Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2473/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 กับพวกใช้มีดปลายแหลมของกลางเล่มเดียวซึ่งมีความยาวทั้งด้ามและตัวมีดประมาณ 1 ฟุตแทงประทุษร้ายผู้เสียหายในการปล้นทรัพย์ จนผู้เสียหายตกจากรถจักรยานยนต์และช่วยกันลากผู้เสียหายเข้าป่าข้างทาง แล้วเอาปืนกับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายพาหนีไป ฝ่ายคนร้ายมีถึง 3 คนมีกำลังเหนือกว่าผู้เสียหายมากหากมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายแล้วย่อมมีโอกาสทำได้ แต่จำเลยที่ 1 กับพวกก็หาได้กระทำเช่นนั้นไม่ บาดแผลของผู้เสียหายรวม 8 แผล แพทย์มีความเห็นว่ารักษา 10 วันหาย แสดงว่าเป็นบาดแผลเล็กน้อยไม่ทำให้ผู้เสียหายถึงตาย เพราะไม่ถูกที่สำคัญ เช่นนี้จำเลยที่ 1 มิได้มีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย เพียงมีเจตนาทำร้ายเท่านั้น จึงมีความผิดฐานปล้นทรัพย์ แต่ไม่มีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกที่หลบหนีอีก 1 คนร่วมกันใช้มีดปลายแหลมเป็นอาวุธติดตัวไปปล้นทรัพย์เอารถจักรยานยนต์ 1 คัน ปืนพกรีวอลเวอร์ขนาด9 มม. 1 กระบอก รวมราคา 19,500 บาทของเจ้าทรัพย์ซึ่งอยู่ในความครอบครองดูแลรักษาของนายกลีบสมุทร นิลถนอมผู้เสียหายไปโดยสุจริต โดยในการปล้นทรัพย์จำเลยกับพวกได้ร่วมกันใช้มีดปลายแหลมที่ติดตัวไปดังกล่าวกลุ้มรุมแทงประทุษร้ายร่างกายนายกลีบสมุทร นิลถนอมผู้เสียหายหลายทีโดยเจตนาฆ่าผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายถึงบาดเจ็บหลายแห่งปรากฏตามรายงานการชันสูตรบาดแผลท้ายฟ้อง จำเลยกับพวกร่วมกันลงมือฆ่าผู้เสียหายแล้ว แต่ผู้เสียหายหลบหนีทันท่วงทีจึงไม่ถึงแก่ความตายสมเจตนาของจำเลยทั้งนี้จำเลยกับพวกกระทำการดังกล่าวเพื่อให้เป็นความสะดวกแก่การปล้นทรัพย์ เพื่อยึดถือเอาทรัพย์และเพื่อพาเอาทรัพย์นั้นไป

ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340, 288, 289, 80, 83 ฯลฯจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 วรรคสาม ฯลฯ จำคุก 15 ปี และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(7) ประกอบด้วยมาตรา 80 จำคุกไว้ตลอดชีวิต เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก 50 ปี รวมเป็นโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 65 ปีจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 แล้วคงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 32 ปี 6 เดือน ฯลฯ ให้ยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง

ฯลฯ ประกอบกับมาตรา 75วางโทษจำคุก 8 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี ข้อหาอื่นให้ยก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ทางพิจารณาฟังได้ว่านายกลีบสมุทร นิลถนอมผู้เสียหายขี่รถจักรยานยนต์ไปโรงเรียนโดยพกอาวุธปืนพกสั้น 1 กระบอกไปด้วยระหว่างทางจำเลยที่ 1 กับพวกอีก 2 คนยืนรออยู่ริมถนนและเรียกให้ผู้เสียหายหยุดรถ แล้วจำเลยที่ 1 กับพวกใช้มีดพกเล่มเดียวผลัดเปลี่ยนกันแทงผู้เสียหายหลายครั้ง ผู้เสียหายเข้าต่อสู้ แต่สู้กำลังของคนร้ายไม่ไหวจึงล้มลง แล้วจำเลยที่ 1กับพวกได้ช่วยกันลากผู้เสียหายเข้าป่าข้างทาง เสร็จแล้วจำเลยที่ 1 กับพวกได้เอาอาวุธปืนพกและขี่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายหลบหนีไป

