Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 248/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ส่วนแบ่งในสินสมรสของจำเลยเป็นเหตุคนละส่วนกับหน้าที่ของบิดามารดาตามกฎหมายที่จำต้องอุปการะเลี้ยงดูให้การศึกษาแก่บุตรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1564 วรรคหนึ่ง จำเลยจึงไม่อาจอ้างเหตุที่จำเลยมิได้ขอแบ่งสินสมรสจากโจทก์มาเป็นข้ออ้างว่าไม่ต้องจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่บุตรผู้เยาว์ เมื่อโจทก์เสียค่าใช้จ่ายในการศึกษาของบุตรผู้เยาว์คนละ 10,000 บาท ในแต่ละภาคเรียน และตามความเป็นจริงนอกจากค่าใช้จ่ายในการศึกษาแล้วยังจะต้องคำนึงถึงค่าอุปการะเลี้ยงดู และค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอื่น ๆ ในการครองชีพและการดำรงอยู่ในสังคมตามวัยและความเจริญเติบโต ของบุตรผู้เยาว์ทั้งสองต่อไปในอนาคตจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ ประกอบด้วยตามสมควร โจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างประจำมีเงินเดือน เดือนละ 6,590 บาท ในขณะที่จำเลยรับราชการมีเงินเดือน เดือนละ 12,000 บาท และจะเพิ่มมากขึ้นต่อไป ในแต่ละปี และยังมีรายได้พิเศษส่วนหนึ่งจากการเล่นดนตรี จึงมีรายได้มากกว่าโจทก์แม้จำเลยจะอ้างว่าตนต้องผ่อนชำระหนี้ ส่วนหนึ่งนั้น ก็เป็นเหตุส่วนตัวของจำเลยและเป็น เหตุเพียงชั่วคราวเท่านั้น จึงไม่เป็นเหตุที่จะยกขึ้นมา เป็นข้ออ้างได้ การที่ศาลกำหนดให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดู แก่ผู้เยาว์ทั้งสองในชั้นประถมศึกษาคนละ 2,000 บาทต่อเดือน ชั้นมัธยมศึกษาคนละ 3,000 บาทต่อเดือน และชั้นอุดมศึกษา คนละ 4,000 บาทต่อเดือน จนกว่าผู้เยาว์ทั้งสองจะ บรรลุนิติภาวะจึงเหมาะสมแก่สภาพและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยมีบุตรด้วยกัน 2 คน บุตรทั้งสองยังเป็นผู้เยาว์โจทก์เป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูผู้เยาว์ทั้งสองเพียงผู้เดียว ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูผู้เยาว์ทั้งสองเดือนละ 3,000 บาท ต่อบุตร 1 คน นับแต่เดือนเมษายน 2537 จนกว่าผู้เยาว์ทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะ และจ่ายเพิ่มอีก 10 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนค่าอุปการะเลี้ยงดูผู้เยาว์แต่ละปีจำเลยให้การว่า โจทก์กับจำเลยสมัครใจแยกกันอยู่ตั้งแต่ปี 2537 โดยมีข้อตกลงให้จำเลยยกสินสมรสทั้งหมดให้แก่โจทก์และโจทก์ไม่ติดใจเรียกร้องค่าอุปการะเลี้ยงดูจากจำเลย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูผู้เยาว์ทั้งสองแก่โจทก์เป็นเงิน 30,000 บาท และให้จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูผู้เยาว์ทั้งสองเป็นรายเดือนดังนี้

ขณะผู้เยาว์เรียนชั้นประถมศึกษาให้จ่ายคนละ 2,000 บาทต่อเดือน ชั้นมัธยมศึกษาให้จ่ายคนละ 3,000 บาทต่อเดือน และชั้นอุดมศึกษาให้จ่ายคนละ 4,000 บาทต่อเดือน นับแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2540 เป็นต้นไป จนกว่าผู้เยาว์ทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะ คำขออื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังยุติว่า โจทก์กับจำเลยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย มีบุตรด้วยกัน 2 คน อายุ 11 ปี และ 7 ปี ตามลำดับ โจทก์และจำเลยแยกกันอยู่ตั้งแต่ปี 2536 บุตรทั้งสองโจทก์เป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูแต่เพียงลำพังผู้เดียว ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่าจำเลยจะต้องจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ทั้งสองหรือไม่ และสมควรจ่ายเป็นจำนวนเท่าใด ในปัญหาแรกจำเลยฎีกาว่าระหว่างอยู่กินด้วยกัน โจทก์และจำเลยมีสินสมรสหลายรายการเฉพาะส่วนของจำเลยซึ่งไม่ได้ขอแบ่งจากโจทก์มีมูลค่ามากพอที่จะอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ทั้งสองจนบรรลุนิติภาวะได้โดยโจทก์ไม่ต้องเดือดร้อนนั้นเห็นว่า ส่วนแบ่งในสินสมรสของจำเลยเป็นเหตุคนละส่วนกับหน้าที่ของบิดามารดาตามกฎหมายที่จำต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่บุตรในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1564 วรรคหนึ่ง

จำเลยจึงไม่อาจอ้างเหตุที่จำเลยมิได้ขอแบ่งสินสมรสจากโจทก์มาเป็นข้ออ้างว่าไม่ต้องจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่บุตรผู้เยาว์ทั้งสองได้ ส่วนจำเลยจะมีสิทธิในส่วนแบ่งสินสมรสเท่าใดเป็นเรื่องที่จะต้องไปว่ากล่าวกันอีกส่วนหนึ่งต่างหาก หาได้เกี่ยวกับคำขอของโจทก์คดีนี้ไม่เมื่อจำเลยยอมรับข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่ได้จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่บุตรผู้เยาว์ทั้งสองโดยปล่อยให้โจทก์รับภาระแต่เพียงลำพังผู้เดียวตั้งแต่ปี 2536 จำเลยจึงต้องรับผิดในค่าอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่บุตรผู้เยาว์ทั้งสองตามสมควร ซึ่งจำเลยฎีกาต่อไปว่า ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรที่ศาลกำหนดมานั้นสูงเกินสมควรกว่ารายได้และภาระหนี้สินที่จำเลยมีอยู่นั้น

เห็นว่าจากทางนำสืบของโจทก์ซึ่งจำเลยมิได้โต้แย้งคัดค้านเป็นอย่างอื่นโจทก์จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการศึกษาของบุตรผู้เยาว์คนละ 10,000 บาท ในแต่ละภาคเรียน และตามความเป็นจริง นอกจากค่าใช้จ่ายในการศึกษาแล้วยังจะต้องคำนึงถึงค่าอุปการะเลี้ยงดู และค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอื่น ๆในการครองชีพและการดำรงอยู่ในสังคมตามวัยและความเจริญเติบโตของบุตรผู้เยาว์ทั้งสองต่อไปในอนาคตจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะประกอบด้วยตามสมควร โจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างประจำมีเงินเดือนเดือนละ 6,590 บาท ในขณะที่จำเลยรับราชการมีเงินเดือนเดือนละ 12,000 บาท และจะเพิ่มมากขึ้นต่อไปในแต่ละปีและยังมีรายได้พิเศษส่วนหนึ่งจากการเล่นดนตรีจึงมีรายได้มากกว่าโจทก์ ข้ออ้างว่าจำเลยต้องผ่อนชำระหนี้ส่วนหนึ่งนั้นเห็นว่า

หนี้ดังกล่าวเป็นเหตุส่วนตัวของจำเลยมิได้เกี่ยวกับหน้าที่ที่จำเลยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย และเป็นเหตุเพียงชั่วคราวเท่านั้น มิได้มีอยู่ตลอดไป จึงไม่เป็นเหตุที่จะยกขึ้นมาเป็นข้ออ้างได้ ดังนั้น จำนวนค่าอุปการะเลี้ยงดูที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 กำหนดให้จึงพอเหมาะสมแก่สภาพและพฤติการณ์แห่งคดี ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัธยา ดิษยบุตร · สะสม สิริเจริญสุข · ชวลิต ธรรมฤาชุ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้