Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2491/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ค้ำประกันหนี้เบิกเงินเกินบัญชีตามสัญญา 30,000 บาทผู้ค้ำประกันรับผิดเพียง 30,000 บาท กับดอกเบี้ยในจำนวนนั้น แต่ไม่ต้องรับผิดในจำนวนต้นเงินที่เกิน 30,000 บาทผู้ค้ำประกันขอชำระหนี้ตามจำนวนที่ต้องรับผิด แต่เจ้าหนี้ไม่รับชำระ เจ้าหนี้ผิดนัด ผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิดในดอกเบี้ย หลังจากที่เจ้าหนี้ผิดนัด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้เงิน 76,707.16บาท กับดอกเบี้ย ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดในวงเงิน 30,000 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.2 และจำเลยที่ 2ทำสัญญาค้ำประกันกับโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.3 จริง คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดต่อโจทก์เกินวงเงิน 30,000 บาท หรือไม่ปรากฏตามสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.3 ข้อ 1 มีข้อความว่า "เนื่องในการที่ธนาคารยอมให้นายภักดี สิทธิพานิช ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่าลูกหนี้เป็นหนี้ตามสัญญาลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2515 เป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท(สามหมื่นบาทถ้วน) ผู้ค้ำประกันยอมเข้าประกันการชำระหนี้ตามสัญญาที่กล่าวแล้ว จนกว่าธนาคารจะได้รับชำระหนี้สิ้นเชิง" และข้อ 2 มีข้อความว่า"ถ้าแม้ว่าลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามสัญญาที่กล่าวแล้วไม่ว่าด้วยเหตุใด

ๆก็ตาม อันกระทำให้ธนาคารไม่ได้รับชำระหนี้ตามสัญญาที่กล่าวแล้วเต็มจำนวนและตามกำหนดที่ระบุไว้ในสัญญาก็ดี ผู้ค้ำประกันยอมเข้ารับผิดร่วมกับลูกหนี้ในอันที่จะต้องชำระหนี้ตามสัญญาดังกล่าวนั้นทันที" เห็นได้ว่าตามข้อสัญญานั้นจำเลยที่ 2 ยอมเข้าประกันการชำระหนี้จำเลยที่ 1 ในวงเงินไม่เกิน 30,000 บาทเท่านั้น ข้อความที่ว่า "จนกว่าธนาคารจะได้รับชำระหนี้สิ้นเชิง" ก็ดี และข้อความที่ว่าผู้ค้ำประกันยอมเข้ารับผิดร่วมกับลูกหนี้ในอันที่จะต้องชำระหนี้ตามสัญญาดังกล่าวนั้นทันทีก็ดี หมายความถึงรับผิดชำระหนี้จำนวน 30,000 บาทตามที่ระบุไว้ในสัญญาค้ำประกัน มิใช่หนี้เกินจำนวนดังกล่าวส่วนปัญหาเรื่องดอกเบี้ย ข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์มีหนังสือทวงถามตามเอกสารหมาย

จ.5 และ จ.6 ให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ 76,707 บาท 16 สตางค์แก่โจทก์ จำเลยที่ 2 รับหนังสือทวงถามตามเอกสารหมาย จ.7หลังจากรับหนังสือทวงถามแล้ว จำเลยที่ 2 ได้เอาเงินจำนวน 30,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยไปชำระแก่โจทก์ แต่โจทก์ไม่ยอมรับชำระโดยจะเอาเต็มตามจำนวนที่จำเลยที่ 1 ค้างชำระ เห็นว่าจำเลยที่ 2 ได้เสนอชำระหนี้แก่โจทก์เต็มตามจำนวนที่ต้องรับผิด แต่โจทก์ไม่ยอมรับชำระเองโดยปราศจากมูลเหตุอันจะอ้างกฎหมายได้ จำเลยที่ 2 มิได้เป็นผู้ผิดนัด โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยที่ 2 นับแต่วันที่ถือว่าโจทก์ผิด (วันที่ 23 กันยายน 2519) แต่ดอกเบี้ยของวงเงินค้ำประกัน 30,000 บาท ในอัตราร้อยละ 14 ต่อปีโดยวิธีทบต้นตั้งแต่วันทำสัญญาค้ำประกัน (วันที่ 8 พฤศจิกายน 2515)

ถึงวันเลิกสัญญาบัญชีเดินสะพัด (วันที่ 26 กรกฎาคม 2519) กับดอกเบี้ยโดยไม่ทบต้นของต้นเงินที่คำนวณได้ดังกล่าวข้างต้นตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2519 ถึงวันที่ 22กันยายน 2519 ซึ่งจำเลยที่ 2 ค้างชำระอยู่ก่อนโจทก์ผิดนัดนั้น โจทก์มีสิทธิเรียกร้องเอาจากจำเลยที่ 2 ได้ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้นพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่าให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในวงเงิน 30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14 ต่อปีโดยวิธีทบต้นนับแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2515 ถึงวันที่ 26 กรกฎาคม 2519ต่อจากนั้นให้คิดดอกเบี้ยโดยไม่ทบต้นถึงวันที่ 22 กันยายน 2519 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย ทรัพยวณิช · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · แต่ง ทองภักดี
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8055/2548

ผู้ให้เช่าซื้อยอมรับค่าเช่าซื้อที่โจทก์ชำระไม่ตรงตามกำหนดตลอดมาแสดงว่าผู้ให้เช่าซื้อไม่ถือเอากำหนดระยะเวลาการชำระค่าเช่าซื้อเป็นสาระสำคัญ เมื่อจำเลยรับโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อจากผู้ให้เช่าซื้อโดยไม่โต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3308/2532

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ข้อ 67 กำหนดเกี่ยวกับการชำระค่าทดแทนการเวนคืนที่ดินกรณีเจ้าของที่ดินไม่ยอมรับราคาที่เจ้าหน้าที่เวนคืนของจำเลยเสนอไว้ว่าให้นำเงินไปวางต่อศาล เมื่อปรากฏว่าเจ้าหน้าที่เวนค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1115/2524

การที่พนักงานรถไฟได้รับการพิจารณาบำเหน็จความชอบประจำปีอีก 1 ขั้นในปีที่เกษียณอายุโดยอาศัยหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการนั้น โดยที่พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 มาตรา 31…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 178/2524

บทบัญญัติมาตรา 321 วรรคท้ายมิได้จำกัดว่า ต้องเป็นกรณีผู้ทรงได้นำตั๋วเงินไปยื่นเพื่อให้ใช้เงินแล้ว แต่ผู้จ่ายปฏิเสธการจ่ายเงินหนี้เดิมจึงจะไม่ระงับ แม้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เป็นผู้ทำเช็คที่จำเลยโอนชำระห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 751/2566

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยว่า การกู้ยืมย่อมบริบูรณ์ต่อเมื่อส่งมอบทรัพย์สินที่ยืมตาม ป.พ.พ. มาตรา 650 วรรคสอง โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบตามข้ออ้าง เมื่อโจทก์ไม่มีหลักฐานมาแสดงว่ามีการส่งมอบเงินจำนวนดังกล่าวจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้