Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2440/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงโดยบรรยายฟ้องว่าจำเลยร่วมกันหลอกลวงเอาโฉนดที่ดินของโจทก์ไปตั้งแต่ประมาณต้นเดือนพฤศจิกายน 2494 ดังนี้ความผิดฐานฉ้อโกงโฉนดสำเร็จตั้งแต่จำเลยได้โฉนดจากโจทก์ไป แม้โจทก์จะได้บรรยายฟ้องต่อไปด้วยว่า เมื่อจำเลยได้โฉนดไปแล้วได้ร่วมกันให้จำเลยที่ 2 โอนรับมรดกและต่อมาจึงโอนใส่ชื่อของจำเลยที่ 1 ก็เห็นได้ว่าเป็นการบรรยายให้เห็นพฤติการณ์ไม่สุจริตของจำเลยเท่านั้น มิใช่ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดอีกกระทงหนึ่ง หรือเป็นการกระทำความผิดต่อเนื่องกับความผิดฐานฉ้อโกงดังกล่าวข้างต้น ความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี อายุความสำหรับความผิดตามมาตรานี้จึงมีเพียง 10 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95(3) โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2522 เป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี นับแต่วันกระทำความผิด ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตราดังกล่าว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์จึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(6)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณต้นเดือนพฤศจิกายน 2494 จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันหลอกลวงเอาโฉนดที่ดินมรดกเลขที่ 5221 ไปจากบิดาโจทก์ เมื่อได้โฉนดดังกล่าวไปแล้วในเดือนพฤศจิกายน 2494 นั้นเอง จำเลยได้ร่วมกันมอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 โอนรับมรดก แล้วเดือนมีนาคม 2497 จำเลยทั้งสองร่วมกันทุจริตโอนที่ดินตามโฉนดดังกล่าวจากจำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 โจทก์ในฐานะทายาทได้รับความเสียหายขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341, 83 ระหว่างไต่สวนมูลฟ้องศาลชั้นต้นสั่งงดไต่สวน แล้ววินิจฉัยว่าโจทก์ฟ้องเกิน 10 ปี นับแต่วันกระทำผิด ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี คดีดังกล่าวนี้จะต้องได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภายในกำหนด 10 ปีนับแต่วันกระทำความผิดตามมาตรา 95(3) คดีนี้

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยร่วมกันทุจริตเพทุบายหลอกลวงเอาโฉนดที่ดินของโจทก์เลขที่ 5221 ไปจากบิดาโจทก์ แล้วจำเลยร่วมกันร้องขอโอนใส่ชื่อจำเลยที่ 2 คนเดียวในโฉนดแล้วจำเลยที่ 2 โอนโฉนดที่ดินดังกล่าวให้จำเลยที่ 1 ทำให้โจทก์เสียที่ดินส่วนของโจทก์ไป โจทก์ทราบการกระทำของจำเลยทั้งสองเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2522 และโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2522

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าตามฟ้องของโจทก์ดังกล่าวปรากฏว่าโจทก์กล่าวหาจำเลยทั้งสองกระทำความผิดเฉพาะฐานฉ้อโกงเอาโฉนดเลขที่ 5221 ของโจทก์ไปเท่านั้น ส่วนข้อความในฟ้องที่ว่าจำเลยทั้งสองได้โฉนดไปจากโจทก์แล้วได้ดำเนินการโอนรับมรดก และโอนใส่ชื่อจำเลยที่ 1 นั้น เป็นการบรรยายฟ้องให้เห็นพฤติการณ์ไม่สุจริตของจำเลยทั้งสองเท่านั้น หาใช่เป็นฟ้องที่กล่าวหาว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดอีกกระทงหนึ่ง หรือเป็นการกระทำความผิดต่อเนื่องกับความผิดฐานฉ้อโกงโฉนดดังกล่าวข้างต้นไม่ เมื่อการกระทำความผิดของจำเลยเป็นความผิดฐานฉ้อโกงโฉนดของโจทก์ ดังนั้น การกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองจะสำเร็จเป็นความผิดฐานฉ้อโกงได้ด้วยการได้โฉนดเลขที่ 5221 ของโจทก์ไปและปรากฏว่าจำเลยทั้งสองได้โฉนดเลขที่ 5221 ไปจากนายเงินและโจทก์เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2494 ซึ่งเป็นวันกระทำความผิดฐานฉ้อโกงในคดีนี้ แต่โจทก์มาฟ้องจำเลยทั้งสองเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2522 เกินสิบปี

คดีของโจทก์จึงขาดอายุความตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น สิทธินำคดีมาฟ้องของโจทก์จึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(6) แม้โจทก์จะอ้างว่าโจทก์ได้ฟ้องจำเลยทั้งสองหลังจากรู้เรื่องความผิดภายในสามเดือนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 ก็ตาม ก็ไม่ทำให้โจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลยทั้งสองได้เพราะสิทธิฟ้องของโจทก์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 96 ต้องอยู่ภายใต้บังคับ มาตรา 95 แห่งประมวลกฎหมายอาญาพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
แถมชัย สิทธิไตรย์ · ขจร หะวานนท์ · จรัญ สำเร็จประสงค์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 485/2567

โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันฉ้อโกงโจทก์โดยการหลอกลวงแสดงข้อความอันเป็นเท็จให้โจทก์โอนเงิน 1,000,000 บาทให้จำเลยที่ 1 โดยโอนเข้าบัญชีธนาคารของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 341 อั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2191/2551

จำเลยชักชวนโจทก์ร่วมให้ลงทุนทำธุรกิจกับจำเลย โดยอ้างว่าจะนำเงินไปลงทุนเป็นค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่ของโรงแรมเพื่อจัดแสดงสินค้าหัตถกรรมไทยให้ชาวต่างประเทศมาซื้อและนำไปทำกล่องปากกาย่านลิเภาส่งให้บริษัท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4752/2545

แม้โจทก์จะฟ้องจำเลยในข้อหาฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 และข้อหาจัดหางานให้คนหางานไปทำงานที่ต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานฯ มาตรา 30,82 ซึ่งเป็นความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1925/2541

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยโดยทุจริตร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่า จำเลยสามารถหางานและส่งผู้เสียหายไปทำงานยังต่างประเทศได้ ความจริงแล้วจำเลยไม่มีเจตนาและไม่สามารถจัดส่งผู้เสียหา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1035/2540

ข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา341อันเป็นคดีความผิดอันยอมความได้นั้นโจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความว่าผู้เสียหายได้ทราบเรื่องความผิดและรู้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดเมื่อใดเพื่อที่จะได้รู้ว่าผู้เสียหา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้