Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2474/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บทบัญญัติในเรื่องละเมิดอำนาจศาลเป็นกฎหมายพิเศษที่ให้อำนาจศาลในอันที่จะค้นหาความจริงได้โดย ไม่ต้องกระทำต่อหน้าผู้ถูกกล่าวหาดังเช่นคดีอาญาทั่วไป ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นไต่สวนพยานโดยผู้ถูกกล่าวหา มิได้อยู่ด้วยจึงชอบแล้ว อย่างไรก็ดีแม้ว่าในวันที่ 30 มกราคม 2540 ศาลชั้นต้นได้ทำการไต่สวนข้อเท็จจริงโดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบก่อนก็ตาม แต่เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เลื่อนไปไต่สวนต่อในวันที่ 21 มีนาคม 2540 และ ส่งหมายเรียกถึงผู้ถูกกล่าวหาโดยชอบแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาย่อมมีโอกาสโดยบริบูรณ์ที่จะแถลงข้อเท็จจริงให้ศาลทราบ รวมทั้งขออนุญาตถามค้านพยานที่เบิกความต่อศาลแล้ว ตลอดจนนำพยานหลักฐานมาสืบเพื่อหักล้างพยานหลักฐานที่ศาลชั้นต้นไต่สวน แต่ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งรับหมายเรียกของศาลด้วยตนเองกลับไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้ทราบ เมื่อเป็นเช่นนี้การที่ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนพยานต่อไปจนเสร็จสำนวนแล้วมีคำสั่งว่าผู้ถูกกล่าวหาทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้ทราบถือว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่ติดใจสืบพยานจึงเป็นกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

มูลคดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดต่อชีวิต ชิงทรัพย์และความผิดต่อ พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ จำเลยทั้งสองแต่งตั้งนายเฉลิมเกียรติ และนายทรงศักดิ์ เป็นทนายแก้ต่างให้จำเลยตามใบแต่ง ทนายความลงวันที่ 15 ธันวาคม 2538 และวันที่ 20 มีนาคม 2539 ตามลำดับ ในระหว่างพิจารณาคดีศาลชั้นต้น มีเหตุสงสัยว่าในวันที่ 15 สิงหาคม 2539 อันเป็นวันนัดสืบพยานโจทก์ในคดีดังกล่าว ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งไม่ใช่ทนายความได้แอบอ้างตนว่าเป็นทนายความและเข้าทำหน้าที่ว่าความแก้ต่างในฐานะทนายจำเลยให้แก่จำเลยทั้งสองโดยไม่ชอบ ศาลชั้นต้นจึงทำการไต่สวนแล้วเชื่อว่า ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งไม่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นทนายความของจำเลยทั้งสองได้

เข้าว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลในฐานะทนายความของจำเลยทั้งสอง ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหาย แก่กระบวนพิจารณาของศาลเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลอันเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 31 (1), 33 จึงมีคำสั่งให้จำคุกผู้ถูกกล่าวหามีกำหนด 4 เดือน ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ผู้ถูกกล่าวหาฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่าการที่ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงจากพยานแล้ว มีคำสั่งลงโทษจำคุกผู้ถูกกล่าวหาฐานละเมิดอำนาจศาลเป็นกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ในข้อนี้ ผู้ถูกกล่าวหาฎีกาว่า การที่ศาลชั้นต้นไต่สวนพยานลับหลังผู้ถูกกล่าวหาโดยไม่สอบถามข้อเท็จจริงจาก ผู้ถูกกล่าวหาก่อน อีกทั้งไม่เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหานำพยานหลักฐานเข้าสืบเพื่อพิสูจน์ความจริงแล้วมีคำสั่งลงโทษจำคุกผู้ถูกกล่าวหาเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ดังนั้น คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่เห็นชอบด้วยกับกระบวนพิจารณาและคำสั่งของศาลชั้นต้นจึงคลาดเคลื่อน ต่อกฎหมาย