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยที่ 1 กับพวกใช้มีดของกลางเล่มเดียวแทงผู้เสียหายจนตกจากรถจักรยานยนต์และช่วยกันลากผู้เสียหายเข้าป่าข้างทางแล้วเอาปืนกับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายพาหนีไป ฝ่ายคนร้ายมีถึง 3 คนมีกำลังเหนือกว่าผู้เสียหายมาก หากมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายแล้วย่อมมีโอกาสทำได้ เฉพาะตอนที่ผู้เสียหายเพลี่ยงพล้ำล้มนอนให้จำเลยที่ 1 กับพวกลากเข้าป่า แต่จำเลยที่ 1 กับพวกก็หาได้กระทำเช่นนั้นไม่ ลักษณะของบาดแผลของผู้เสียหายตามรายงานชันสูตรบาดแผลท้ายฟ้องรวม 8 แผล นายแพทย์ผู้ชันสูตรระบุแต่ความยาวของแผลไว้เท่านั้นซึ่งแต่ละแผลยาวไม่เกิน 5 เซนติเมตร โดยไม่ได้ระบุความกว้างและความลึกของแผลไว้และมีความเห็นว่ารักษา 10 วันหาย

แสดงว่าบาดแผลเล็กน้อยนายแพทย์ผู้ชันสูตรบาดแผลได้เบิกความประกอบว่าบาดแผลเหล่านี้ไม่ทำให้ผู้เสียหายถึงตายเพราะไม่ถูกที่สำคัญ เช่นนี้เชื่อได้ว่าจำเลยที่ 1 มิได้มีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย รับฟังได้ว่าในการปล้นทรัพย์ครั้งนี้จำเลยที่ 1 ใช้มีดแทงผู้เสียหายโดยมีเจตนาทำร้ายเท่านั้น หาได้มีเจตนาฆ่าผู้เสียหายไม่ และผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย ฯลฯพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพโรจน์ ไวกาสี · ชุ่ม สุนทรธัย · กุศล บุญยืน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8743/2550

โจทก์ฟ้องจำเลยฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตาม ป.อ. มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 80, 83 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 83 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 522/2546

หลังจากที่จำเลยกับผู้เสียหายโต้เถียงกันแล้ว ผู้เสียหายกลับไปบ้านพักจำเลยกลัวว่าผู้เสียหายจะไปนำอาวุธปืนมายิงตน จำเลยจึงกลับไปนำเอาอาวุธปืนที่บ้านตน เมื่อกลับมาที่บ้านผู้ตาย จำเลยเห็นบริเวณเอวของผู้เสี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5448/2540

จำเลยทั้งสามร่วมกันกระทำความผิดฐานใช้อาวุธปืนนอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงในการกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นหรือปล้นทรัพย์ตาม ป.อ.มาตรา 288 หรือมาตรา 340 เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 78วรรคสาม และความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5409/2533

จำเลยทั้งสองไล่ตามผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 มาถึงที่เกิดเหตุและขณะเกิดเหตุผู้เสียหายที่ 1 ที่ 2 ได้เข้าไปนั่งรวมอยู่ในกลุ่มของผู้เสียหายที่ 3 ถึงที่ 6 แล้ว จำเลยทั้งสองตามมาถึงโดยอยู่ห่างไปประมาณ 2 วา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2827/2531

จำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านผู้เสียหายเวลากลางคืนแล้วขึ้นคร่อมตัวผู้เสียหายขณะนอนหลับอยู่ในห้อง เมื่อผู้เสียหายตื่นจำเลยใช้มีดปลายแหลมที่ติดตัวมาจอราวนมซ้ายผู้เสียหายห้ามมิให้ร้องมิฉะนั้นจะฆ่าขณะเดียวกันจำ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้