Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2463/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บริษัทโจทก์มอบอำนาจให้ บ. ฟ้องคดีแทน โดย ส.กรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์ซึ่งมีอำนาจลงชื่อแทนบริษัท เป็นผู้ลงชื่อในหนังสือมอบอำนาจตามภาพถ่ายท้ายฟ้อง ซึ่งไม่ได้ประทับตราบริษัทก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ ส. ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้น ขอให้สัตยาบันในการที่ บ. ฟ้องคดีแทนบริษัทโจทก์ พร้อมทั้งขอส่งต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจอันมีตราของบริษัทประทับถูกต้องมาด้วย โดยชี้แจงประกอบว่าภาพถ่ายหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องได้เอาฉบับที่ไม่มีตราประทับส่งมาโดยความเข้าใจผิดของ บ. การมอบอำนาจให้ฟ้องคดีในทางแพ่งนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ก็คงให้ถือหลักตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั่นเอง การที่ ส. กรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอให้สัตยาบันการที่ บ. ฟ้องคดีแทนบริษัทโจทก์พร้อมทั้งขอส่งต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจอันมีตราของบริษัทประทับถูกต้องและชี้แจงประกอบด้วย ย่อมเท่ากับเป็นการให้สัตยาบันในการมอบอำนาจให้ฟ้องคดี ซึ่งไม่มีบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งห้ามไว้แต่ประการใด เมื่อพิจารณามาตรา 47 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งประกอบด้วยแล้ว ศาลชอบที่จะพึงรับฟังหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวนี้ได้ บ. จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1780/2493)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด โดยนายบุญมีวิริยานุภาพ เป็นผู้จัดการบริษัทประจำจังหวัดนครราชสีมา และเป็นผู้ได้รับมอบอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องคดีนี้ ปรากฏตามภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทและภาพถ่ายหนังสือมอบอำนาจทั่วไปท้ายฟ้อง เนื่องจากนายตะลูกจ้างคนยามของบริษัทโจทก์ถึงแก่ความตาย จำเลยทั้งสองวินิจฉัยให้โจทก์จ่ายเงินค่าทดแทน ๓๐,๖๐๐ บาท ให้นางน้อยภริยาของนายตะซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอน จำเลยต่อสู้ว่า นายบุญมีไม่ใช่ผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัททั้งไม่ได้รับมอบอำนาจจากบริษัทให้ฟ้องคดี นายบุญมีไม่มีอำนาจฟ้องแทนบริษัทโจทก์ คำวินิจฉัยของจำเลยทั้งสองชอบด้วยกฎหมายแล้ว หลังวันชี้สองสถาน

ก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ นายสมศักดิ์ พันธุมะพานิชย์ กรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้สัตยาบันในการที่นายบุญมีฟ้องคดีแทนบริษัทโจทก์พร้อมทั้งขอส่งต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจทั่วไปอันมีตราของบริษัทประทับถูกต้องมาด้วยโดยชี้แจงประกอบว่า ภาพถ่ายหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องได้เอาฉบับที่ไม่มีตราประทับส่งมาโดยความเข้าใจผิดของนายบุญมี

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ชี้ขาดเบื้องต้น ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า นายสมศักดิ์กรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์จะให้สัตยาบันในภายหลังไม่ได้ เพราะฟ้องของโจทก์ไม่เป็นฟ้องอันชอบด้วยวิธีพิจารณามาแต่แรก ให้ยกคำร้อง และเห็นควรชี้ขาดอำนาจฟ้องให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่อง ให้งดสืบพยาน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ใบมอบอำนาจท้ายฟ้องที่ยื่นพร้อมฟ้องไม่ได้ประทับตราบริษัทโจทก์จึงไม่มีผลผูกพันบริษัทโจทก์ นายบุญมีไม่มีอำนาจแต่งทนายยื่นฟ้องแทนโจทก์ ฟ้องของโจทก์จึงไม่ชอบศาลจะรับฟ้องไว้พิจารณาไม่ได้ แม้โจทก์จะได้รับรองให้สัตยาบันหรือส่งใบมอบอำนาจอันถูกต้องภายหลัง ก็ไม่ทำให้ฟ้องกลับคืนดีได้พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้พิจารณาพิพากษาใหม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การมอบอำนาจให้ฟ้องคดีในทางแพ่งนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งก็คงให้ถือหลักตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั่นเอง การที่นายสมศักดิ์ พันธุมะพานิชย์กรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอให้สัตยาบันการที่นายบุญมีวิริยานุภาพ ฟ้องคดีแทนโจทก์พร้อมทั้งขอส่งต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจอันมีตราของบริษัทประทับถูกต้องมาด้วย โดยชี้แจงประกอบว่า ภาพถ่ายหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องได้เอาฉบับที่ไม่มีตราประทับส่งมาโดยความเข้าใจผิดของนายบุญมีเช่นนี้เท่ากับเป็นการยืนยันถึงการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้ให้แน่นอนชัดเจนขึ้นอีกชั้นหนึ่ง ถือได้ว่าเป็นการกระทำให้การมอบอำนาจครบถ้วนสมบูรณ์ขึ้นแล้ว เท่ากับเป็นการให้สัตยาบันในการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้ ซึ่งไม่มีบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งห้ามไว้แต่ประการใด และเมื่อพิจารณาดูมาตรา ๔๗แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งประกอบด้วยแล้ว

