนงาน จำเลยจึงเสนอแนะให้ซื้อที่ดินจากจำเลยติดต่อกันหลายแปลงเพื่อให้ได้ที่ดินเป็นผืนใหญ่ผืนเดียวพอที่จะตั้งโรงงาน โจทก์ที่ ๑, ที่ ๒ และนายเกรียงเห็นว่าที่ดินตามแผนผังที่จำเลยประกาศขายนี้มีที่ดินบางส่วนว่างและคั่นกันอยู่ จำเลยยืนยันว่าที่ว่างที่คั่นอยู่นั้นเป็นของจำเลย

หากโจทก์ประสงค์จะซื้อจำเลยจะขายให้ โจทก์ที่ ๑, ที่ ๒ และนายเกรียงเชื่อตามคำเสนอขายของจำเลย จึงตกลงซื้อที่ดินหมายเลข ๕๑, ๕๘, ๓๙๑, ๓๙๒, ๓๙๓ ตามแผนผังซึ่งมีเนื้อที่รวมกัน ๑๗๕๖ ตารางวา และที่ดินที่ว่างระหว่างที่ดิน ๕ แปลงนั้นซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ ๑๐๐ ตารางวา โดยจำเลยตีราคาที่ว่างกัน ๓๐,๐๐๐ บาท ได้ชำระราคาบางส่วนให้จำเลย ๕๐,๐๐๐ บาท เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๐๗ ส่วนที่เหลือตกลงจะชำระในวันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ในวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๐๗ จำเลยได้จดทะเบียนโอนขายที่ดินทั้ง ๕ โฉนดและทำบันทึกโดยอขายที่ว่างระหว่างที่ดิน ๕ โฉนด โดยได้รับชำระราคาเรียบร้อยแล้วที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวคือ โอนขายที่ดินโฉนดที่ ๓๐๕๖ และ ๓๐๙๐ เนื้อที่ ๔๕๘ ตารางวา ให้แก่โจทก์ที่ ๑ โอนขายที่ดินโฉนดที่ ๗๒๙๑ เนื้อที่ ๔๖๘ ตารางวา ให้แก่โจทก์ที่ ๒ โอนขายที่ดินโฉนดที่ ๗๒๙๒ และ ๗๒๙๓ เนื้อที่ ๗๓๐ ตารางวาให้แก่นายเกรียง และโอนขายที่ดินที่ว่างระหว่างที่ดิน ๕ โฉนดนั้น

เนื้อที่ประมาณ ๑๐๐ ตารางวา ให้แก่โจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ และนายเกรียงดังภาพถ่ายเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๖ ต่อมาเมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๕๑๖ โจทก์จึงทราบชัดว่าจำเลยนำที่ว่างระหว่างที่ดิน ๕ โฉนดนั้นอันเป็นลำรางสาธารณะมาโอนขายให้โดยจำเลยทราบดีว่าเป็นลำรางสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินซึ่งจำเลยไม่มีอำนาจนำมาโอนขายได้ การกระทำของจำเลยเป็นการหลอกลวงและได้รับเงินไปจากโจทก์และนายเกรียง โจทก์ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแล้ว การที่โจทก์ไม่ได้กรรมสิทธิ์ไม่สามารถใช้สอยที่ดินลำรางและไม่สามารถใช้ที่ดินตามโฉนดทั้ง ๕ แปลงตามวัตถุประสงค์เดิม ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย กล่าวคือ (๑) ที่ดินลำรางสาธารณประโยชน์ที่จำเลยนำมาขายให้นั้น

