Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2462/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 2 ให้คำนิยามของคำว่า "เจ็บป่วย" ไว้เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ในการจ่ายเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้างที่เจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างไม่ได้ฟ้องเรียกเงินทดแทนจากจำเลยซึ่งเป็นนายจ้าง แต่ฟ้องเรียกเงินค่ารักษาพยาบาลตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง จึงไม่จำต้องนำหลักฐานกฎหมายดังกล่าวมาวินิจฉัย แม้ศาลแรงงานกลางจะพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่โจทก์โดยคำนวณถูกต้องตาม สิทธิที่โจทก์พึงได้รับก็ตาม แต่เมื่อเกินคำขอบังคับของโจทก์แม้จำเลยจะมิได้อุทธรณ์ในประเด็นข้อนี้ขึ้นมาโดยตรง ศาลฎีกาก็เห็นควรแก้ไขให้ถูกต้องได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 52 ป.วิ.พ. มาตรา 183 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 มาตรา 2

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์ โดยโจทก์มิได้กระทำความผิด จำเลยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าและไม่จ่ายค่าชดเชย จำเลยยังไม่จ่ายค่าจ้างในบางเดือนให้แก่โจทก์ โจทก์ทำงานมาเกิน ๑ ปี ไม่เคยหยุดพักผ่อนประจำปีโจทก์เจ็บป่วยต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล จำเลยจะต้องจ่ายให้แก่โจทก์จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ขอให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ค่าจ้างค้างจ่าย ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ค่าชดเชย ค่ารักษาพยาบาลพร้อมด้วยดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยยังไม่ครบกำหนดหนึ่งปี จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร จำเลยจึงไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายฐานเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม การที่โจทก์เจ็บป่วยต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลไม่ใช่เนื่องจากการทำงานให้จำเลยหรือโรคซึ่งเกิดขึ้นตามลักษณะหรือสภาพของงานจำเลยไม่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้โจทก์ ขอให้พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินแก่โจทก์เป็นค่าเสียหาย๒๕,๐๐๐ บาท ค่าชดเชย ๒๓,๑๐๐ บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า๗,๗๐๐ บาท ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ๑,๗๙๖.๖๖ บาทค่ารักษาพยาบาล ๑๓,๔๑๓ บาท รวมเป็นเงิน ๗๑,๐๐๙.๖๖ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๓๒) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยอุทธรณ์เรื่องค่ารักษาพยาบาลว่าประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๒ คำว่า "เจ็บป่วย" หมายความว่า ลูกจ้างเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้างด้วยโรคซึ่งเกิดขึ้นตามลักษณะหรือสภาพของงาน หรือโรคซึ่งเกิดขึ้นจากการทำงานตามที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด การเจ็บป่วยของโจทก์ไม่เกี่ยวกับการทำงานนั้นเห็นว่า ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานดังกล่าว ให้คำนิยามของคำว่า "เจ็บป่วย" ไว้เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ในการจ่ายเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้างที่เจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานคดีนี้โจทก์ไม่ได้ฟ้องเรียกเงินทดแทนจากจำเลย แต่เรียกเงินค่ารักษาพยาบาลจากจำเลยตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ซึ่งศาลแรงงานแลางวินิจฉัยว่าจำเลยมีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติว่า

กรณีที่ลูกจ้างเจ็บป่วยไม่ว่าเนื่องจากการทำงานหรือไม่ จำเลยก็จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ ศาลฎีกาจึงไม่ต้องวินิจฉัยตามหลักกฎหมายที่จำเลยกล่าวอ้าง อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น คดีมีปัญหาเกี่ยวกับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีว่าโจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีปีละ ๖ วัน และเรียกค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีเป็นเงิน ๑,๗๙๖ บาท พออนุโลมได้ว่า โจทก์เรียกร้องค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามส่วนมา๗ วัน เป็นเงิน ๑,๗๙๖ บาท แม้คำนวณโดยถูกต้องแล้วจะเป็นเงิน๑,๗๙๖.๖๖ บาท แต่ตามคำขอของโจทก์เรียกร้องเพียง ๑,๗๙๖ บาทศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเป็นเงิน ๑,๗๙๖.๖๖ บาท จึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอ แม้จำเลยมิได้อุทธรณ์ในประเด็นนี้โดยตรงแต่ก็ได้อุทธรณ์ในเรื่องค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีมาด้วยศาลฎีกาเห็นควรแก้ไขให้ถูกต้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้โจทก์เป็นเงิน ๑,๗๙๖ บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · ศักดา โมกขมรรคกุล · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายสมศักดิ์ จันทกุลศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1596/2529

ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านเพียงว่า ผู้ร้องไม่มีอำนาจฟ้องเพราะผู้ร้องไม่เคยมอบอำนาจให้ ส. หรือ อ. เป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดีแทนผู้ร้อง ดังนี้ประเด็นในคำคัดค้านจึงมีเพียงว่า ผู้ร้องมอบอำนาจให้บุคคลทั้งสอง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2492/2525

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์โดยอาศัยอำนาจตามระเบียบของจำเลยเนื่องจากโจทก์ขับรถจำเลยชนกับรถผู้อื่น โจทก์เห็นว่าคำสั่งและระเบียบของจำเลยดังกล่าวขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงเป็นการเลิกจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2078/2525

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ที่จำเลยรับจะจัดการขออนุญาตทำงานให้แก่โจทก์ลูกจ้างซึ่งเป็นคนต่างด้าว เป็นเพียงแต่จำเลยรับจะเป็นผู้ไปดำเนินการติดต่อกับพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ได้มาซึ่งใบอนุญาตของโจทก์เท่านั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1580/2559

ศาลแรงงานภาค 2 พิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยของต้นเงินค่าชดเชยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี แก่โจทก์ โดยให้เหตุผลว่าโจทก์ฟ้องเรียกร้องค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 118 จึงกำหนดให้จำเลยรับผิดเ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2553 (เลขอ้างอิง 510407)

ตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ทั้งสิบเจ็ดในข้อ 1 ขอให้จำเลยชำระเงินเป็นจำนวนเท่ากับผลต่างของดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 13 ที่จำเลยจะต้องจ่ายกับผลประโยชน์ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม ท. จำกัด หาได้ ซึ่งคิดคำนว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้