Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2459/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่กฎหมายล้มละลายในส่วนที่ว่าด้วยการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้กำหนดให้แผนฟื้นฟูกิจการซึ่งที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติพิเศษยอมรับแล้วต้องได้รับความเห็นชอบจากศาลอีกชั้นหนึ่งตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ส่วนที่ 8 ว่าด้วยการพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งมาตรา 90/58 บัญญัติให้ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน เมื่อศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าแผนมีรายการครบถ้วนตามมาตรา 90/42 ข้อเสนอในการชำระหนี้ไม่ขัดต่อมาตรา 90/42 ตรี และในกรณีที่มติยอมรับแผนเป็นมติตามมาตรา 90/46 (2) ข้อเสนอในการชำระหนี้ตามแผนนั้นจะต้องเป็นไปตามลำดับที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่าด้วยการแบ่งทรัพย์สินในคดีล้มละลาย เว้นแต่เจ้าหนี้นั้นจะให้ความยินยอม และเมื่อการดำเนินการตามแผนสำเร็จจะทำให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ไม่น้อยกว่ากรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย อันเป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาใช้ดุลพินิจให้ความเห็นชอบด้วยแผน ทั้งนี้ เพื่อให้ศาลเข้ามามีบทบาทในทางเศรษฐกิจโดยใช้อำนาจตุลาการเพื่อก่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย รวมถึงการให้ความคุ้มครองแก่เจ้าหนี้เสียงข้างน้อยด้วย และเพื่อให้แผนฟื้นฟูกิจการเกิดประโยชน์สูงสุดแก่บรรดาเจ้าหนี้ทุกรายอย่างเป็นธรรม ศาลจึงมีอำนาจในการตรวจสอบถึงเนื้อหาของแผน ตลอดจนความสุจริตในการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการด้วย เมื่อลูกหนี้ผู้ทำแผนทราบอยู่ก่อนจัดทำแผนแล้วว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งถึงที่สุดให้ยกคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการของเจ้าหนี้รายที่ 6 ถึงที่ 12 ลูกหนี้จึงไม่มีภาระผูกพันใดๆ ในอันที่จะต้องรับผิดชำระหนี้ให้เจ้าหนี้รายที่ 6 ถึงที่ 12 แต่ลูกหนี้กลับจัดทำแผนโดยกำหนดให้เจ้าหนี้ทั้งเจ็ดรายดังกล่าวเป็นเจ้าหนี้กลุ่มที่ 3 มีสิทธิได้รับชำระหนี้เต็มจำนวนในอัตราร้อยละ 100 อันเป็นการขัดแย้งกับคำสั่งซึ่งถึงที่สุดของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ส่งผลให้ลูกหนี้มีภาระผูกพันตามแผนที่จะต้องชำระหนี้เพิ่มขึ้นเป็นเงิน เป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่เจ้าหนี้รายที่ 6 ถึงรายที่ 12 ซึ่งเป็นกรรมการของลูกหนี้และบุคคลผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรรมการของลูกหนี้ที่มีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับลูกหนี้อย่างใกล้ชิด เป็นการขัดต่อ พ.ร.บ.ล้มละลาย ฯ มาตรา 90/32 โดยชัดแจ้ง ทั้งมิใช่การจัดทำแผนที่รับรองสิทธิของเจ้าหนี้ที่ไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการให้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการตามมาตรา 90/60 วรรคหนึ่ง และมาตรา 90/61 (1) พฤติการณ์ในการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ส่อไปในทางไม่สุจริต เมื่อลูกหนี้จัดทำและเสนอแผนโดยไม่สุจริต แผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้และตั้งลูกหนี้เป็นผู้ทำแผนเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2551 ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานว่าเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2552 ที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติพิเศษยอมรับแผนและแผนที่มีการแก้ไข ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/46 (2) และมาตรา 90/48 ขอให้ศาลนัดพิจารณาแผนซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ส่งแจ้งความเรื่องวันนัดพิจารณาแผนให้ผู้ทำแผน ลูกหนี้ และเจ้าหนี้ทั้งหลายทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวันตามมาตรา 90/56 แล้ว เจ้าหนี้รายที่ 1 และที่ 5 ยื่นข้อคัดค้านแผนฟื้นฟูกิจการ ขอให้มีคำสั่งไม่เห็นชอบด้วยแผนและให้ยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ (ที่ถูก

ยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้) เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำชี้แจงว่า ตามแผนฟื้นฟูกิจการแบ่งเจ้าหนี้ออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 คือ เจ้าหนี้มีประกันที่มีจำนวนหนี้ที่มีประกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ของจำนวนหนี้ที่อาจขอรับชำระหนี้ได้ แผนกำหนดให้ชำระหนี้แก่เจ้าหนี้กลุ่มนี้ในอัตราร้อยละ 88.96 ชำระโดยวิธีการโอนทรัพย์และชำระด้วยเงินสด กลุ่มที่ 2 คือ เจ้าหนี้ไม่มีประกัน แผนกำหนดให้ชำระหนี้แก่เจ้าหนี้กลุ่มนี้ด้วยเงินสดในอัตราร้อยละ 13 และกลุ่มที่ 3 คือ เจ้าหนี้เงินกู้กรรมการบริษัทลูกหนี้ ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้กลุ่มที่ 3 ทุกรายแล้ว ลูกหนี้จึงไม่จำต้องรับผิดชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้กลุ่มที่ 3 อีก

แผนฟื้นฟูกิจการได้กำหนดอัตรา วิธีการ และระยะเวลาในการชำระหนี้แตกต่างกันตามกลุ่มของเจ้าหนี้ ชอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/42 ตรี และมาตรา 90/42 ทวิ (3) แล้ว แต่แผนฟื้นฟูกิจการไม่มีรายละเอียด วิธีการ ชื่อผู้ประเมินราคา และเวลาเกี่ยวกับการประเมินราคาทรัพย์สินของลูกหนี้ และเมื่อเปรียบเทียบอัตราการได้รับชำระหนี้ในกรณีที่มีการฟื้นฟูกิจการกับกรณีลูกหนี้ล้มละลาย ผู้ทำแผนได้นำสินทรัพย์ คือ ที่ดินซึ่งมีมูลค่าตามราคาที่ตีโอนชำระหนี้ตามแผนรวมเป็นเงิน 197,701,270.13 บาท ซึ่งเมื่อนำมาแบ่งชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ในกรณีล้มละลาย จะทำให้เจ้าหนี้กลุ่มที่ 1 เพียงกลุ่มเดียวเท่านั้นที่ได้รับชำระหนี้ ผู้ทำแผนยื่นคำชี้แจงว่า ขอให้มีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลล้มละลายกลางพิพากษาว่า แผนมีรายการครบถ้วนตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/42 ข้อเสนอในการชำระหนี้ตามแผนไม่ขัดต่อมาตรา 90/42 ตรี และเมื่อการดำเนินการตามแผนสำเร็จจะทำให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ไม่น้อยกว่ากรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย ต้องด้วยหลักเกณฑ์ที่ศาลจะมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนได้ตาม มาตรา 90/58 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (3) จึงมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ เจ้าหนี้รายที่ 1 และที่ 5 อุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติโดยคู่ความมิได้อุทธรณ์โต้แย้งว่า ลูกหนี้มีวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจรับสร้างบ้านจัดสรรและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยเริ่มดำเนินกิจการมาตั้งแต่เมื่อปี 2535 ลูกหนี้มีนายชัยยุทธ นายจีรเกียรติ และนายไพบูลย์ เป็นกรรมการ โดยกรรมการสองคนลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของลูกหนี้แล้วมีผลผูกพันลูกหนี้ได้ เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2551 ลูกหนี้ยื่นคำร้องขอให้มีการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้และศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2551 ให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้และตั้งลูกหนี้เป็นผู้ทำแผน แผนฟื้นฟูกิจการได้จัดเจ้าหนี้ออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 คือ เจ้าหนี้มีประกันที่มีจำนวนหนี้มีประกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ของจำนวนหนี้ที่อาจขอรับชำระหนี้ได้ซึ่งได้แก่

ธนาคารสินเอเชีย จำกัด (มหาชน) เจ้าหนี้รายที่ 2 มีจำนวนหนี้ต้นเงิน 223,609,291.61 บาท ดอกเบี้ย 498,941,940.38 บาท รวม 722,551,231.99 บาท แผนกำหนดให้ชำระหนี้แก่เจ้าหนี้กลุ่มที่ 1 เป็นเงิน 197,701,270.23 บาท ชำระโดยการโอนทรัพย์จำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างรวม 90 แปลง ในโครงการบ้านศริญญา ปิ่นเกล้า ตั้งอยู่ที่ถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี ตำบลบางแม่นาง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ที่ดินโฉนดเลขที่ 28674 ตำบลเสาธงหิน (บางกระบือ) อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ในราคา 197,361,270.23 บาท และ 340,000 บาท ตามลำดับ และทรัพย์ที่ปลอดภาระจำนองอีก 3 แปลง รวมทั้งสิ้น 94 แปลง ตีใช้หนี้ตามราคาทรัพย์ที่ระบุในแผน กลุ่มที่ 2 คือ