เมื่อจำเลยไม่สามารถส่งมอบและโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ โจทก์ได้บอกกล่าวให้คืนเงิน จำเลยเพิกถอน จึงต้องรับผิดในเงินจำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท ที่ได้รับไปพร้อมด้วยดอกเบี้ย (๒) ที่ดิน ๕ โฉนดที่ได้รับโอนจากจำเลยนั้น ถ้าไม่มีลำรางสาธารณะคั่นก็จะสร้างโรงงานได้ ราคาซื้อขายกันในขณะนี้จะไม่ต่ำกว่าไร่ละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ถ้ามีลำรางคั่น ราคาจะลดลงเหลือไร่ละไม่เกิน ๒๗๐,๐๐๐ บาท การที่จำเลยไม่สามารถส่งมอบโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่เป็นลำรางสาธารณะให้โจทก์และนายเกรียงตามข้อตกลง ทำให้โจทก์และนายเกรียงไม่อาจใช้ที่ดิน ๕ โฉนดนั้นตามความประสงค์ที่แท้จริง เป็นเหตุให้ที่ดิน ๕ โฉนดนั้นต้องเสื่อมความสะดวกความเหมาะสมแก่การที่จะใช้และประโยชน์อันพึงได้จากที่ดินเป็นราคาไม่ต่ำกว่าไร่ละ ๓๐,๐๐๐ บาท

รวม ๕ โฉนด เป็นเนื้อที่ ๕ ไร่ ๑ งาน ๕๖ ตารางวา เป็นเงิน ๑๓๐,๕๐๐ บาท นายเกรียงตามไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๐๘ โจทก์ที่ ๓ และที่ ๔ เป็นน้องชายเป็นผู้รับมรดกนายเกรียง จำเลยจะต้องใช้ค่าเสียหายจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ทั้งสี่ (๓) ถ้าที่ดินลำรางนั้นเป็นของจำเลยและจำเลยสามารถโอนส่งมอบให้ได้ตามข้อตกลง ในปัจจุบันจะมีราคาไม่ต่ำกว่า ๗๕,๐๐๐ บาท การที่โจทก์และนายเกรียงต้องสูญเสียลำรางไป จำเลยจะต้องชดใช้ค่าขาดประโยชน์จากที่ดินลำรางเป็นเงิน ๔๕,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย ขอให้บังคับให้จำเลยใช้คืนเงินค่าที่ดินลำรางหรือชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นจำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า ที่ดินตามฟ้องนี้เจ้าพนักงานออกโฉนดให้จำเลยตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๐ จำเลยตกลงขายให้แก่โจทก์ที่ ๑ และที่ ๒ ในวันชำระราคาที่ดินและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์จำเลยจึงทราบว่าผู้ที่ชำระราคาที่ดินเป็นคนต่างด้าวสูงอายุ การใส่ชื่อบุคคลในโฉนดเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์นั้นผู้ชำระราคาเป็นผู้จัดการเอง จำเลยไม่เคยติดต่อหรือรู้จักผู้ที่มีชื่อในโฉนดมาก่อน ผู้ชำระราคาที่ดินและโจทก์ที่ ๑ ที่ ๒ ไม่เคยแจ้งแก่จำเลยก่อนซื้อว่าจะใช้ที่ดินก่อสร้างโรงงานและที่พักคนงาน จำเลยไม่เคยแนะนำชักชวนหรือหลอกลวงให้ซื้อที่ดินติดต่อกันหลายแปลงเพื่อสร้างโรงงาน ไม่เคยตกลงหรือให้สัญญาว่าจะขายที่ดินที่ว่างหรือลำรางบางส่วนที่คั่นที่ดิน ๕ โฉนดนั้น

ไม่เคยได้รับเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท เป็นค่าที่ดินที่ว่าง ๑๐๐ ตารางวา ที่ดินตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๖ ไม่เกี่ยวกับการซื้อขายที่ดินตามฟ้อง ที่ดินเนื้อที่ ๑๐๐ ตารางวา ขายอย่างสูงไม่เกินกว่า ๑๓,๐๐๐ บาท เพราะจำเลยขายที่ดินตามฟ้องในราคาไร่ละประมาณ ๕๐,๐๐๐ บาท ในวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๐๗ จำเลยไม่เคยทำบันทึกโอนขายที่ดินที่ว่างตามฟ้องให้แก่บุคคลใด ก่อนรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามฟ้องโจทก์ก็ทราบแล้วว่าที่ดินรับโอนนั้นติดกับลำรางสาธารณะ ซึ่งจะถือเอาเป็นกรรมสิทธิ์และซื้อขายไม่ได้ จำเลยไม่เคยหลอกลวงให้โจทก์หลงเชื่อ ที่ดิน ๕ โฉนดนั้นตั้งแต่ซื้อไปจนบัดนี้ (พ.ศ.๒๕๑๗) ๑๐ ปีเศษแล้วโจทก์กับพวกยังไม่เคยริเริ่มก่อสร้างโรงงาน ในโฉนดที่โจทก์ที่ ๑, ที่ ๒ กับพวกรับโอนไปก็ปรากฏว่ามีลำรางสาธารณะคั่นอยู่แล้ว

