Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2433/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ร่วมรับผิดในการกระทำของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวแทนในชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นก็กำหนดประเด็นเกี่ยวกับความรับผิดของจำเลยที่ 1 ไว้เพียงประการเดียวว่า จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนที่ปฏิบัติตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 หรือไม่ การที่ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 2 เนื่องจากจำเลยที่ 2เป็นลูกจ้างกระทำการในทางการที่จ้างของ จำเลยที่ 1 จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบิดาของภริยาจำเลยที่ 1 และเป็นตัวแทนจำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์บรรทุกโดยประมาทด้วยความเร็วสูงเป็นเหตุให้ชนรถยนต์ของโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันใช้ค่าเสียหายจำนวน 86ฐ268 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 86,268 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้ครอบครองรถยนต์ที่ชนรถยนต์ของโจทก์ จำเลยที่ 2มิได้มีนิติสัมพันธ์และมิได้เป็นตัวแทนที่ปฏิบัติตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 3 ในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุนจึงไม่มีหน้าที่ที่จะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามจำเลยที่ 1ระหว่างส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยที่ 2 โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 86,268 บาทให้โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี หนี้จำนวนดังกล่าวให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดในวงเงิน 75,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ดอกเบี้ยนั้นให้คิดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 และที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 ขับรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ช.บ.53053 ของจำเลยที่ 1 ชนกับรถยนต์หมายเลขทะเบียนตราโล่ 03263 ของโจทก์เป็นเหตุให้ทรัพย์สินของโจทก์ได้รับความเสียหาย ก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้กรมทางหลวงเคยเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้ร่ามรับผิดในผลแห่งละเมิดที่เกิดขึ้นในคราวเดียวกันนี้ โดยอ้างว่าขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างกระทำในทากงารที่จ้างของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาลกับกรมทางหลวงยอมชำระเงินตามฟ้อง คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3 ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 จะต้องรัผบิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์หรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 2ในผลแห่งละเมิดที่จำเลยที่ 2 กระทำไปในฐานะเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 แต่ทางนำสืบของโจทก์ปรากฏเพียงว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้ขับรถยนต์คันเกิดเหตุ และจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวเท่านั้น โจทก์มิได้นำสืบให้ปรากฏเลยว่า จำเลยที่ 1กับจำเลยที่ 2 มีความสัมพันธ์กันอย่างไร จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่2 เป็นตัวแทนที่กระทำการตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 ขณะเกิดเหตุส่วนที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 2 เนื่องจากในคดีที่กรมทางหลวงเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2ให้ร่วมกันรับผิดในผลแห่งละเมิดที่เกิดขึ้นในคราวเดียวกันนี้จำเลยที่ 1 ได้ยอมรับว่าขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างกระทำการในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 ย่อมเป็นการปิดปากจำเลยที่ 1 มิให้โต้เถียงว่าไม่มีความสัมพันธ์กับจำเลยที่ 2 และไม่ว่าคดีนี้จะเรียกจำเลยที่ 2 ว่าเป็นตัวแทนหรือลูกจ้างของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ก็ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 2 นั้น

เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ร่วมรับผิดในการกระทำของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวแทน ในชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นก็กำหนดประเด็นเกี่ยวกับความรับผิดของจำเลยที่ 1 ไว้เพียงประการเดียวว่า จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนที่ปฏิบัติตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 หรือไม่ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 2 เนื่องจากจำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างกระทำการในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนที่กระทำการตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 ในขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ 1จึงไม่ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ ซึ่งทำให้จำเลยที่ 3 ในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุไม่ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ด้วยที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดต่อโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · อุระ หวังอ้อมกลาง · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2806/2526

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในผลละเมิดที่จำเลยที่ 1 ได้กระทำไปตามคำสั่งของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบิดาและนายจ้างของจำเลยที่ 1 ในชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นได้กำหนดเกี่ยวกับความรับผิดของจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12849/2558

จำเลยที่ 2 เจ้าของอาคารศูนย์การค้า ซ. จัดลานจอดรถเพื่อให้บริการแก่ร้านค้าที่มาเช่าพื้นที่และลูกค้าของร้านค้าเพื่อจอดรถยนต์ขณะเข้าไปใช้บริการยังร้านค้าที่เช่าพื้นที่ในอาคารศูนย์การค้าและมอบให้บริษัท น.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5092/2558

ตามฟ้องของโจทก์ นอกจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 3 รับผิดในฐานะที่จำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันภัยเป็นนายจ้างหรือตัวการของจำเลยที่ 1 แล้ว ยังพอถือได้ว่าโจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 3 รับผิดสำหรับความรับผิดต่อบุคคลภายนอกข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14217/2558

โจทก์ได้บรรยายให้เห็นว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัย เรือ พ. จากบริษัท อ. จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองอู่ต่อเรือ จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการเรือ พ. มีหน้าที่ดูแลรักษาและซ่อมแซมเรือและเข้าร่วมซ่อมแซมเรือกับจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5800/2553

แม้จำเลยที่ 1 ซึ่งประกอบกิจการห้างสรรพสินค้า เทสโก้ โลตัส สาขามีนบุรี จะไม่มีวัตถุประสงค์ในการรับฝากรถของลูกค้าที่มาจอดเพื่อใช้บริการของห้างจำเลยที่ 1 และไม่มีการเก็บค่าจอดรถก็ตาม แต่การก่อสร้างห้างจำ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้