เจ้าหนี้ตามสัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์และสัญญารับจ้างก่อสร้างบ้าน ซึ่งได้แก่ เจ้าหนี้รายที่ 1 นายนิพนธ์ เจ้าหนี้รายที่ 3 นายจักรรินทร์ เจ้าหนี้รายที่ 4 และนางวรรณดี เจ้าหนี้รายที่ 5 มีจำนวนหนี้ต้นเงิน 8,021,363 บาท ดอกเบี้ย 3,703,022.48 บาท รวม 11,724,385,48 บาท แผนกำหนดให้ชำระหนี้แก่เจ้าหนี้กลุ่มนี้ด้วยเงินสดรวม 802,136.30 บาท คิดเป็นอัตราร้อยละ 13 ให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน และกลุ่มที่ 3 คือ เจ้าหนี้เงินกู้กรรมการบริษัทลูกหนี้ ซึ่งได้แก่ กรรมการลูกหนี้ (นายชัยยุทธ นายจีรเกียรติ และนายไพบูลย์) นายวิเชียร ร้อยตำรวจตรีเกรียงชัย นายสมศักดิ์ และนายปรีดา

เจ้าหนี้รายที่ 6 ถึงรายที่ 12 มีจำนวนหนี้รวม 197,360,000 บาท แผนกำหนดให้ชำระหนี้แก่เจ้าหนี้กลุ่มนี้เต็มจำนวนรวม 197,360,000 บาท คิดเป็นอัตราร้อยละ 100 ชำระโดยวิธีการแปลงหนี้เป็นทุนตามวิธีการและขั้นตอนในการปรับโครงสร้างทุนที่ระบุไว้ในแผน เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2552 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดนัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/44 คงมีเฉพาะเจ้าหนี้กลุ่มที่ 1 จำนวน 1 ราย และเจ้าหนี้กลุ่มที่ 2 รวม 4 ราย มาประชุม รวมทั้งสิ้น 5 ราย เจ้าหนี้รายที่ 1 และที่ 5 ซึ่งเป็นเจ้าหนี้กลุ่มที่ 2 ลงมติไม่ยอมรับแผน ส่วนเจ้าหนี้อื่นนอกจากนี้อีก 3 รายลงมติยอมรับแผน จึงเป็นกรณีที่ที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติพิเศษยอมรับแผนและแผนที่มีการแก้ไข ตามมาตรา 90/46 (2) และมาตรา 90/48 ส่วนเจ้าหนี้กลุ่มที่ 3 ไม่มาร่วมประชุม ตามสำเนารายงานการประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนฉบับลงวันที่ 8 เมษายน 2552 สารบาญอันดับ 35/5 ในสำนวน

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของเจ้าหนี้รายที่ 1 และที่ 5 มีว่าแผนฟื้นฟูกิจการได้จัดทำและเสนอโดยสุจริตหรือไม่ เจ้าหนี้รายที่ 1 และที่ 5 อุทธรณ์ในทำนองเดียวกันว่า ลูกหนี้ซึ่งเป็นผู้ทำแผนเองจัดทำแผนโดยไม่สุจริต เนื่องจากลูกหนี้ทราบอยู่ก่อนจัดทำแผนแล้วว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้มีคำสั่งอันถึงที่สุดให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายที่ 6 ถึงที่ 12 แต่ลูกหนี้ยังจัดทำแผนโดยให้เจ้าหนี้ทั้งเจ็ดรายเป็นเจ้าหนี้กลุ่มที่ 3 มีสิทธิได้รับชำระหนี้เต็มจำนวนในอัตราร้อยละ 100 แผนฟื้นฟูกิจการจึงมิชอบด้วยกฎหมาย เห็นว่า อุทธรณ์ของเจ้าหนี้รายที่ 1 และที่ 5 ในข้อนี้ เป็นเรื่องเดียวกับที่เจ้าหนี้รายที่ 1 และที่ 5 เคยยื่นข้อคัดค้านไว้ตั้งแต่ในชั้นพิจารณาเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการ แต่ศาลล้มละลายกลางมิได้วินิจฉัยปัญหาข้อนี้ไว้

ทั้งที่เป็นประเด็นสำคัญแห่งคดี ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวโดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลล้มละลายกลางวินิจฉัยอีก เห็นว่า การที่กฎหมายล้มละลายในส่วนที่ว่าด้วยการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ได้กำหนดให้แผนฟื้นฟูกิจการซึ่งที่ประชุมเจ้าหนี้ได้มีมติพิเศษยอมรับแล้ว ต้องได้รับความเห็นชอบจากศาลอีกชั้นหนึ่ง ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ส่วนที่ 8 ว่าด้วยการพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งมาตรา 90/58 บัญญัติให้ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน เมื่อศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า แผนมีรายการครบถ้วนตามมาตรา 90/42 ข้อเสนอในการชำระหนี้ไม่ขัดต่อมาตรา 90/42 ตรี และในกรณีที่มติยอมรับแผนเป็นมติตามมาตรา 90/46 (2) ข้อเสนอในการชำระหนี้ตามแผนนั้นจะต้องเป็นไปตามลำดับที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่าด้วยการแบ่งทรัพย์สินในคดีล้มละลาย

