Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 247/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สามีโจทก์และสามีจำเลยได้ตกลงทำบันทึกกันยอมให้ฝ่ายจำเลยไถ่นาพิพาทคืนจากโจทก์ได้ในราคา 5,200 บาท บันทึกนั้นเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850, 851 และที่ดินพิพาทเป็นสินบริคณห์ ย่อมอยู่ในอำนาจสามีโจทก์ที่จะจัดการสินบริคณห์ รวมทั้งจำหน่ายได้ด้วยตามมาตรา 1468, 1472 เดิม อันเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้น โจทก์ต้องผูกพันตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่สามีโจทก์ทำไว้ โดยต้องยอมให้จำเลยไถ่ถอนคืนตามสัญญานั้น จะปฏิเสธไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญาหาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยให้ทำสัญญาขายที่ดินมี น.ส.๓ ให้โจทก์ แล้วจำเลยไม่ไปทำนิติกรรมโอนขายให้โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทำนิติกรรมโอนขายให้โจทก์

จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมสัญญาซื้อขายเป็นโมฆะ เพราะจำเลยเป็นหญิงมีสามี ไม่มีอำนาจทำนิติกรรมซื้อขายโดยลำพังได้ จำเลยถูกหลอกลวงให้ลงชื่อในสัญญาจำเลยไม่เคยตกลงขายที่พิพาทให้โจทก์ ในการเปรียบเทียบประนอมหนี้ สามีโจทก์ยอมให้จำเลยและสามีไถ่ถอนที่ดินพิพาทคืนได้ในราคา ๕,๒๐๐ บาท จึงฟ้องแย้งขอให้พิพากษาว่าสัญญาซื้อขายท้ายฟ้องเป็นโมฆะ ให้โจทก์คืนที่พิพาทให้จำเลย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า มารดาจำเลยกู้เงินโจทก์ไป ต่อมามารดาจำเลยตาย จำเลยได้ตกลงขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ แล้วทำสัญญากัน โดยไม่ได้มีการหลอกลวงอย่างใด สามีโจทก์ได้ทำความตกลงกับสามีจำเลย โดยโจทก์มิได้มอบอำนาจให้ตกลง ไม่ผูกพันโจทก์ โจทก์ได้ครอบครองที่พิพาทเกิน ๑ ปีแล้ว จำเลยไม่มีสิทธิบังคับโจทก์ชำระหนี้และส่งคืนที่ดินให้จำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินรายพิพาทให้โจทก์และยกฟ้องแย้ง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ด้วย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นายกาศสามีโจทก์ และนายกุลสามีจำเลยได้ตกลงทำบันทึกกันไว้ที่คณะกรรมการ ก.ส.ส. ยอมให้จำเลยไถ่นาพิพาทคืนจากโจทก์ได้ในราคา ๕,๒๐๐ บาทจริงโดยทั้งสองฝ่ายได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานในบันทึกข้อตกลงนั้นด้วย บันทึกนั้นจึงมีผลเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่อาจฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๕๐, ๘๕๑ การที่โจทก์อ้างว่าสามีโจทก์ไม่มีอำนาจทำสัญญาประนีประนอมยอมความแทนโจทก์ได้นั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าที่ดินพิพาทเป็นสินบริคณห์ ย่อมอยู่ในอำนาจของสามีโจทก์ที่จะจัดการสินบริคณห์ รวมทั้งจำหน่ายได้ด้วยตามมาตรา ๑๔๖๘, ๑๔๗๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ เดิม อันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ฉะนั้น ข้อต่อสู้ของโจทก์ที่ว่าสามีโจทก์ไม่มีอำนาจทำสัญญาประนีประนอมยอมความแทนโจทก์ในเรื่องที่ดินรายนี้จึงเป็นอันตกไป โจทก์ต้องผูกพันตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่สามีโจทก์ได้ทำไว้เกี่ยวกับสินบริคณห์ของโจทก์ดังกล่าวแล้ว

ศาลฎีกาเห็นว่าที่ดินพิพาทรายนี้จะเป็นสิทธิของใครมาแต่เดิมก็ตามทีเมื่อได้เกิดมีกรณีพิพาทขึ้นระหว่างโจทก์จำเลย และได้มีการตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันให้จำเลยมีสิทธิไถ่ถอนที่ดินพิพาทคืนจากโจทก์ได้ในราคา ๕,๒๐๐ บาทเช่นนี้ โจทก์ก็ต้องยอมให้จำเลยไถ่ถอนคืนตามสัญญานั้น โจทก์จะปฏิเสธไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญาหาได้ไม่ อย่างไรก็ตามที่จำเลยฟ้องแย้งให้โจทก์รับเงิน ๓,๐๐๐ บาทจากจำเลยเป็นค่าไถ่ถอนนั้น เป็นการผิดจากข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความที่สามีจำเลยได้ตกลงไว้ว่าจะไถ่ถอนคืนในราคา ๕,๒๐๐ บาท จำเลยจึงชอบที่จะไถ่ถอนคืนจากโจทก์ได้ในราคา ๕,๒๐๐ บาทตามที่ตกลงไว้ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยมีสิทธิไถ่ถอนที่ดินพิพาทคืนจากโจทก์ได้ในราคา ๕,๒๐๐ บาท ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยชำระเงิน ๕,๒๐๐ บาทให้โจทก์แล้วจึงให้โจทก์ส่งมอบที่ดินพิพาทคืนให้จำเลยและห้ามโจทก์เกี่ยวกับที่พิพาทอีกต่อไป นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวี กสิยพงศ์ · สมบัติ วังตาล · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายบุญช่วย คงเมือง
ศาลอุทธรณ์ - นายดำรง สายเชื้อ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้