เห็นว่า บทบัญญัติในเรื่องละเมิดอำนาจศาลเป็นกฎหมายพิเศษที่ให้อำนาจศาลในอันที่จะค้นหาความจริงได้โดยไม่จำต้องกระทำต่อหน้าผู้ถูกกล่าวหาดังเช่นคดีอาญาทั่วไป ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นไต่สวนพยานโดยผู้ถูกกล่าวหามิได้อยู่ด้วยจึงชอบแล้ว อย่างไรก็ดีแม้ว่าในวันที่ 30 มกราคม 2540 ศาลชั้นต้นได้ทำการไต่สวนข้อเท็จจริงโดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบก่อนก็ตาม แต่เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เลื่อนไปไต่สวนต่อในวันที่ 21 มีนาคม 2540 และ ส่งหมายเรียกถึงผู้ถูกกล่าวหาโดยชอบแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาย่อมมีโอกาสโดยบริบูรณ์ที่จะแถลงข้อเท็จจริงให้ศาลทราบ รวมทั้งขออนุญาตถามค้านพยานที่เบิกความต่อศาลแล้ว ตลอดจนนำพยานหลักฐานมาสืบเพื่อหักล้างพยานหลักฐานที่ศาลชั้นต้นไต่สวน แต่ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งรับหมายเรียกของศาลด้วยตนเองกลับไม่มาศาลโดยแจ้งเหตุขัดข้องให้ทราบ

เมื่อเป็นเช่นนี้การที่ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนพยานต่อไปจนเสร็จสำนวนแล้วมีคำสั่งว่า ผู้ถูกกล่าวหาทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้ทราบถือว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่ติดใจสืบพยานจึงเป็นกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว

อนึ่ง ข้อเท็จจริงตามทางไต่สวนของศาลชั้นต้นได้ความว่า ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งมิได้เป็นทนายความของจำเลยทั้งสองแอบอ้างตนเป็นทนายความและเข้าว่าความในฐานะทนายความของจำเลยทั้งสองในระหว่างพิจารณาคดีของ ศาลชั้นต้น อันเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 31 (1) ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษ ผู้ถูกกล่าวหาถูกต้องแล้ว ฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กำพล ภู่สุดแสวง · อำนวย เต้พันธ์ · ชวลิต ยอดเณร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสีคิ้ว - นายนภดล สัญฉเวโรจน์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายเกรียงศักดิ์ จึงจตุรพิธ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3395/2566

ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 31 (1), 33 กฎหมายดังกล่าวให้ศาลมีอำนาจพิเศษในการสั่งลงโทษจำเลยได้โดยไม่ต้องมีผู้ใดร้องขอหรือเป็นโจทก์ฟ้อง ส่วนความผิดของจำเลยคดีนี้เป็นเรื่องปลอมเอกสารและใช้เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3147/2562

การที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นำที่ดินที่มีสภาพเป็นสระน้ำขนาดใหญ่เช่นเดียวกับคดีนี้ไปใช้เป็นหลักประกันในการปล่อยชั่วคราวจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ 1874/2545 ของศาลอาญาธนบุรี และผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ยังผิดสัญญาป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 635/2559

ข้อความที่ผู้ถูกกล่าวหาลงแสดงในเฟซบุ๊กมีข้อความที่ไม่เป็นความจริงกล่าวหาว่าศาลดำเนินคดีไม่เป็นธรรม และไปถ่ายรูปในบริเวณศาลนำมาลงประกอบข้อความเท็จของตนในเฟซบุ๊กว่าศาลเรียกเงิน และมีข้อความลงข่มขู่ศาลว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6294/2558

ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลเป็นความผิดต่อศาล และการลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลย่อมเป็นอำนาจของศาลโดยเฉพาะ เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิจารณาแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานเท่าที่ไต่สวนมายังไม่อาจรับฟังได้อย่างสนิทใจ เห็นคว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4923/2557

บทบัญญัติเรื่องละเมิดอำนาจศาลเป็นกฎหมายพิเศษที่ศาลมีอำนาจค้นหาความจริงได้โดยการไต่สวนและไม่จำต้องกระทำต่อหน้าจำเลยดังเช่นการพิจารณาคดีอาญาทั่วไป กรณีเช่นนี้จึงไม่อาจนำ ป.วิ.อ. มาตรา 173 วรรคสอง มาใช้บ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้