เว้นแต่เจ้าหนี้นั้นจะให้ความยินยอม และเมื่อการดำเนินการตามแผนสำเร็จจะทำให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ไม่น้อยกว่ากรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย อันเป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาใช้ดุลพินิจให้ความเห็นชอบด้วยแผน ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ศาลเข้ามามีบทบาทในทางเศรษฐกิจโดยใช้อำนาจตุลาการเพื่อก่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย นอกจากนี้บทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์สำคัญอีกประการหนึ่ง ก็คือ เพื่อให้ศาลใช้ดุลพินิจในการให้ความคุ้มครองแก่เจ้าหนี้เสียงข้างน้อย และเพื่อให้แผนฟื้นฟูกิจการก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บรรดาเจ้าหนี้ของลูกหนี้ทุกรายอย่างเป็นธรรม ศาลจึงมีอำนาจในการตรวจสอบถึงเนื้อหาของแผน

ตลอดจนความสุจริตในการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการด้วย ดังนั้น การที่กฎหมายบัญญัติให้ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนก็ต่อเมื่อศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าแผนมีลักษณะครบถ้วนตามมาตรา 90/58 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (3) จึงเป็นเพียงมาตรฐานขั้นต่ำที่ให้ศาลใช้ดุลพินิจที่จะมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนเท่านั้น คดีนี้เมื่อลูกหนี้ผู้ทำแผนทราบอยู่ก่อนจัดทำแผนแล้วว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งถึงที่สุดให้ยกคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการของเจ้าหนี้รายที่ 6 ถึงที่ 12 ดังนั้น ลูกหนี้จึงไม่จำต้องรับผิดชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้รายที่ 6 ถึงที่ 12 อีก และไม่มีภาระผูกพันใดๆ ในอันที่จะต้องรับผิดชำระหนี้ให้เจ้าหนี้รายที่ 6 ถึงที่ 12 แต่ลูกหนี้กลับจัดทำแผนโดยกำหนดให้เจ้าหนี้ทั้งเจ็ดรายดังกล่าวเป็นเจ้าหนี้กลุ่มที่ 3 มีสิทธิได้รับชำระหนี้เต็มจำนวนในอัตราร้อยละ 100 เป็นเงินจำนวนมากถึง 197,360,000 บาท

ทั้งๆ ที่เจ้าหนี้รายที่ 6 ถึงที่ 12 ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ 3 นี้ เป็นกรรมการของลูกหนี้ และเป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับกรรมการของลูกหนี้ จากพฤติการณ์ของลูกหนี้ซึ่งเป็นผู้ทำแผนเอง แต่จัดทำแผนขัดแย้งกับคำสั่งอันถึงที่สุดของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ซึ่งส่งผลทำให้ลูกหนี้มีภาระผูกพันตามแผนที่จะต้องชำระหนี้เพิ่มขึ้นเป็นเงิน 197,360,000 บาท ทั้งที่ลูกหนี้ไม่มีความรับผิดที่จะชำระเงินจำนวนดังกล่าวตามกฎหมายแล้ว เป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่เจ้าหนี้รายที่ 6 ถึงรายที่ 12 ซึ่งเป็นกรรมการของลูกหนี้และบุคคลผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรรมการของลูกหนี้ที่มีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับลูกหนี้อย่างใกล้ชิด อันเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติล้มละลาย

พ.ศ.2483 มาตรา 90/32 โดยชัดแจ้ง ทั้งมิใช่การจัดทำแผนที่รับรองสิทธิของเจ้าหนี้ที่ไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการให้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการตามมาตรา 90/60 วรรคหนึ่ง และมาตรา 90/61 (1) พฤติการณ์ในการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ส่อไปในทางไม่สุจริต จากเหตุผลดั่งที่วินิจฉัยในข้างต้นแล้ว เมื่อลูกหนี้จัดทำและเสนอแผนโดยไม่สุจริต แผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของเจ้าหนี้รายที่ 1 และที่ 5 ฟังขึ้น ส่วนอุทธรณ์ข้ออื่นไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับว่า มีคำสั่งไม่เห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ และมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/58 วรรคสาม ประกอบมาตรา 90/48 วรรคสี่ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชัยยุทธ ศรีจำนงค์ · ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์ · ปิยกุล บุญเพิ่ม
ศาลล่าง
ศาลล้มละลายกลาง - นายชาญชัย ศรีแสงทรัพย์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ลฟ.293/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
ฟ1/2551
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
ฟ8/2551
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกล้มละลาย
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้