Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2454/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์จำเลยตกลงกันขอให้ศาลวินิจฉัยในประเด็นข้อเดียวว่าจำเลยมีสิทธิสั่งเลิกสหกรณ์โจทก์ตามกฎหมายหรือไม่ โดยโจทก์จำเลยขอสละข้อต่อสู้อื่น ๆ และไม่ติดใจสืบพยานกันต่อไป ย่อมถือว่าโจทก์จำเลยขอปิดคดีของตนเสร็จแล้วไม่มีเหตุที่จะย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานโจทก์ต่อไปอีกเมื่อได้ความว่าสหกรณ์จำกัดไม่อาจดำเนินกิจการให้ได้ผลดี หรือการดำเนินการของสหกรณ์ก่อให้เกิดความเสียหายแก่สหกรณ์หรือประโยชน์ส่วนรวมดังระบุไว้ในมาตรา 51(3) แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2511 แล้ว นายทะเบียนสหกรณ์ย่อมมีอำนาจสั่งเลิกสหกรณ์ได้ทันทีโดยไม่จำต้องสั่งให้แก้ไขข้อบกพร่องตามมาตรา 47 ก่อน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2511 มาตรา 44 พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2511 มาตรา 45 พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2511 มาตรา 47 พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2511 มาตรา 51 ป.วิ.พ. มาตรา 84 ป.วิ.พ. มาตรา 179 ป.วิ.พ. มาตรา 183

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทสหกรณ์การเกษตร จำเลยที่ 2 มีคำสั่งให้เลิกสหกรณ์โจทก์เพราะโจทก์ไม่ดำเนินกิจการให้ได้ผลดีและก่อให้เกิดความเสียหายแก่สหกรณ์และประโยชน์ส่วนรวม ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์พ.ศ. 2511 มาตรา 51(3) โดยจำเลยที่ 2 ไม่ได้ตรวจสอบหาความจริงและสั่งให้โจทก์แก้ไขข้อบกพร่องตามมาตรา 47 ก่อน จึงเป็นคำสั่งไม่ชอบ ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งจำเลยที่ 2 ดังกล่าวเสียจำเลยทั้งสามให้การว่า การสั่งเลิกสหกรณ์โจทก์ไม่จำเป็นต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2511 มาตรา 44, 45, 47 ก่อนจำเลยที่ 2 มีคำสั่งให้เลิกสหกรณ์โจทก์ตาม มาตรา 51(3)วันนัดพร้อมคู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงกัน ขอให้ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยมีสิทธิสั่งเลิกสหกรณ์โจทก์ตามกฎหมายหรือไม่ โดยคู่ความสละข้อต่อสู้อื่น ๆ และไม่ติดใจสืบพยานกันต่อไป

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีเสร็จการพิจารณาให้นัดฟังคำพิพากษา ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาโจทก์ยื่นคำร้องโต้แย้งขอสืบพยานโจทก์ต่อไป ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีอำนาจสั่งเลิกสหกรณ์โจทก์ได้ตามพระราชบัญญัติสกรณ์ พ.ศ. 2511 มาตรา 51(3) ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ที่โจทก์ขอให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานโจทก์ต่อไปนั้น ปรากฏว่าคดีนี้โจทก์จำเลยขอให้ศาลวินิจฉัยในประเด็นข้อเดียวว่าจำเลยมีสิทธิสั่งเลิกสหกรณ์โจทก์ตามกฎหมายหรือไม่ โดยโจทก์จำเลยขอสละข้อต่อสู้อื่น ๆ และไม่ติดใจสืบพยานกันต่อไปย่อมถือว่าโจทก์จำเลยขอปิดคดีของตนเสร็จแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานโจทก์ต่อไปอีก

ส่วนที่โจทก์ขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 2 นั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า มาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2511 ให้อำนาจจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายทะเบียนสหกรณ์ที่จะสั่งเลิกสหกรณ์จำกัด ได้ทันทีเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ระบุไว้ในมาตราดังกล่าวและข้อเท็จจริงตามที่คู่ความแถลงรับกัน แสดงให้เห็นว่าสหกรณ์โจทก์ไม่อาจดำเนินการให้ได้ผลดีหรือดำเนินการของสหกรณ์โจทก์ก่อให้เกิดความเสียหายแก่สหกรณ์ หรือประโยชน์ส่วนรวมดังที่ระบุไว้ในมาตรา 51(3) นั้นแล้ว จำเลยที่ 2 ในฐานะนายทะเบียนสหกรณ์ย่อมมีอำนาจสั่งเลิกสหกรณ์โจทก์ได้ ไม่มีเหตุที่จะให้ศาลเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 2 ได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน เลิศวิรุฬห์ · ศิริ จีระมะกร · พยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1226/2498

เกี่ยวกับสิทธิอาศัย,โจทก์อ้างว่าโจทก์ได้มาโดยทางนิติกรรม(คือหนังสือสัญญาให้อาศัยห้องแถวท้ายฟ้อง) แต่โจทก์รับว่าหนังสือสัญญาให้อาศัยไม่ได้จดทะเบียน ดังนี้หนังสือให้อาศัยที่โจทก์อ้างจึงไม่สมบูรณ์ตาม ประ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6454/2558

โจทก์กล่าวอ้างในคำฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันกระทำการโดยทุจริตขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การต่อสู้ว่าจำเลยที่ 2 ได้จดทะเบีย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4155/2548

คู่ความตกลงท้ากันโดยถือเอาผลของการรังวัดที่ดินแปลงพิพาทของเจ้าพนักงานที่ดินว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่ตั้งอยู่ในเขตหนังสือรับรองการทำประโยชน์ซึ่งทางราชการได้ออกให้แก่จำเลยหรือไม่ เป็นข้อแพ้ชนะในคดี เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6735/2548

แม้บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นจะระบุว่าจำเลยเป็นผู้ถือหุ้นพิพาท ต้องด้วยข้อสันนิษฐานตาม ป.พ.พ. มาตรา 1141 แต่บทบัญญัติดังกล่าวเป็นเพียงข้อสันนิษฐานตามกฎหมายที่ไม่เด็ดขาด คู่ความมีสิทธินำสืบหักล้างได้ เมื่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 951/2546

แม้โจทก์จะเป็นผู้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงและภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงจะตกแก่โจทก์ แต่เมื่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์ไม่ได้ให้การปฏิเสธข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้างโดยชัดแจ้งรวมทั้งเหตุแ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้