เมื่อที่ดินที่เป็นลำรางไม่ใช่ของจำเลย ไม่สามารถซื้อขายกันได้ และโจทก์ก็ทราบมาก่อนแล้ว จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดตามฟ้องทั้งสิ้น จำเลยขอตัดฟ้องด้วยว่า คดีโจทก์ขาดอายุความฟ้องเรียกค่าเสียหายให้คืนเงินฐานผิดสัญญาและละเมิดแล้ว ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนเงินค่าที่ดินลำรางพิพาท ๓๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ขายที่ดินซึ่งเป็นลำรางสาธารณะให้แก่ฝ่ายโจทก์โดยได้รับชำระราคา ๓๐,๐๐๐ บาทไปจริง และวินิจฉัยว่าคดีนี้แม้จำเลยจะให้การว่าก่อนรับโอนกรรมสิทธิ์โจทก์ทราบแล้วว่าที่ดินนั้นเป็นลำรางสาธารณะ จำเลยไม่เคยหลอกลวงโจทก์ แต่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้แต่เพียงว่าจำเลยได้ขายลำรางสาธารณะให้แก่ฝ่ายโจทก์กับนายเกรียง และรับเงินมาแล้ว ๓๐,๐๐๐ บาท จริงหรือไม่เท่านั้น จำเลยไม่โต้แย้ง ประเด็นข้อพิพาทจึงมีเพียงเท่าที่ศาลชั้นต้นกำหนด ข้อเท็จจริงที่ว่าฝ่ายโจทก์รู้มาก่อนรับโอนกรรมสิทธิ์แล้วว่าเป็นลำรางสาธารณะ ไม่มีสิทธิเรียกเงินคืน จึงไม่เป็นประเด็นข้อพิพาท

ศาลฎีกาวินิจฉัยให้ไม่ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประทีป ชุ่มวัฒนะ · สมบัติ วังตาล · ทวี กสิยพงศ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายชัยนาท ทันตาวงศ์
ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ นิมิตกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1589/2567

ตามคำให้การของจำเลยที่ 2 ที่ให้การว่า เดิมที่ดินส่วนที่จำเลยที่ 2 คัดค้านเป็นของ พ. ที่ขายให้จำเลยที่ 1 และ อ. โดยมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วบุคคลทั้งสองยกให้จำเลยที่ 2 จำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 471/2562

จำเลยให้การว่าจำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยระบุเหตุเลิกสัญญาตามข้อ 7 ข้อ 13 และข้อ 14 ไว้ด้วย ชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาให้บริการพื้นที่โดยชอบด้วยกฎหมายห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2765/2559

ตามคำฟ้องเป็นการกล่าวอ้างให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าการงานที่โจทก์ได้ทำไปแล้วในฐานะที่จำเลยเป็นคู่สัญญากับโจทก์ ส่วนที่โจทก์บรรยายคำฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นผู้รับจ้างบริหารจัดการเรือ อ. จากเจ้าของเรือทำสัญญาว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6454/2558

โจทก์กล่าวอ้างในคำฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันกระทำการโดยทุจริตขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การต่อสู้ว่าจำเลยที่ 2 ได้จดทะเบีย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11902/2557

การแก้ไขข้อต่อสู้ ข้ออ้าง หรือข้อเถียงที่เสนอต่อศาลแต่แรก ผู้คัดค้านต้องยื่นคำร้องขอแก้ไขก่อนวันชี้สองสถาน หรือก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวันในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน เว้นแต่มีเหตุอันสมควรที่ไม่อา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้