ย่อมเห็นได้ว่าศาลชอบที่จะพึงรับฟังใบมอบอำนาจดังกล่าวนี้ได้ เทียบตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๗๘๐/๒๔๙๓ ระหว่างคณะกรรมการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฯลฯผู้รับมอบอำนาจจากกระทรวงการคลัง โจทก์ นางกิมไล้ มีชูขันธ์ จำเลยที่ศาลอุทธรณ์สั่งให้รับคำร้องของโจทก์และต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐานและเห็นว่านายบุญมีมีอำนาจฟ้องคดีนี้ตามหนังสือมอบอำนาจซึ่งระบุให้อำนาจฟ้องลูกหนี้หรือผู้กระทำการละเมิดของบริษัทโจทก์ได้ จึงชอบแล้ว ทั้งตามที่ศาลอุทธรณ์ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาคดีเสียใหม่ด้วยนั้นศาลฎีกาก็เห็นด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสถียร ลิมปิษเฐียร · วิทูร เทพพิทักษ์ · ศิริ อติโพธิ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายล้วน สมศรี
ศาลอุทธรณ์ - นายมณี พิมพ์ประสิทธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1964/2529

หนังสือมอบอำนาจของจำเลยที่มอบอำนาจให้ช.ต่อสู้คดีไม่ได้ประทับตราสำคัญของจำเลยแต่การที่ช.ได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดีไว้แล้วจำเลยได้แต่งตั้งทนายความให้ดำเนินคดีต่อมาโดยนำสืบพยานไปตามคำให้การนั้นถือได้ว่าจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5339/2534

ช.กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ซึ่งเป็นบริษัทได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้ ส.ดำเนินคดีต่อจำเลยโดยระบุว่า"ช.ขอมอบอำนาจให้ ส.เป็นตัวแทนผู้รับมอบอำนาจของข้าพเจ้าโดย ให้มีอำนาจฟ้องกรมศุลกากร..." มิได้ระบุว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3657/2531

สัญญาเข้าหุ้นส่วนได้ทำที่บริษัทต.มีข้อความว่าบริษัทต.โจทก์และ ส. ตกลงเข้าหุ้นกันทำการค้าเกี่ยวกับที่ดินเพื่อหากำไรโดยได้มอบให้โจทก์เป็นผู้ซื้อที่ดินหนึ่งแปลง และให้จำเลยที่ 1ซื้อที่ดินพิพาท แม้จำเลยที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 95/2530

เมื่อโจทก์ที่ 2 ไม่ได้มอบอำนาจให้โจทก์ที่ 1 ฟ้องคดีแทนดังที่กล่าวในฟ้อง ฟ้องของโจทก์ที่ 2 จึงไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณามาแต่แรก แม้ต่อมาโจทก์ที่ 2 จะได้ยื่นใบมอบอำนาจที่แท้จริงต่อศาล ก็หาทำให้ฟ้องที่เสียใช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2522/2530

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดจดทะเบียนในประเทศออสเตรเลีย แต่มีสาขาอยู่ในประเทศไทย โดยมี อ.ผู้รับมอบอำนาจคดีนี้เป็นผู้จัดการสาขาในกรุงเทพมหานคร แสดงว่า อ.ไม่ใช่ผู้จัดการบริษัทโ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้