คำฟ้องและคำให้การ
เดิมจำเลยเป็นเจ้าหนี้ ต.จำเลยได้ตกลงกับโจทก์ว่า ถ้าโจทก์จัดการหาทนายฟ้อง ต.ลูกหนี้ของจำเลยแลสืบหาทรัพย์ของ ต.เร่งรัดได้ต้นเงินที่ ต.กู้ไปครบถ้วนแล้ว จำเลยยอมยกดอกเบี้ยให้โจทก์ โจทก์จึงจัดการหาทนายฟ้อง ต.จนศาลได้พิพากษาให้ ต.แพ้ แลยึดทรัพย์ ต.ในที่สุดจำเลยได้รับชำระต้นเงินแลดอกเบี้ย ๒๑๕๒ บาท ๕๐ สตางค์ โจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยใช้เงิน ๒๑๕๒ บาท ๕๐ สตางค์แก่โจทก์ตามที่ตกลงกัน ศาลล่างทั้ง ๒ เห็นว่าสัญญาชนิดนี้หาจำต้องทำเป็นลายลักษณอักษรไม่ แลวินิจฉัยว่าสัญญาประเภทนี้เป็นสัญญาจ้างทำของ หาเป็นสัญญาขัดต่อความสงบเรียบร้อยแลศีลธรรมอันดีของประชาชนไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าสัญญาที่โจทก์จำเลยตกลงกันเป็นสัญญาอยู่ในประเภทสัญญาจ้างทำของโดยคู่สัญญามุ่งตรงต่อผลสำเร็จกแห่งการงานที่ทำ แม้จะมิได้ทำเป็นลายลักษณอักษรก็ใช้บังคับได้ เพราะไม่มีกฎหมายบังคับให้ทำตามแบบแต่อย่างใด ส่วนข้อที่ว่าเป็นสัญญาขัดต่อความสงบเรียบร้อยแลศีลธรรมอันดีของประขาขนนั้น เห็นว่าไม่มีเหตุอย่างใดที่จะถือได้ว่าสัญญามีวัตถุที่ประสงค์อย่างนั้น เพราะหาใช่ว่าโจทก์ยุยงส่งเสริมให้จำเลยฟ้องคดีโดยจัดการในทางมิชอบก็หามิได้ ความจริงจำเลยก็มีความประสงค์จะฟ้อง ต.อยู่แล้วเหมือนกัน
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง