Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2480/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อตกลงระหว่างกระทรวงกลาโหมกับกระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2498 ข้อ 26 ทวิ มิใช่กฎหมาย หากมีการปฏิบัติผิดข้อตกลงดังกล่าวก็ไม่ทำให้การสอบสวนเสียไป

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2543 เวลากลางคืนหลังเที่ยงจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นข้าราชการทหารร่วมกับจำเลยที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 40,000 เม็ด น้ำหนัก 4,132.580 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 432.070 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เหตุเกิดที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 10 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 91 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 66 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 10 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ลงโทษประหารชีวิต เมื่อลงโทษประหารชีวิตจำเลยที่ 1 แล้ว จึงไม่อาจระวางโทษจำเลยที่ 1 เป็นสามเท่าในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 10 ได้อีก จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (1) หนึ่งในสาม คงจำคุกตลอดชีวิต

ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 66 วรรคสอง (ที่ถูก มาตรา 15 วรรคหนึ่งและวรรคสอง (เดิม) 66 วรรคสอง (เดิม)) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้จำคุกตลอดชีวิต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์โดยมีจำเลยที่ 2 นั่งซ้อนท้ายและสะพายกระเป๋าเข้าไปจอดบริเวณลานจอดรถสถานีรถไฟนครราชสีมา แล้วถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมและตรวจค้นในกระเป๋าสะพายพบเมทแอมเฟตามีนห่อด้วยกระดาษสา 20 มัด รวมเมทแอมเฟตามีน 40,000 เม็ด น้ำหนัก 4,132.580 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 432.070 กรัม คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายดังฟ้องโจทก์หรือไม่ โจทก์มีร้อยตำรวจเอกรัฐพล ป้องกัน และจ่าสิบตำรวจทวี โชติช่วง เบิกความเป็นพยานได้ความตรงกันว่า

นายอ๋อยซึ่งพยานสืบทราบมาว่าเป็นผู้นำเมทแอมเฟตามีนจากจังหวัดเชียงรายไปจำหน่ายในจังหวัดนครราชสีมาร่วมกับนายทหารชื่อหมวดเปาได้ตกลงกับสายลับว่าจะจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้ 20 มัด รวม 40,000 เม็ด ในราคามัดละ 65,000 บาท รวมเป็นเงิน 1,300,000 บาท โดยนัดส่งมอบเมทแอมเฟตามีนและรับเงินกันในวันที่ 19 มิถุนายน 2543 เวลาประมาณ 23 นาฬิกา ที่บริเวณลานจอดรถสถานีรถไฟนครราชสีมาโดยนายอ๋อยจะให้หมวดเปาเป็นผู้นำเมทแอมเฟตามีนไปส่ง พยานทั้งสองกับพวกจึงไปซุ่มรออยู่ที่บริเวณลานจอดรถดังกล่าว เมื่อถึงเวลานัดจำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์โดยมีจำเลยที่ 2 นั่งซ้อนท้ายสะพายกระเป๋าเข้าไปยังที่เกิดเหตุ ร้อยตำรวจเอกรัฐพลเห็นลักษณะรูปพรรณของจำเลยที่ 1 และลักษณะของรถจักรยานยนต์ที่ใช้ตรงกับที่สายลับแจ้งให้ทราบ จึงทำการจับกุมและตรวจค้นในกระเป๋าสะพายพบเมทแอมเฟตามีน 20 มัด

รวม 40,000 เม็ด ตรงตามที่นายอ๋อยตกลงกับสายลับไว้ทุกประการ เห็นว่า เมทแอมเฟตามีนของกลางมีจำนวนมากถึง 40,000 เม็ด และมีราคาซื้อขายถึง 1,300,000 บาท นับว่ามีปริมาณและมูลค่ามากมายเกินกว่าที่เจ้าพนักงานตำรวจจะเสาะแสวงหามาเพื่อใช้เป็นหลักฐานยัดเยียดความผิดแก่จำเลยทั้งสอง ประกอบกับจำเลยที่ 1 เป็นข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตรมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและนายทหารพระธรรมนูญรับรู้ตั้งแต่ถูกจับกุมจนถึงชั้นสอบสวน จึงยากที่เจ้าพนักงานตำรวจจะกลั่นแกล้งปรักปรำจำเลยทั้งสองโดยปราศจากมูลความจริง ที่จำเลยทั้งสองอ้างว่า จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์พาจำเลยที่ 2 ไปยังที่เกิดเหตุเพื่อจะไปซ่อมรถให้นายอ๋อยซึ่งจอดเสียอยู่บริเวณนั้น และนางพิมพาหรือหนุ่ย

พันธุ์ดี ภรรยาของนายอ๋อยฝากกระเป๋าสะพายไปให้นายอ๋อยด้วย โดยจำเลยทั้งสองไม่ได้เปิดกระเป๋าดูจึงไม่ทราบว่ามีอะไรอยู่ในกระเป๋าดังกล่าวจนกระทั่งถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจึงทราบว่าเป็นเมทแอมเฟตามีนนั้น เห็นว่า เป็นข้ออ้างที่ไม่สมเหตุผล เพราะผู้ค้าเมทแอมเฟตามีนรายใหญ่เช่นนี้คงจะไม่มอบหมายให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นนำเมทแอมเฟตามีนจำนวนมากและมีมูลค่าสูงเช่นนี้ไปมอบให้ผู้อื่นในที่สาธารณะซึ่งเป็นการเสี่ยงอย่างยิ่งที่ความลับจะรั่วไหลจนอาจล่วงรู้ไปถึงเจ้าพนักงานตำรวจได้ หรือมิฉะนั้นเมทแอมเฟตามีนจำนวนนั้นอาจสูญหายไปก็ได้ อันเป็นการผิดวิสัยของผู้ค้ายาเสพติดให้โทษรายใหญ่ซึ่งต้องกระทำการต่าง ๆ ด้วยความระมัดระวังรอบคอบและเป็นความลับอย่างยิ่งยวด

ทั้งปรากฏว่าในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลยทั้งสองมิได้ยกข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้นอ้างต่อเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมและพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังไม่ปรากฏว่ามีรถยนต์ของนายอ๋อยจอดเสียอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุดังที่จำเลยทั้งสองอ้าง และไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ได้เตรียมเครื่องมือในการซ่อมรถไปด้วย ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า พันตรีวิษณุ ณ บางช้าง มิได้ไปร่วมฟังการสอบสวนตามข้อตกลงระหว่างกระทรวงกลาโหมกับกระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2498 ข้อ 26 ทวิ แต่ได้ลงลายมือชื่อในบันทึกร่วมฟังการสอบสวนภายหลัง การสอบสวนจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า ข้อตกลงดังกล่าวมิใช่กฎหมาย แม้หากมีการปฏิบัติผิดข้อตกลงดังกล่าวก็ไม่ทำให้การสอบสวนเสียไป และที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า

จำเลยที่ 2 เป็นช่างซ่อมรถจะไปตรวจดูรถของนายอ๋อยคันที่เสียก่อน จึงไม่ได้นำเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่จำเป็นในการตรวจหรือซ่อมรถติดตัวไปนั้น เป็นข้ออ้างที่เลื่อนลอย ทั้งในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลยที่ 2 ก็มิได้ให้การเช่นนี้ ข้ออ้างของจำเลยทั้งสองไม่มีน้ำหนักและเหตุผลเพียงพอให้เชื่อถือได้ และไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยที่ 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 66 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 10 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ลงโทษประหารชีวิต เมื่อลงโทษประหารชีวิตจำเลยที่ 1 แล้ว จึงไม่อาจระวางโทษจำเลยที่ 1 เป็นสามเท่านั้นไม่ถูกต้อง เพราะตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 เป็นบทกำหนดโทษ กรณีจึงไม่มีทางที่ระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตได้ จึงนำมาตรา 10 แห่งบทบัญญัติดังกล่าวมาปรับด้วยไม่ได้ จำเลยที่ 1 คงมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่งและวรรคสอง (เดิม), 66 วรรคสอง (เดิม) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เท่านั้น จึงเห็นควรแก้ไขให้ถูกต้อง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่งและวรรคสอง (เดิม), 66 วรรคสอง (เดิม) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิเชียร มงคล · กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์ · เอกชัย ชินณพงศ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้